หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 384 ถูกรปภ.จับได้
บทที่ 384 ถูกรปภ.จับได้
นี่เป็นการร่วมงานเลี้ยงขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของโจวอี้ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าสนใจมาก แต่ถ้าเขาต้องไปนั่งลงกับคนสำคัญมากมายท่ามกลางสายตาของสาธารณชนและจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งงาน หากเป็นแบบนั้นเขาคงรู้สึกอึดอัด
“ช่วงนี้ผมกำลังเตรียมทำยาดี ๆ อยู่สองชนิด” เมื่อเผชิญกับคำขู่จากชายทั้งสองคน โจวอี้ก็เอ่ยขึ้นพลางยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ยาดี?
สองชนิด?
หวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวมองหน้ากัน พวกเขาเดินหนีออกไปทันทีและแสร้งทำเป็นไม่รู้จักโจวอี้
“ก็แค่เนี้ย!” โจวอี้ยิ้มด้วยความพึงพอใจและก้าวเดินต่อไป
เขาเห็นเหลียงอี้เสวียนอยู่ข้างหน้า และหลิวเสวียนก็กำลังคุยกับอีกฝ่ายด้วยท่าทีคุ้นเคย
“สาวสวยทั้งสอง ผมขอร่วมโต๊ะเดียวกับพวกคุณได้ไหม?” โจวอี้พูดด้วยรอยยิ้มขณะที่เขาเดินเข้าไปหาพวกเธอ
“ได้เลย!” หลิวเสวียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ท่าน… แค่ก ๆ คุณโจว เป็นเกียรติของเราที่คุณอยากมานั่งกับเรา!” เหลียงอี้เสวียนเกือบจะหลุดปากออกมา
“เป็นกงเป็นเกียรติของผมที่ไหนกัน ผมต่างหากที่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นั่งกับสาวสวยทั้งสองคน” โจวอี้กล่าว
หลิวเสวียนมองไปที่เหลียงอี้เสวียน จากนั้นก็มองไปที่โจวอี้แล้วถามว่า “คุณรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า?”
“รู้!”
โจวอี้ยิ้มและพูดว่า “ก่อนหน้านี้ผมได้มีโอกาสไปที่เมืองภาพยนตร์ซีซือ ซึ่งที่นั่นผมได้รู้จักกับถังจี้โจวผู้กำกับละครเรื่อง Crossing the Jianghu และผมก็ได้รู้จักกับคุณเหลียงในตอนนั้นแหละ”
“ใช่ ฉันเล่นละครเรื่อง Crossing the Jianghu ด้วย!” เหลียงอี้เสวียนยิ้ม
หลิวเสวียนรู้สึกประหลาดใจ
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะแถว ๆ ริมห้องโถง
เวลานี้ทั้งห้าสิบโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ถูกจับจองจนเต็ม
โจวอี้ไม่รู้จักคนอีกสามคนในโต๊ะเดียวกัน แต่หลิวเสวียนรู้จักพวกเขาสองคนและพูดคุยกับพวกเขาทันที
“แล้วสุภาพบุรุษท่านนี้ชื่ออะไร? คุณอยู่บริษัทไหนเหรอ?” ชายแต่งตัวดีถามขึ้นเมื่อเห็นโจวอี้นั่งอยู่กับเหลียงอี้เสวียน
“ผมแซ่โจว ผมทำงานที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง” โจวอี้ยิ้ม
“โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง? คุณเป็นหมอจีนเหรอ?” อีกฝ่ายประหลาดใจเล็กน้อย
“ถูกต้อง!”
“เอ๊? ทำไมหมอจีนแบบคุณถึงมาร่วมงานแบบนี้? หรือว่าคุณก็มาหาประสบการณ์เหมือนกับคุณเหลียง?” ชายคนนั้นหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ เขามองโจวอี้อย่างครุ่นคิด
“ถูกต้อง!” โจวอี้ยิ้มพลางพยักหน้า
“…”
อีกฝ่ายหมดความสนใจที่จะพูดคุยกับโจวอี้ต่อทันที และหันไปอีกด้านหนึ่ง
โจวอี้ไม่ได้ใส่ใจกับการกระทำของอีกฝ่าย เขาหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบเช่นกัน
ทว่าขณะที่เขากำลังสูบ รปภ.ในเครื่องแบบทั้งสี่คนก็เข้ามาจากประตูด้านข้าง ดวงตาของพวกเขาเฉียบคมและกวาดสายตามองผู้คนในห้องจัดเลี้ยงอย่างรวดเร็ว
“นั่นไง!”
รปภ.หนุ่มชี้ไปที่โจวอี้อย่างแม่นยำ
ทันใดนั้น ชายทั้งสี่คนก็พุ่งเข้าหาโจวอี้ด้วยสายตาขุ่นเคือง
“สุภาพบุรุษท่านนี้ โปรดออกมากับเราด้วยครับ” รปภ.วัยกลางคนพูดขึ้นมาทันที
“หมายความว่ายังไง?” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“หมายความว่ายังไง? คุณยังไม่รู้ตัวอีกเหรอหรือว่าคุณต้องการให้เราเปิดโปงคุณในที่สาธารณะ? โปรดออกมากับเราแต่โดยดี เรื่องนี้สามารถจบลงได้อย่างเงียบ ๆ”
ขณะนี้ไม่เพียงแต่คนที่ร่วมโต๊ะกับโจวอี้เท่านั้นที่มองฉากที่เกิดขึ้น แต่ยังรวมไปถึงแขกโต๊ะใกล้เคียงราว ๆ เจ็ดแปดโต๊ะ
“พูดมาเลยเถอะ” โจวอี้พูดอย่างใจเย็น
“แขกที่มารวมงานเลี้ยงล้วนแต่เป็นแขกผู้มีเกียรติทั้งนั้น พวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่เดินเข้ามาทางประตูหน้า มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นแหละที่แอบปีนเข้ามาทางหน้าต่างชั้นสองจากด้านหลัง ผมพูดถูกไหม?” รปภ.วัยกลางคนถามกลับ
“คุณมีหลักฐานเหรอ?” โจวอี้ถาม
“คุณไม่รู้เหรอว่าในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่ากล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่ของเราพบคุณ และได้ส่งวิดีโอแสดงให้เห็นว่าคุณกำลังปีนเข้ามาให้เรา ดังนั้นไม่ว่าคุณจะแก้ตัวยังไงมันก็ไม่มีความหมายหรอก ได้โปรดมากับเราด้วย”
กล้องวงจรปิด?
ถูกจับได้ว่าแอบเข้ามา?
โจวอี้รู้สึกเศร้าเหลือเกิน
เดิมทีเขาคิดว่าที่นี่ไม่มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดนัก เพราะผู้ร่วมงานมีแต่คนธรรมดาไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ ดังนั้นเขาจึงน่าจะสามารถแอบเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
แต่ใครจะคิดว่าตัวเขาเองกลับต้องพ่ายแพ้ต่อกล้องวงจรปิด!
เวลานี้ไม่ว่าคนอื่น ๆ ในโต๊ะเดียวกันหรือแขกรอบ ๆ ก็สังเกตเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้แล้ว
พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชายหนุ่มผู้ที่สวมใส่เครื่องแต่งกายและนาฬิกาแบรนด์ดังราคาแพงคนนี้จะแอบเข้ามาและถูกพวกรปภ.ตามตัวจนเจอ
“เด็กวัยรุ่นสมัยนี้โง่จริง ๆ ที่กล้าแอบเข้ามาแบบนี้”
“ไอ้หนุ่มคนนี้หน้าตาก็ดูไม่เลว แต่กลับแอบเข้ามางานเลี้ยงแบบนี้ไม่ไหวเลย เฮ้อ…คงวางแผนจะมาแอบกินของดีสินะ ส่วนเสื้อผ้าแบรนด์เนมเหล่านั้นไม่ใช่ว่าขโมยมาหรอกมั้งน่ะ?”
“ฮ่า ๆ ใส่นาฬิกาหลายล้าน สวมสูทแบรนด์ดังหลายแสน และรองเท้าคู่ละหลายแสน แต่กลับแอบปีนเข้ามาทางชั้นสอง ไอ้หนุ่มนี่ไม่กลัวขายหน้าเลยเหรอ?”
“บางคนก็แค่ต้องการร่วมวงในสังคมไฮโซ ไม่แปลกหรอกที่จะยอมเสี่ยงขนาดนี้ จริงไหม?”
“หล่อซะเปล่า แต่กลับทำตัวโง่เง่า”
“…”
ทุกคนมองโจวอี้ด้วยสายตาเหยียดหยาม
เหลียงอี้เสวียนซึ่งกำลังนั่งอยู่ใกล้ ๆ รู้สถานะที่แท้จริงของโจวอี้ ดังนั้นเมื่อเธอได้ยินคำดูถูกต่าง ๆ ที่ผู้คนทั้งหลายพูดมา เธอก็รู้สึกว่าเธอได้เห็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในโลก
โจวอี้คือใคร?
เขาคือเจ้านายใหญ่ของคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์!
อย่าว่าแต่การแอบเข้ามาทางหน้าต่างเลย ต่อให้เขาจะกระโดดเข้ามาพร้อมกับเต้นท่าแทงโก้ คนพวกนี้ก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะแสดงความคิดเห็นกับเขาแบบนี้!
ปัง!
เหลียงอี้เสวียนตบโต๊ะและยืนขึ้นตะโกนใส่รปภ.ทั้งสี่คนอย่างโกรธเกรี้ยว “พวกคุณตาบอดเหรอ! เขาเป็นเพื่อนฉัน ดังนั้นเขาจะแอบเข้ามาได้ยังไง ฉันเป็นคนพาเขาเข้ามาเอง!”
“คุณคือ?” รปภ.วัยกลางคนขมวดคิ้วถาม
“ฉันเป็นดาราในบริษัทนี้ ฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะพาใครมาร่วมงานหรือยังไง?” เหลียงอี้เสวียนถามเสียงดัง
“คุณ…ถึงคุณจะเป็นดาราของบริษัท แต่ถ้าชื่อของเขาไม่อยู่ในรายการแขก เขาก็เข้ามาไม่ได้” รปภ.วัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลิวเสวียนมองฉากนี้ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
ตอนที่เธอเดินเข้ามาในห้องโถงนี้ เธอเดินมาแค่กับเหลียงอี้เสวียนเท่านั้น ตอนนั้นไม่มีโจวอี้ เห็นได้ชัดว่าเหลียงอี้เสวียนกำลังโกหก
ขณะนี้เธอรู้สึกว่าตัวตนของโจวอี้เริ่มดูน่าสงสัย ทว่าเรื่องนั้นยังไม่สำคัญเท่ากับตอนนี้ที่โจวอี้กำลังจะถูกไล่ออกไป
ท้ายที่สุดโจวอี้ก็เป็นเพื่อนของเธอ กระทั่งเหลียงอี้เสวียนก็ลุกขึ้นเพื่อโกหกให้โจวอี้ ดังนั้นเธอจึงยืนขึ้นบ้างและพูดว่า “หมอโจวเป็นเพื่อนของเราจริง ๆ แต่ถ้าคุณยืนยันว่าผู้ที่เข้าร่วมงานจะต้องมีชื่ออยู่ในรายชื่อแขกจริง ๆ ละก็ ฉันสามารถไปหาผู้รับผิดชอบได้ และขอให้เขาเพิ่มชื่อหมอโจวเข้าไป”
“คุณคือคุณหลิวเสวียนใช่ไหม?” รปภ.วัยกลางคนมีท่าทีลังเล
“ใช่ ฉันเอง” หลิวเสวียนพยักหน้าแล้วพูดว่า “ฉันเพิ่งเซ็นสัญญากับบริษัทเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นฉันรู้จักกับผู้บริหารของบริษัท”
รปภ.หลายคนมองหน้ากัน
รปภ.วัยกลางคนลังเลอยู่นานกว่าสิบวินาที จากนั้นจึงพูดว่า “คุณหลิว เราต้องขอโทษด้วย แต่นี่คือหน้าที่ของเรา ดังนั้นหวังว่าคุณจะยกโทษให้ หากคุณต้องการให้เขาอยู่ที่นี่ต่อ เราคงต้องรบกวนคุณไปเจรจากับผู้บริหาร ตราบใดที่ผู้บริหารตกลง เราจะกลับไปทำงานข้างนอกต่อทันที”
“คุณ…” หลิวเสวียนไม่คิดว่ารปภ.จะจริงจังขนาดนี้
โจวอี้ลุกขึ้นช้า ๆ เขามองไปที่เหลียงอี้เสวียนและหลิวเสวียน ท้ายที่สุดก็หันไปมองรปภ.วัยกลางคนก่อนจะถามว่า “คุณชื่ออะไร?”
“ผมชื่อหลี่”
“โอเค คุณทำงานได้ดีมาก” โจวอี้ยิ้ม
ทันใดนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ ก็กลอกตา
“ผู้ชายคนนี้ยังมีหน้าชมคนอื่นกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองอีก!” ชายคนที่ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับโจวอี้สองสามประโยค รวมทั้งผู้ชายบางคนที่ไม่ชอบโจวอี้ถึงกับเบ้ปากและพูดด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
อย่างไรก็ตาม เสียงของเขาดังไปหน่อย ไม่เพียงแต่คนในโต๊ะเดียวกันเท่านั้นที่ได้ยิน แต่ยังมีแขกจากโต๊ะใกล้เคียงอีกหลายโต๊ะได้ยินด้วย