หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 405 ไม่ควรปล่อยน้ำอันมีค่าไหลไปถึงไร่ของคนอื่น
บทที่ 405 ไม่ควรปล่อยน้ำอันมีค่าไหลไปถึงไร่ของคนอื่น
“ไม่!”
โจวอี้ส่ายหัวปฏิเสธทันที
เขาจะไม่สนใจว่าจะได้กำไรหรือขาดทุน เพราะเขาต้องการที่จะสร้างมันขึ้นมาตามความมุ่งหวังของเขาเอง และเขาจะต้องทำออกมาให้สุดความสามารถ
ความกดดันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
แทนที่จะเก็บเงินไว้ในธนาคาร การนำเงินออกมาทำเรื่องนี้ย่อมดีกว่า
ดังคำกล่าวที่ว่า ช่วยชีวิตคนดีกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น
การให้ชีวิตใหม่แก่เด็กยากไร้เป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่อันหาใดเปรียบ
“พี่ชู คุณภาพของโครงการนี้ต้องออกมาดี แม้ว่าจะไม่ใช้วัสดุชั้นดีเลิศ แต่ก็ต้องมีคุณภาพมาตรฐานไม่ค่อนไปทางต่ำ ตัวเลขที่นักออกแบบเว่ยและทีมของเขาคำนวณมาคือประมาณ 2.5 พันล้านใช่ไหม? งั้นผมจะเพิ่มให้เป็นสามพันล้านเลย สำหรับค่าใช้จ่ายในระยะการก่อสร้างในครั้งนี้” โจวอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
สามพันล้าน?
มุมปากของชูเทียนซิงกระตุกอยู่สองสามครั้งเพราะความตกตะลึง
ตอนนี้เขาเดาใจโจวอี้ไม่ถูกเลยสักนิด เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโจวอี้มาจากไหน หรืออีกฝ่ายมีเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับการที่มีเจ้านายที่ลึกลับ! ยิ่งโจวอี้มีความสามารถมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีงานทำได้นานขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าโจวอี้ไม่จำเป็นจะต้องให้หวงไห่เทายื่นมือมาช่วยเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็เพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าโจวอี้เป็นเจ้านายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“แล้วคราวนี้เราจะทำยังไงกันต่อล่ะ?” ชูเทียนซิงถาม
“ง่ายมาก! หลังจากนี้ มาหาทีมวิศวกรกันเถอะ…”
“นายกำลังมองหาทีมวิศวกรแบบไหน? นายกำลังมองหาทีมวิศวกรที่ครบทุกสายเลยรึเปล่า?” หวงไห่เทาขัดจังหวะโจวอี้ “ว่ากันว่าไม่ควรปล่อยน้ำอันมีค่าไหลไปถึงไร่ของคนอื่น เพราะงั้นงานก่อสร้างขนาดใหญ่แบบนี้ก็คงเป็นเค้กที่หอมหวานในสายตาของพวกบริษัทก่อสร้าง แทนที่จะปล่อยให้คนอื่นทำเงิน ให้ฉันทำมันเองจะดีกว่าไหม?”
“คุณ?” โจวอี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว หรือถ้านายไม่มั่นใจในบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ฉันมีอยู่ นายก็ให้สัญญาก่อสร้างกับฉันมาทำสักส่วนหนึ่งของโครงการก็ได้ ฉันสามารถช่วยนายประหยัดเงินได้มากเลยนะ ส่วนคุณภาพงานน่ะ ฉันรับประกันให้ได้เลย!” หวงไห่เทากล่าวอย่างมั่นใจ
“เอาสิ! ตระกูลหวงของคุณเป็นงูเจ้าถิ่นของเมืองจินหลิงอยู่แล้วนี่ ผมยินดีให้คุณทำเรื่องนี้” โจวอี้กล่าวอย่างใจเย็น
หากโครงการถูกส่งมอบให้คนอื่น เขาอาจยังมีความกังวล
แต่สำหรับหวงไห่เทานั้น เขาไม่กังวลเลย นั่นก็เพราะหวงไห่เทารู้รายละเอียดในการที่จะสร้างโครงการนี้ตามความต้องการของเขา และอีกฝ่ายยังต้องหวังพึ่งโอสถสำหรับฝึกฝนที่เขาต้องส่งให้อีกฝ่าย แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่มีทางทำลายมิตรภาพด้วยเงินเพียงเล็กน้อยแบบนี้แน่
“ไม่ต้องกังวล!” หวงไห่เทายิ้ม
หากเขารับโครงการก่อสร้างนี้มา แม้ว่าจะเป็นโครงการของโจวอี้ แต่เขาก็ยังสามารถทำเงินได้
แน่นอนว่าเขาไม่ควรหากำไรให้มากเกินไป และควรทำงานนี้ให้ออกมามีคุณภาพ
“แต่ผมมีคำขอ…”
“ขออะไร?” หวงไห่เทาถาม
“สองปี ผมให้เวลาสูงสุดสองปี ทุกอย่างจะต้องเสร็จสิ้นและเริ่มเปิดใช้งานได้”
โครงการใหญ่ขนาดนี้ในเวลา 2 ปี?
นี่มันใช้เวลาน้อยมาก!
หวงไห่เทาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตัดสินใจพยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและพูดว่า “ไม่มีปัญหา และฉันรับประะกันว่างานนี้จะออกมามีคุณภาพตามมาตรฐาน แม้ว่าการเร่งระยะเวลาการก่อสร้างมันจะทำให้ฉันได้กำไรน้อยลงไปบ้างก็เถอะ”
“เอาล่ะ คุณหาเงินกับผมได้แล้ว ตอนนี้คงต้องซื้อเครื่องดื่มมาเลี้ยงผมด้วย” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่มีปัญหา! แต่เราจะทำเหมือนเดิมนะ ไม่ปล่อยน้ำอันมีค่าไหลลงไปในไร่ของคนอื่น! พวกเราไปที่พาราไดซ์คลับของหลี่หงอี้กันเถอะ เอาเงินไปให้เพื่อนเราสักหน่อย” หวงไห่เทาหัวเราะ
สองวันต่อมา
ซุนเตามาที่บ้านของโจวอี้พร้อมเช็คเงินสดสามสิบล้านหยวน
ในช่วงเวลาสองวันที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่โจวอี้จะใช้เวลาอยู่กับลูกสาวของเขาอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขายังแกะสลักหยกขายให้กับซุนเตา แถมยังแกะสลักหยกอีกชุดหนึ่งซึ่งเป็นชุดของนักษัตรทั้งสิบสองอีกด้วย
มันออกมางดงามมากและยังมีพลังวิญญาณสถิตอยู่ภายใน
และในเวลานี้โจวอี้ก็พบสิ่งที่ไม่คาดคิดเช่นกัน
พลังปราณในร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนสถานะกลายเป็นของเหลว!
ใช่แล้ว!
มันกำลังกลายเป็นของเหลว!
เดิมทีพลังปราณนั้นมีสถานะคล้ายกับก๊าซที่หนาแน่นจนดูคล้ายหมอกอันหนาทึบ แต่เมื่ออักขระสีแดงสดทั้งหกตัวในทะเลจิตสำนึกได้ปลดปล่อยพลังงานออกมาเรื่อย ๆ มันก็ทำให้สถานะหมอกเหล่านั้นเกิดการควบแน่น
โจวอี้รู้สึกว่าหากสถานการณ์นี้ยังคงดำเนินต่อไป อย่างน้อยที่สุดภายในหนึ่งเดือน พลังปราณทั้งหมดที่เขามีอยู่ในร่างกายก็จะได้รับการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ และกลายเป็นพลังวิญญาณเหลว
เวลานี้โจวอี้เพิ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและพร้อมที่จะออกไปข้างนอก ทันใดนั้นเขาก็ชะงัก เนื่องจากสัมผัสได้ถึงพลังปราณฟ้าดินมากมายที่หลั่งไหลไปที่ชั้นหนึ่ง
มันพุ่งไปยังห้องนอนแขกที่เฉินซานอาศัยอยู่…
เฉินซานกำลังทะลวงระดับ?
อีกฝ่ายทะลวงระดับเข้าสู่การเป็นปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้วใช่ไหม?
เมื่อโจวอี้มาถึงชั้นหนึ่ง เขาก็เห็นเฉินซานออกมาจากห้องด้วยสีหน้าอิ่มสุข
“ยินดีด้วยนะ!”
“ขอบคุณมาก อาจารย์ลุงน้อย” เฉินซานยิ้ม
“ตอนนี้คุณได้ทะลวงกลายเป็นปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อมแล้ว บางทีคุณอาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
เฉินซานแสดงสีหน้าโง่งม
จากนั้นเขาก็พูดด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ “อาจารย์ลุงน้อย ดูเหมือนคุณจะยังเข้าใจผิดอยู่นะเรื่องบรรพจารย์ยุทธ์ ปกติมีเพียงสองหรือสามในร้อยปรมาจารย์ ที่สามารทะลวงเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์พร้อมซึ่งเป็นขั้นสูงสุดของระดับปรมาจารย์ได้ และจะมีอีกเพียงแค่สองหรือสามคนจากบรรดาปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์พร้อม ที่จะสามารถทะลวงผ่านกลายเป็นระดับบรรพจารย์ยุทธ์ได้ และสองหรือสามคนนั้น…หากพวกเขาสามารถทะลวงผ่านเป็นบรรพจารย์ยุทธ์ได้ภายในสิบหรือยี่สิบปีก็นับว่ามีพรสวรรค์ชั้นเลิศแล้ว”
“แต่ว่าอู๋ซินเยว่…” โจวอี้แสดงสีหน้าโง่งม
“อาจารย์ลุงน้อย เธอคือข้อยกเว้น” เฉินซานพูดด้วยรอยยิ้มแห้ง
“โอเค! ถ้าคุณบอกว่าเธอคือข้อยกเว้นก็คือข้อยกเว้น” โจวอี้สลัดภาพใบหน้าของอู๋ซินเยว่ออกจากหัวของเขาทันที และเลิกกดดันเฉินซาน “ผมจะออกไปข้างนอก คุณช่วยดูแลที่นี่หน่อยนะ!”
“อืม ผมเองก็ต้องการเวลาปรับสภาพรากฐานระดับยุทธ์ใหม่ให้มั่นคงเหมือนกัน” เฉินซานพยักหน้า
โจวอี้มาที่ธนาคารใกล้บ้าน
หลังจากนำเช็คสามสิบล้านหยวนของซุนเตามาขึ้นเงินสดแล้ว เขาก็โอนเงินหนึ่งพันล้านหยวนให้กับหวงไห่เทา เพื่อเป็นเงินทุนเริ่มต้นของโครงการก่อสร้างโรงเรียน
ทว่าเมื่อเขาออกมาจากห้องวีไอพีของธนาคาร เขาก็เจอคนรู้จัก!
ฮวงฟู่เจิ้น!
เขาเคยเจอกับชายคนนี้บนเครื่องบินระหว่างทางกลับมาจินหลิงพร้อมกับจางอู๋เซี่ย
โจวอี้ยังจำได้ว่าฮวงฟู่เจิ้นมีน้องสาวที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เธอน่าจะสวยมาก ๆ
“พี่โจว?” ฮวงฟู่เจิ้นเองก็เห็นโจวอี้และแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“นาย? น้องฮวงฟู่ ช่างบังเอิญจริง ๆ! เราพบกันที่นี่โดยไม่คาดคิดเลยสินะ เมื่อสองสามวันก่อนฉันโทรหานาย น่าเสียดายที่นายไม่ได้อยู่ในจินหลิง ว่าแต่นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวานเองครับ” ฮวงฟู่เจิ้นตอบ จากนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ตอนเย็นพี่โจวมีเวลาไหม? ผมอยากเลี้ยงเครื่องดื่มแล้วก็อยากจะขอคำปรึกษาจากพี่สักหน่อย”
“ตอนเย็น…ฉันนัดกับเพื่อนไว้น่ะสิ แต่ถ้านายว่างก็มาร่วมดื่มด้วยกันได้” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่เป็นไร งั้นเอาไว้วันอื่นดีกว่า! ผมไม่รู้จักเพื่อนของพี่ เกรงว่าจะทำให้พี่ดื่มไม่สนุกซะเปล่า ๆ” ฮวงฟู่เจิ้นส่ายหัวและปฏิเสธอย่างสุภาพ
“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะเลี้ยงนายเอง”
“ได้เลยครับ!”
จากนั้นพวกเขาก็เดินออกจากธนาคารไปพร้อมกัน
ฮวงฟู่เจิ้นเห็นโจวอี้ขึ้นไปบนรถ Knight XV ที่เตะตาเป็นพิเศษ ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างทันที
รถคันนั้น
มันเป็นของพี่โจวงั้นเหรอ?
ฉันเดาว่าพี่โจวคงรวยมากแน่ เพราะต้องมีเงินเท่าไหร่กันถึงจะซื้อ Knight XV คันนั้นได้?
ราคารถคันนั้นสเป็กต่ำสุดน่าจะเริ่มต้นที่ยี่สิบล้านใช่ไหม?
ฮวงฟู่เจิ้นเฝ้าดู Knight XV จากไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้สัญญากับโจวอี้ว่าจะไปดื่มด้วยกันตอนเย็น เขาเดาว่าโจวอี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ และแน่นอนว่าตัวตนของเพื่อนโจวอี้ก็ย่อมไม่ธรรมดาด้วย จริงไหม?
ตอนนี้ฉันมีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ
บางทีพี่โจวคงจะสามารถช่วยได้
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของฮวงฟู่เจิ้นก็ดังขึ้น เขามองไปที่หมายเลขของผู้โทรเข้าและขมวดคิ้ว แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงเลือกที่จะรับสาย เขายิ้มออกมาและพูดว่า “ประธานหวัง คุณมีข่าวดีมาให้ผมไหมครับ?”
“มีข่าวดี แต่ฉันไม่สามารถพูดได้ทางโทรศัพท์!” น้ำเสียงที่ไม่แยแสของอีกฝ่ายดังมาจากโทรศัพท์มือถือ
“งั้นคุณเลือกสถานที่มาเลยครับ คืนนี้ผมจะเป็นเจ้าภาพเอง” ฮวงฟู่เจิ้นกล่าวอย่างเร่งรีบ
“มีคลับระดับไฮเอนด์อยู่ในเมืองจินหลิง ฉันจะส่งที่อยู่ให้นาย ถ้าไปถึงแล้วเข้าไม่ได้ก็รอฉันที่ประตูสักพัก เพราะที่นั่นมีแต่สมาชิกเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้”
“ครับ ๆ!”