หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 402 มูลค่าของหยกแกะสลัก
บทที่ 402 มูลค่าของหยกแกะสลัก
“เอาซุนหงอคงของผมคืนมานะ…ฮือฮือ… พ่อ…. ซุนหงอคงที่ถังเหมียวเหมี่ยวเอาให้ผมถูกลุงซุนขโมยไปแล้ว!” เฉิงเจี้ยนหยางร้องไห้โฮ
สิ้นเสียงของเด็กชายที่กำลังร้องไห้ บรรยากาศในห้องโถงก็พลันเงียบลง
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ถังเหมียวเหมี่ยวและโจวอี้
หยกแกะสลักนี้มาจากคู่พ่อลูกคู่นี้ใช่ไหม?
ซุนเตาล้อเล่นหรือเปล่า?
หมอโจวมอบหยกแกะสลักมูลค่าสิบล้านหยวนให้เป็นของขวัญวันเกิดของเด็กอนุบาลเนี่ยนะ?
ซุนเตาถือหยกแกะสลักและรู้สึกถึงความเย็นอ่อน ๆ ที่ไหลผ่านปลายนิ้วของเขา เขามองไปที่โจวอี้และถามว่า “หมอโจว หยกแกะสลักชิ้นนี้มาจากคุณจริง ๆ เหรอ?”
“ใช่!” โจวอี้พยักหน้า
“คุณ…”
ซุนเตาถึงกับอึ้ง!
นอกจากชอบดนตรีแล้ว เขายังชอบสะสมอีกด้วย ครอบครัวเขามีของสะสมล้ำค่ามากมาย ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างมีความสามารถในการจำแนกหยก
งานแกะสลักหยกซุนหงอคงชิ้นนี้แกะสลักโดยช่างแกะสลักหยกระดับปรมาจารย์ มันสวยงามและสมจริง แถมยังมีพลังวิญญาณสถิตอยู่ ดังนั้นราคาของหยกแกะสลักชิ้นนี้ต้องไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวนแน่นอน หรือต่อให้จะเป็นห้าสิบล้านหยวน เขาก็เต็มใจที่จะซื้อมัน
แต่ของราคาแพงแบบนี้โจวอี้กลับมอบมันให้คนอื่นง่าย ๆ เนี่ยนะ?
ให้มันกับเด็กอายุสี่ห้าขวบเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด?
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากสีหน้าของทุกคนในที่นี้แล้ว โดยเฉพาะพ่อแม่ของเด็กเจ้าของวันเกิดก็คงไม่รู้แน่นอนว่าหยกแกะสลักนี้มีค่าแค่ไหน
หรือว่าโจวอี้กำลังแกล้งคนอื่นให้ดูโง่รึเปล่า?
ไม่น่าใช่!
ใครมันจะบ้าไปแกล้งคนอื่นด้วยการมอบของราคาแพงขนาดนี้กัน?
ซุนเตามองโจวอี้อย่างสับสน ไม่สามารถเข้าใจได้ว่าโจวอี้กำลังคิดอะไรอยู่
“หมอโจว เป็นอย่างที่พี่ซุนพูดจริง ๆ หรือเปล่า? หยกแกะสลักชิ้นนี้…” เฉิงกั๋วปินดูลังเล
“ผมไม่อยากบอกมูลค่าของหยกแกะสลักชิ้นนี้ คุณรู้แค่ว่ามันเป็นเพียงของขวัญวันเกิดจากเหมียวเหมี่ยวลูกสาวของผมที่มอบให้เจี้ยนหยางก็แล้วกัน และผมเป็นคนแกะสลักมันเอง ดังนั้นมันจึงเป็นของที่มอบให้ด้วยความตั้งใจของเรา” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เขาคิดว่าสิ่งที่ซุนเตาพูดนั้นเกินจริงไปหน่อยรึเปล่า?
หยกที่เขาแกะสลักด้วยตัวเองจะมีมูลค่าถึงสิบล้านได้เหรอ?
ถ้าเป็นช่วงแรก ๆ ที่มาจินหลิงและไม่มีเงิน เขาคงจะยินดีขายหยกแกะสลักที่ดีกว่านี้ให้ใครก็ตามที่มอบเงินให้เขาสักหนึ่งล้าน ซึ่งไอ้คนที่ซื้อไปมันคงจะหัวเราะเยาะเขาจนฟันแทบหลุดแน่นอน
เฉิงกั๋วปินมองไปที่ซุนเตาและพบว่าซุนเตาพยักหน้าให้เขา
ทันใดนั้นเฉิงกั๋วปินก็รับหยกแกะสลักกลับมาและเตรียมส่งคืนให้โจวอี้ ทว่าเกาชุนเหลียนภรรยาของเขาเอื้อมมือมาจับแขนของเขาไว้และส่ายหัว
“คุณคะ ของขวัญน่ะไม่ควรถูกตีเป็นราคามูลค่า หมอโจวมีความตั้งใจที่ดี เราต้องยอมรับมัน ฉันจำได้ว่าคุณเก็บไวน์และชาชั้นดีเอาไว้ใช่ไหม? หลังจากนี้คุณเอาพวกมันมาให้หมอโจวลองชิมสักหน่อยสิ” เกาชุนเหลียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ได้!”
เฉิงกั๋วปินเพิ่งตาสว่าง อีกฝ่ายมอบของขวัญให้แถมยังพูดย้ำว่ามอบให้จากใจ ถ้าขืนเขาคืนไปเพราะมันแพงเกิน มันก็ไม่ต่างจากเขากำลังตบหน้าอีกฝ่าย!
ยิ่งไปกว่านั้น หมอโจวเพิ่งบอกว่าแกะสลักหยกชิ้นนี้ด้วยตัวเอง?
ผลงานของหมอโจวมีมูลค่ามากขนาดนั้นเลยเหรอ?
หลังจากนี้เขาคงต้องโทรไปถามใครสักคนสักหน่อย!
เฉิงกั๋วปินคิดเช่นนี้กับตัวเองซึ่งมันทำให้เขายิ้มได้ จากนั้นเขาก็เริ่มสนทนากับโจวอี้ต่ออีกครู่หนึ่งก่อนจะเชิญทุกคนให้ไปร่วมโต๊ะอาหาร
“หมอโจว คุณแกะสลักหยกชิ้นนั้นด้วยตัวเองจริง ๆ เหรอ?” เห็นได้ชัดว่าซุนเตาไม่ต้องการละออกจากหัวข้อนี้ และยังคงถามต่อหน้าทุกคน
“ใช่!” โจวอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้า
“ผมชอบงานแกะสลักหยกซุนหงอคงของคุณมาก ๆ เลย แต่สุภาพบุรุษที่ดีย่อมไม่ควรซื้อของขวัญวันเกิดที่คุณมอบให้เด็กได้ ดังนั้นผมจึงอยากจะถามคุณว่า คุณช่วยขายหยกแกะสลักที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันให้ผมได้ไหม? ส่วนเรื่องราคาน่ะ เจรจากับผมได้ง่ายมากก” ซุนเตากล่าว
“หยกแกะสลักที่ผมแกะสลักน่ะมีราคาแพงมาก และผมไม่ได้ขายมันบ่อยนัก” โจวอี้อธิบาย
“ผมไม่หวั่นกับราคาหรอก ตราบใดที่คุณเอ่ยราคามา” ซุนเตาพูดอย่างตรงไปตรงมา
โจวอี้มองซุนเตาที่ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้หยกแกะสลัก เขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ปกครองของเพื่อนร่วมชั้นของลูกสาว ดังนั้นก็ควรไว้หน้าอีกฝ่ายบ้าง!
“ในเมื่อคุณซุนเอ่ยมาขนาดนี้แล้วผมก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ แถมลูก ๆ ของเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันอีก เอาเป็นว่าผมจะคิดราคามิตรภาพ สามสิบล้านหยวน!”
หลังจากได้ยินราคามิตรภาพที่โจวอี้เสนอให้ ผู้ปกครองของนักเรียนหลายสิบคนที่อยู่รอบ ๆ ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
หยกแกะสลักราคาสามสิบล้านหยวน?
คุณบ้าหรือเปล่า?
“ไม่มีปัญหา ราคานี้สมเหตุสมผลมาก” ซุนเตาตกลงอย่างง่ายดาย แต่แล้วเขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งและพูดด้วยรอยยิ้มแห้ง “คุณโจว มันยากสำหรับผมที่จะควักเงินสดสามสิบล้านออกมาในคราวเดียว ขอเวลาผมอีกหน่อยได้ไหม? ผมสัญญาว่าภายในห้าวัน ผมจะรวบรวมเงินมาจนครบแน่นอน”
“ได้ครับ!” โจวอี้พยักหน้าอย่างใจเย็น
สายตาของกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนดูแปลกไป พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าของขวัญวันเกิดของโจวอี้ที่มอบให้เด็กจะมีมูลค่าสูงถึงสามสิบล้านหยวน
แม้แต่เฉิงกั๋วปินและภรรยาของเขาซึ่งมีทรัพย์สินหลายร้อยล้านหยวนก็อดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันในเวลานี้ ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกว่าหยกแกะสลักที่โจวอี้มอบให้นั้นช่างร้อนเกินไปเสียแล้ว
หยกแกะสลักของโจวอี้ได้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก โจวอี้สามารถมองเห็นการเยินยอได้จากสายตาของทุกคน
เขาอดทนต่อความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้น และรีบออกไปพร้อมกับลูกสาวทันทีหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของเฉิงเจี้ยนหยางจบลง
วิลล่า 68 จึงคืนสู่ความเงียบสงบ
เมื่อแม่บ้านสองคนเก็บข้าวของแล้ว เฉิงกั๋วปินและเกาชุนเหลียนก็กล่อมลูกชายให้หลับ ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในห้องหนังสือ
“คุณคะ ของชิ้นนี้มีมูลค่าสามสิบล้านจริง ๆ น่ะเหรอ?” เกาชุนเหลียนถามอย่างสงสัยพลางมองไปยังหยกแกะสลักซุนหงอคงที่อยู่ตรงหน้า
“จะจริงหรือไม่นั้นเราจะได้รู้กันหลังจากนี้แน่นอน” เฉิงกั๋วปินยิ้ม
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายงานแกะสลักหยกซุนหงอคงสักสองสามรูป แล้วส่งให้เพื่อนที่ชื่อ ‘เฒ่าหลิน’ ผ่าน WeChat
หลังจากรอครึ่งนาที เขาก็เตรียมเปิดวีดีโอแช็ตกับอีกฝ่าย แต่การแจ้งเตือนสำหรับวิดีโอแช็ตกลับเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเขา
“ผู้เฒ่าหลิน ผมรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณรึเปล่า?” เฉิงกั๋วปินถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่เป็นไร ว่าแต่รูปที่นายส่งมาให้ฉัน นายถ่ายด้วยตัวเองรึเปล่า แล้วหยกแกะสลักนั้นอยู่ที่ไหน?” เฒ่าหลินถาม
“มันอยู่ตรงหน้าผม…” เฉิงกั๋วปินพูดพลางเล็งกล้องไปที่งานแกะสลักหยกซุนหงอคงแล้วพูดว่า “หยกแกะสลักนี้มีใครบางคนมอบให้ผม ผมอยากให้คุณใช้ประสบการณ์ของคุณประเมินมูลค่าของมันให้ผมที”
“จับกล้องไว้ให้มั่น มืออย่าสั่น…” เฒ่าหลินกล่าว
“อืม…งานชิ้นนี้ยอดเยี่ยมมาก!”
“แต่ฉันแน่ใจว่าปรมาจารย์ที่แกะสลักหยกชิ้นนี้อาจจะกำลังรีบอยู่สักหน่อย ดังนั้นรายละเอียดบางอย่างจึงไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อความงามโดยรวม”
“มันเป็นของดีมาก! ดูเหมือนว่าคนที่มอบให้นายจะมีมิตรภาพพิเศษกับนายสินะ!”
เฒ่าหลินจ้องไปที่หยกแกะสลักผ่านวิดีโอแช็ต มุมปากของเขายกยิ้ม
ทว่าเฉิงกั๋วปินกลับแสดงสีหน้าลำบากใจ
เขามองไปที่หน้าจอ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มอย่างขมขื่น “เฒ่าหลิน คุณเข้าใจผิดแล้ว วันนี้เป็นวันเกิดของลูกชายผม พ่อของเพื่อนร่วมชั้นของลูกชายผมเป็นคนแกะสลักหยกชิ้นนี้ด้วยตัวเองเพื่อมอบให้เป็นของขวัญ… ตอนแรกผมไม่ได้สนใจมันเพราะผมมองไม่ออก ผมแค่รู้สึกเย็น ๆ สบาย ๆ ตอนที่ผมสัมผัสมันก็แค่นั้น แต่ต่อมา…”
จากนั้นเฉิงกั๋วปินก็เล่าเรื่องทั้งหมด
“นายเพิ่งพูดว่าหยกแกะสลักชิ้นนี้ให้ความรู้สึกเย็น ๆ เวลาสัมผัสมันงั้นเหรอ? มันให้ความรู้สบายงั้นเหรอ?” เฒ่าหลินรีบถามทันที
“ใช่ มันมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?” เฉิงกั๋วปินถามด้วยความสงสัย
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่างั้นเหรอ? นี่มันปัญหาใหญ่สุด ๆ เลยต่างหาก! คนที่ให้งานแกะสลักหยกชิ้นนี้เป็นของขวัญวันเกิดลูกชายนายน่ะมีไอ้ของแบบนี้อยู่ทั้งหมดกี่ชิ้น?!” เฒ่าหลินถามขึ้นมาเสียงดัง