หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 404 เสร็จสิ้นการออกแบบ
บทที่ 404 เสร็จสิ้นการออกแบบ
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในแปดนิกายชั้นนำของโลกผู้ฝึกยุทธ์ กงซวนจี้ ผู้นำของตำหนักเทียนจีได้ส่งคำขอที่ทำให้โจวอี้ถึงกับรู้สึกประหลาดใจ
“ผู้อาวุโสต้องการซื้อสูตรของยาต้มอี้เฉิน?”
“ถูกต้อง!”
“ตำหนักเทียนจีของผู้อาวุโสเองก็เรียนทักษะหลอมปรุงโอสถเหมือนกัน การคิดค้นโอสถที่คล้ายกับยาต้มอี้เฉินไม่น่าจะเป็นเรื่องยากไม่ใช่เหรอ?” โจวอี้รู้สึกประหลาดใจ
“หากตำหนักเทียนจีของเราต้องการโอสถใด ๆ เราก็สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น และเราก็ยังมีสูตรของโอสถนานาชนิดที่เราสะสมมานับพันปี แต่ยาต้มอี้เฉินน่ะพิเศษมาก สาวกของตำหนักเทียนจีของเราค้นหาสูตรจากในคลังทั้งหมด แต่ก็ไม่มีสูตรไหนที่คล้ายกับยาต้มอี้เฉินเลย” กงซวนจี้กล่าว
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไปทันที เขามองไปที่เฉินซาน จากนั้นก็มองไปที่กงซวนจี้และถามอย่างไม่แน่ใจว่า “ถ้าผมจำไม่ผิด สาวกส่วนใหญ่ของตำหนักเทียนจีเป็นผู้หญิงใช่ไหม?”
“ตั้งแต่ 60 ปีก่อน ไม่มีศิษย์ของตำหนักเทียนจีที่เป็นผู้ชายเลย มีศิษย์สายนอกอยู่บ้างที่เป็นผู้ชาย แต่ก็มีจำนวนน้อยมาก” กงซวนจี้กล่าว
โจวอี้เข้าใจ
เกรงว่าสูตรโอสถส่วนใหญ่ทั้งหลายที่รวบรวมมาจากสาวกของตำหนักเทียนจีนั้นมุ่งเน้นแต่โอสถที่เอาไว้ใช้กับผู้หญิง
แต่คุณสมับติหลักของยาต้มอี้เฉินคือการทำให้ไตแข็งแกร่งขึ้น
ใช่!
มันเป็นยาเสริมการทำงานไตของผู้ชาย
แม้ว่าจะมีประโยชน์กับผู้หญิงเช่นกัน แต่ผลที่ได้นั้นไม่ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับผลที่ผู้ชายจะได้รับ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมกงซวนจี้ถึงอยากได้ยาที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้หญิง? หรือว่าตำหนักเทียนจีตัดสินใจที่จะรับสาวกชาย?
“โจวอี้ นายขายสูตรยาต้มอี้เฉินให้เราได้ไหม?” กงซวนจี้ถาม
“ขาย!” โจวอี้ตอบโดยไม่ต้องคิด
โจวอี้พบว่ามันน่าสนใจมากที่จะลองทำธุรกิจกับผู้นำของตำหนักเทียนจี และเมื่อมองสีหน้าไม่ยินดียินร้ายของอีกฝ่าย เขาก็ยิ้มออกมาและชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “หนึ่งหยวน ผมจะขายสูตรของยาต้มอี้เฉินให้ผู้อาวุโสในราคานี้”
“หนึ่งหยวน?”กงซวนจี้ตกใจเล็กน้อย
“แน่นอน ผู้อาวุโสของสำนักโอสถเคยกล่าวกับผมว่า สำนักโอสถของเราเป็นพันธมิตรกับตำหนักเทียนจีมาโดยตลอด อันที่จริงผมต้องการให้สูตรยาต้มอี้เฉินแก่ผู้อาวุโสฟรี ๆ เลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายที่แตกต่างกันระหว่างของฟรีและการขาย ดังนั้นผมก็เลยขอเปลี่ยนปริบทเป็นขายมันให้ผู้อาวุโสแค่หนึ่งหยวนก็แล้วกัน! ผมไม่อยากให้ผู้อาวุโสรู้สึกว่าผมให้มันฟรี ๆ โดยที่หลังจากนี้ผมอาจจะหาทางเอาเปรียบจากผู้อาวุโสในเรื่องอื่น” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
มันแตกต่างกันตรงไหน?
การซื้อด้วยเงินหนึ่งหยวนก็ไม่ต่างอะไรกับได้มาฟรีใช่ไหม?
กงซวนจี้รู้สึกตกตะลึง เธอมองโจวอี้อย่างลึกซึ้งและพูดว่า “นายเก่งมาก นายไม่ได้ด้อยไปกว่าอาจารย์ของนายเลยจริง ๆ ศิษย์ที่ยอดเยี่ยมอย่างนาย ร้อยปีนับจากนี้สำนักโอสถจะไม่มีทางตกต่ำลงแน่นอน”
“ผู้อาวุโสชมผมเกินไปแล้ว” โจวอี้พูดอย่างถ่อมตัว
“ฉันไม่เคยชมใครเกินจริง เกาะที่นายเช่าแถวทะเลจีนใต้ให้สำนักโอสถได้รับการกล่าวขานกันมาก!” กงซวนจี้ยิ้ม
“โชคครับ มันเป็นเรื่องของโชคล้วน ๆ” โจวอี้หัวเราะ
“เอาล่ะ! เขียนสูตรให้ฉัน แล้วหลังจากนี้ฉันจะส่งของขวัญมาให้นาย ฉันต้องตอบแทนอะไรนายบ้างสำหรับสูตรยาต้มอี้เฉินที่นายขายให้!” กงซวนจี้หัวเราะ
“ตกลงครับ!”
หลังจากนั้น โจวอี้ก็ได้ส่งมอบสูตรยาต้มอี้เฉินให้กับกงซวนจี้
อีกฝ่ายไม่ได้รั้งอยู่นาน หลังจากได้รับสูตรแล้ว พวกเธอก็รีบกลับไป
สนามนอกบ้าน
โจวอี้มองไปที่หวงไห่เทาที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหล่าหวง คุณเกาะขาทองคำของตำหนักเทียนจีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”
“อันที่จริงตระกูลหวงของเราพึ่งพาตำหนักเทียนจีมาโดยตลอด แลกกับกฎข้อห้ามที่สมาชิกตระกูลหวงของเราไม่อาจฝึกยุทธ์ได้” หวงไห่เทากล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ถ้างั้นก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงซื้อโอสถสำหรับใช้ฝึกฝนจากผมไปล่ะ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“เป็นเพราะก่อนหน้านี้ผู้นำตำหนักได้อนุญาตให้ตระกูลหวงฝึกยุทธ์ได้แล้ว” หวงไห่เทาตอบ
“ยินดีด้วย!”
“ฮ่าฮ่า!”
ในไม่ช้าโจวอี้ก็กลับเข้าไปในบ้านพร้อมกับหวงไห่เทาและชูเทียนซิง
ห้องหนังสือบนชั้นสอง
โจวอี้ชงชาอีกครั้งและถามว่า “พี่ชู ทำไมคุณมาซะดึกดื่นเลย? หรือว่าคุณออกแบบโรงเรียนเสร็จแล้ว?”
“ถูกต้อง!”
ชูเทียนซิงพยักหน้าทันที เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “นักออกแบบเว่ยเก่งมาก แต่มีปัญหาที่ผมต้องบอกคุณก่อน”
“มีปัญหาอะไร?” โจวอี้สงสัย
“ลองดูแบบร่างก่อน!”
ชูเทียนซิงเปิดกระเป๋าเอกสารที่เขานำติดตัวมาด้วย แล้วหยิบแผ่นภาพร่างออกมาหลายฉบับจากนั้นก็กางแผ่นที่ใหญ่ที่สุดลงบนโต๊ะ
โจวอี้ดูมันอย่างเงียบ ๆ และพึงพอใจกับการออกแบบนี้มาก
มันถูกออกแบบมาอย่างดี
แผนผังอาคารมีความชัดเจน มันแยกพื้นที่การเรียนการสอนและพื้นที่อยู่อาศัยออกจากกัน
พื้นที่การเรียนการสอนอยู่ทางทิศตะวันตก มีอาคารสอนหลัก ๆ อยู่สองหลัง แต่ละหลังมีหกชั้น และห้องสมุดอีกห้าชั้น นอกจากนี้ยังมีโรงยิม อาคารห้องแล็บทดลองวิทยาศาสตร์ และสนามเด็กเล่น
ส่วนพื้นที่อยู่อาศัยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ครอบคลุมประมาณสองในสามของที่ดิน พวกมันเป็นอาคารประเภททาวน์เฮาส์ แต่ละหลังมีสองชั้นพร้อมสนามหญ้าด้านหน้า มันจะถูกสร้างขึ้นเรียงกันเป็นสิบแถว แต่ละแถวมีห้าสิบหลัง
นอกจากนี้ยังมีโรงอาหารขนาดใหญ่สองแห่งในพื้นที่อยู่อาศัย และยังมีถนนการค้าซึ่งมีหน้าร้านทั้งหมดห้าสิบร้านเอาไว้ให้พวกร้านค้าต่าง ๆ เข้ามาเช่าเพื่อขายของ มีแม้กระทั่งคลินิก โรงยิม สนามกีฬา และทะเลสาบเทียม
โจวอี้ใช้เวลากว่าสิบนาทีมองดูอย่างละเอียดก่อนจะถามออกมาคำถามเดียว “เราสามารถรองรับเด็กได้กี่คน? เราจะรับประกันชีวิตและการศึกษาของพวกเขาได้มากแค่ไหน?”
“มากกว่าสองพันคน” ชูเทียนซิงชี้ไปที่แบบร่างทาวน์เฮาส์และกล่าวว่า “ตามการออกแบบของนักออกแบบเว่ย บ้านทาวน์เฮาส์แต่ละหลังสามารถรองรับนักเรียนได้สี่ถึงหกคน ซึ่งแต่ละหลังมีห้องพักและห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วน แต่ไม่มีครัวอยู่ข้างใน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถปรุงอาหารเองได้”
เท่านี้ก็พอแล้ว!
โจวอี้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“พี่ชู แล้วปัญหาที่คุณพูดมาก่อนหน้านี้คืออะไร?” โจวอี้ถาม
“เงิน…” ชูเทียนซิงพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ลองพูดให้เจาะจงหน่อย” โจวอี้กล่าว
ชูเทียนซิงจึงสูดหายใจเข้าลึก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวลว่า “ตามแบบที่นักออกแบบเว่ยเขียนมาปริมาณงานจะสูงมาก เขาและทีมของเขาได้คำนวณแล้วว่า แม้ว่าเราจะใช้วัสดุก่อสร้างทั้งหมดในแบบมาตรฐานขั้นต่ำ แต่มันก็จะยังต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 2.5 พันล้านหยวนในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ให้เสร็จสมบูรณ์”
“และนี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอย่างเช่นเงินเดือนของอาจารย์ประจำหลักสูตรและอาจารย์วิชาชีพ ค่าบำรุงรักษาห้องสมุด อุปกรณ์ของโรงยิม สิ่งอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตในพื้นที่พักอาศัย แม้แต่คลินิกแพทย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ถนนการค้า…”
“จากนั้นเมื่อโรงเรียนสร้างเสร็จและมีเด็กเข้ามาอยู่อาศัย มันก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก นั่นคือค่าเสื้อผ้า ค่าอาหาร ค่าดำรงชีวิตพื้นฐานต่าง ๆ…”
เมื่อโจวอี้ฟังคำพูดของชูเทียนซิงจบ เขาก็รู้สึกกดดันขึ้นมาทันที
โครงการก่อสร้างเพียงอย่างเดียวต้องการเงินประมาณ 2.5 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล
เงินจำนวนนี้เขามีเพียงพอแล้ว
แต่ค่าใช้จ่ายที่ตามมานั้น…
ไม่เป็นไร!
กว่าจะก่อสร้างโรงเรียนเสร็จก็คงใช้เวลาอีกหลายปี ก็แค่ต้องทำเงินให้มากขึ้นในระหว่างนี้!
ยาต้มอี้เฉินสามารถทำเงินได้ หยกแกะสลักก็สามารถทำเงินได้ การประดิษฐ์ตัวอักษรและวาดภาพก็สามารถทำเงินได้ และการรักษาคนไข้ก็สามารถทำเงินได้เหมือนกัน หรือหากสิ้นหนทางจริง ๆ ฉันอาจจะไปตามหาไอ้พวกชั่วช้าที่รวยมาก ๆ สักสองสามคน แล้วปล้นทรัพย์สินของพวกมันมาให้หมด
เวลานี้หวงไห่เทาที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกสับสน
เขารู้ว่าการลงทุนในการสร้างโรงเรียนของโจวอี้นั้นมหาศาล แต่เขาไม่คิดว่าจำนวนเงินที่ต้องใช้มันจะมหาศาลอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้
ไม่ต้องพูดถึงเงิน 2.5 พันล้านหยวนที่ต้องจ่ายก่อนเลย เกรงว่าหลังจากสร้างโรงเรียนเรียนเสร็จเงินอีก 5 พันล้านหยวนก็คงประคองโรงเรียนอยู่ได้แค่ไม่กี่ปี
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือไม่มีกำไร!
ไม่มีกำไรสำหรับการกุศล ของแบบนี้เป็นเหมือนกับหลุมลึก และจำเป็นต้องโยนเงินลงไปอย่างต่อเนื่อง
“โจวอี้ นายลองคิดทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งดีไหม? หรือไม่ก็ลดขนาดลงมาหน่อยในช่วงแรก!” หวงไห่เทาแนะนำด้วยความเป็นห่วง