หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 434 คนตัวเหม็นไม่ยอมพูดความจริง
บทที่ 434 คนตัวเหม็นไม่ยอมพูดความจริง
โจวอี้ลงจากรถและเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเชาหมิงคุน
ทันทีที่พวกเขาเดินไปถึงรถเก๋งหรูสองคันที่จอดขวางถนน ชายหนุ่มถักผมเปียก็ลงมาจากรถ ก่อนจะประสานมือและพูดด้วยความเคารพว่า “ยินดีที่ได้พบคุณโจว ที่เราทำทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้านายของเราสั่งมา โปรดอย่าตำหนิเราเลย”
“พิธีต้อนรับของพวกคุณที่ต้อนรับผมเนี่ยช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ เลยนะ” โจวอี้ยิ้ม
“เจ้านายของเราไม่พอใจมากที่รู้ว่าคุณอยู่กับคุณเชา คุณก็น่าจะรู้ว่าอารมณ์ของผู้หญิงเปลี่ยนเร็วกว่าการพลิกหน้าหนังสือซะอีก ตอนนี้อารมณ์ของเจ้านายของผม…”
ปัง!
จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาชกชายหนุ่มผมเปียเข้าที่ใบหน้า กระแทกชายหนุ่มออกไปยังริมถนนห่างออกไปราวเจ็ดแปดเมตร
“เรื่องของมารดาคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่แกจะเอามาพูดล้อเล่นได้! ถ้ายังกล้าพูดเรื่องไร้สาระอีก เชื่อมั้ยว่าฉันจะเย็บปากแก!” เซี่ยหลู่ตวาดด่าชายหนุ่มผมเปียที่เพิ่งถูกชกหน้า
“แค่ก ๆ เจ้านายพูดถูก” ชายหนุ่มผมเปียหัวเราะแห้ง ๆ สองสามครั้งแล้วถอยหลังไปหลบ
เชาหมิงคุนยืนอยู่ข้างโจวอี้ เขายกมือขึ้นแล้วขยี้ตา
จริง ๆ ด้วย!
ชายหนุ่มผมเปียที่เพิ่งยืนอยู่ตรงหน้าถูกชกกระเด็นไปอย่างรุนแรง แต่ต่อมากลับเพียงแค่ลูบหน้าและกระโดดขึ้นมาราวกับไม่เป็นอะไรเลย
นอกจากนี้ ความเร็วและพละกำลังของเซี่ยหลู่เหนือมนุษย์เกินไปไหม?
เธอ…
เธอเป็นผู้ฝึกยุทธ์จริง ๆ เหรอ?
เชาหมิงคุนแอบยินดีกับตัวเอง โชคดีที่เขาต้องการมอบต้นหม่อนชิงให้กับโจวอี้ และโจวอี้ก็รีบมาที่เซินเจิ้น ไม่อย่างนั้นหากคนเหล่านี้ลงมือกับเขา ชีวิตเขาก็คงจบสิ้นแน่นอน
ไม่แปลกใจเลย
ไม่แปลกใจที่โจวอี้บอกว่าเขาโชคดี
โจวอี้มองไปที่เซี่ยหลู่และรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
พูดตามตรงแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะพบเซี่ยหลู่เอาซะเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาไปมีสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจกับเพื่อนสนิทของเซี่ยหลู่ มันจึงเป็นความรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างมากที่ได้พบเธออีกครั้ง
“ทำไมคุณไม่บอกฉันล่วงหน้าล่ะว่าคุณจะมาเซินเจิ้น” เซี่ยหลู่มองไปที่เชาหมิงคุนอย่างเย็นชาก่อนจะมองที่โจวอี้ด้วยความไม่พอใจ
“คุณสวยเกินไป ผมกลัวว่าถ้าผมเจอคุณที่เซินเจิ้น วิญญาณของผมจะถูกคุณพรากไป” โจวอี้กล่าว
“ผู้หญิงที่ไหนจะสามารถพรากวิญญาณของคุณไปได้?” เมื่อเซี่ยหลู่ได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเธอก็ดีขึ้นเล็กน้อย แต่เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เธอก็หรี่ตาและพูดด้วยความโกรธ “ฟังจากความหมายของคุณแล้ว ถ้าครั้งนี้คนของฉันไม่พบคุณโดยบังเอิญ และฉันก็ไม่วิ่งมาหาคุณเอง คุณคงไม่ไปพบฉันในเซินเจิ้นนี่หรอกใช่ไหม?”
“ไม่! ไม่ใช่สักหน่อย คุณเข้าใจผิดแล้ว” โจวอี้รีบปฏิเสธ
“คนตัวเหม็นไม่ยอมพูดความจริง!” เซี่ยหลู่พูดด้วยความโกรธ
“คนสวยเซี่ย เราค่อยคุยกันเรื่องวันเก่า ๆ ทีหลังได้ไหม ตอนนี้คุณรีบสั่งให้คนของคุณย้ายรถออกไปก่อนเถอะ คุณไม่เห็นเหรอว่ามีรถมากกว่าสิบคันกำลังติดแหงกอยู่” โจวอี้พูดอย่างหมดหนทาง
เซี่ยหลู่พ่นลมหายใจแล้วส่งสัญญาณมือให้กับคนของเธอ
เชาหมิงคุนมองไปที่โจวอี้และเซี่ยหลู่ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เขารู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
เซี่ยหลู่ ปีศาจจิ้งจอกตนนี้ที่มีเสน่ห์มากพอที่จะล่มเมืองได้สบาย ๆ และในเซินเจิ้นก็ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้าตาเธอเลย แต่ตอนนี้เธอกลับดูเชื่อฟังโจวอี้ซะอย่างนั้น?
และน้ำเสียงของเธอ… ทำไมมันฟังดูเหมือนผู้หญิงที่กำลังงอนแฟนหนุ่มของตัวเอง?
หรือว่าเธอกับโจวอี้?
“มองอะไรไอ้หัวโล้น? แกคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์มองหน้าสวย ๆ ของฉันเหรอ? ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ชายคนนี้… ป่านนี้แกกลายเป็นศพไปแล้ว!” เซี่ยหลู่จ้องไปที่เชาหมิงคุนและพูดด้วยความโกรธ
“แค่ก ๆ” เชาหมิงคุนรู้ดีว่าตัวเองไม่ควรยั่วยุปรมาจารย์ยุทธ์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงรีบมองไปทางอื่นหลังจากไอแห้ง ๆ อยู่สองสามครั้ง
จากนั้นเซี่ยหลู่ก็คว้าแขนของโจวอี้ด้วยความพึงพอใจและถามว่า “คุณรู้จักผู้ชายคนนี้ได้ยังไง คุณมาที่เซินเจิ้นครั้งนี้เพื่อช่วยเขาเหรอ?”
“ไม่ คุณเดาผิดแล้ว ผมขอให้เขาซื้อต้นไม้เล็ก ๆ ต้นหนึ่งให้ผม ผมได้ยินว่าเขาซื้อมาแล้ว ผมก็เลยมารับไป” โจวอี้กล่าว
“ต้นไม้เล็ก ๆ? ต้นไม้ที่คุณพูดถึงคือต้นหม่อนชิง?” เซี่ยหลู่ถามอย่างตกตะลึง
“ถูกต้อง! คุณรู้ได้ยังไง?” โจวอี้ถามพร้อมกับแสร้งแสดงสีหน้าสับสน
“ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง? ฉันเล็งต้นหม่อนชิงเอาไว้ แต่ไอ้คนแซ่เชานี่มันแย่งตัดหน้าไป แล้วกลับกลายเป็นว่าคุณอยู่เบื้องหลังเนี่ยนะ” เซี่ยหลู่พูดด้วยความโกรธ เธอเอื้อมมือไปหยิกเอวของโจวอี้ทันที
“เจ็บ! เบา ๆ!” โจวอี้ร้องด้วยความเจ็บปวดที่แสร้งทำ
“คุณเจ็บซะบ้างก็ดี มันก็เหมือนกับที่ฉันรู้สึกเจ็บปวดตอนที่ต้นหม่อนชิงถูกแย่งตัดหน้า… เดี๋ยวนะ… คุณล้อเล่นใช่ไหม? ฉันเป็นคนแรกที่รู้ข่าวของต้นหม่อนชิงในเซินเจิ้น ไอ้คนแซ่เชานี้ไม่มีทางรู้ล่วงหน้าแน่นอน” เซี่ยหลู่ฉลาดมากและต้องการเข้าใจเรื่องโกหกของโจวอี้ให้กระจ่าง
“จริงเหรอ? แต่ผมได้ข่าวเมื่อหลายวันมาแล้วนะ!” โจวอี้แสร้งทำเป็นโง่งม
“ฮ่า ๆ คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?!” เซี่ยหลู่ตะคอกอย่างเย็นชา
“คุณต้องเชื่อผมสิ หรือไม่ก็อย่างน้อย ๆ คุณก็แค่คิดว่าหลังจากที่ผมได้ต้นหม่อนชิงไป หลังจากหลอมโอสถเสร็จ ผมจะแบ่งมาให้คุณบ้างแน่นอน”
“คุณกำลังเอาเปรียบฉัน ต้นไม้นั่นไม่ใช่ของธรรมดา” เซี่ยหลู่กล่าว
“ถึงจะไม่ใช่ของธรรมดา แต่คุณก็ใช้มันเองไม่เป็นใช่ไหมล่ะ”
“เอ่อ…”
“จริงไหมล่ะ? แต่ถ้ามันอยู่ในมือผม ผมสามารถใช้มันได้อย่างคุ้มค่า ถ้าอยู่ในมือของคนอื่นมันก็ไม่ต่างอะไรจากต้นไม้ที่ปลูกไว้เพื่อเสริมภูมิทัศน์ เพราะงั้นคุณควรรอให้ผมใช้มันหลอมโอสถจะดีกว่า!” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ก็ได้!” เซี่ยหลู่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ จากนั้นก็ชี้ไปที่เชาหมิงคุนและถามว่า “ฉันอยากจะฆ่าเขา ไม่อย่างนั้นฉันจะระบายความโกรธของตัวเองไม่ได้ คุณจะว่ายังไง?”
“เขาทำงานให้ผมด้วย ดังนั้นไว้หน้าผมเถอะ ลืมสิ่งที่เขาทำไปเพื่อผม! ระหว่างทางที่เรามาที่นี่ พี่เชายังพูดถึงคุณด้วยนะ บอกว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจมาก” โจวอี้หัวเราะ
“คุณนี่ชอบเอาเปรียบฉันอยู่เรื่อย!” เซี่ยหลู่จ้องโจวอี้ด้วยดวงตาอันทรงเสน่ห์
เวลานี้โจวอี้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ท้ายที่สุด ที่นี่คือเซินเจิ้นซึ่งเป็นถิ่นของเซี่ยหลู่ และต้นหม่อนชิงก็คือสิ่งวิเศษที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ถ้าเซี่ยหลู่ไม่ยินยอมจริง ๆ เขาก็จะไม่มีวันได้รับมันไป
“คุณกำลังจะไปไหน?” เซี่ยหลู่ถาม
“ตามพี่เชาไปที่บ้าน”
“คุณ…” เซี่ยหลู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็โบกมือแล้วพูดว่า “งั้นวันนี้ไปหาเขา ส่วนพรุ่งนี้มาหาฉัน”
“แต่ผมจะกลับพรุ่งนี้” โจวอี้ยิ้มแห้ง
“งั้นฉันจะไปที่บ้านของเขากับคุณด้วย”
“ก็ได้ ๆ พรุ่งนี้เจอกัน!” โจวอี้รีบตอบรับทันที
“…”
หลังจากได้ยินประโยคนี้ เซี่ยหลู่ก็หยิกเอวของโจวอี้อีกครั้ง จากนั้นเธอก็มองไปที่เชาหมิงคุนและพูดว่า “วันนี้เขาจะไปที่บ้านนาย ฉันจะไม่ตามไป แต่ถ้าพรุ่งนี้เขาไม่มาหาฉัน นายเตรียมล้างคอรอฉันได้เลย!”
จากนั้นเธอก็หันหลังและจากไป
เมื่อเซี่ยหลู่จากไปพร้อมกับคนของเธอ เชาหมิงคุนก็ลอบถอนหายใจ
แน่นอนว่าเขากลัวเซี่ยหลู่
“น้องโจว นายได้ช่วยชีวิตฉันไว้แล้ว” เชาหมิงคุนพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“พี่เชาอย่าได้ไปยั่วยุเซี่ยหลู่อีกนะ ต่อให้เป็นผม ถ้าไม่มีเหตุผลพิเศษมากพอ ผมก็ไม่อยากยั่วยุเธอ!” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวเช่นกัน
“แต่ทำไมเวลาเธอคุยกับนายแล้วเธอดูแตกต่างจากเวลาที่คุยกับคนอื่นมาก?” เชาหมิงคุนถาม
แตกต่างงั้นเหรอ?
แน่สิ เพราะเธอปรารถนาในร่างกายของผมไง!
โจวอี้เม้มปากและแอบสบถอยู่ในใจ