หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 451 ของขวัญที่เหมาะสม
บทที่ 451 ของขวัญที่เหมาะสม
นี่คือย่านที่พักอาศัยระดับไฮเอนด์ในซูโจว
ที่อยู่อาศัยในย่านนี้เป็นอาคารหรูหราที่ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ อาคารแต่ละแห่งมีเพียง 6 ชั้น และลิฟต์ 2 ตัว ไม่มีห้องธรรมดา แต่มีเพียงห้องเพนท์เฮ้าส์ขนาดสองชั้นเท่านั้น ซึ่งแต่ละอาคารจะมีเพนท์เฮ้าส์ทั้งหมดสี่ห้อง สองชั้นแรกคือที่จอดรถ และสี่ชั้นบนที่เหลือคือพื้นที่อยู่อาศัย
ห้อง 202 อาคาร 10 ครอบครัวถัง
วันนี้ครอบครัวถังยุ่งมาก นอกจากถังเจิ้น ฉินฮุ่ยเฟิน และหญิงชราอิงหงอิงแล้ว ยังมีครอบครัวของลุงสองและป้าสามมาเยี่ยมด้วย
“จะสิบโมงแล้ว ทำไมถังหว่านกับพวกเขายังไม่มา? เด็กจากภูเขาคนนั้นจะไม่มีมารยาทก็ไม่แปลกหรอก แต่ถังหว่านที่กลายเป็นดาราใหญ่ไปแล้วน่าจะรู้จักกาลเทศะรักษาเวลาบ้าง” เกาเป่ย ป้าสะใภ้คนที่สองของถังหว่านนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เธอเคี้ยวเมล็ดแตงโมและถามอย่างรำคาญใจ
“ใช่! เธอรู้ว่าเราจะมารอวันนี้ แต่เธอก็ยังไม่มาสักที ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่อย่างเรารอพวกเขาแบบนี้ได้ยังไง?” ถังเยี่ยน ป้าของถังหว่านบ่นพึมพำ
“บ่นอะไรกันนักหนา! จากจินหลิงมาที่นี่ต้องขับรถตั้งสองสามร้อยกิโลเมตร ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสี่ชั่วโมง ต่อให้พวกเขาจะออกมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า พวกเขาก็มาถึงที่นี่ไม่ต่ำกว่าสิบเอ็ดโมงแน่!” ถังต้ง อาคนที่สองของถังหว่านพูดขึ้น
“ใช่! ไร้สาระที่สุดที่เอาแต่บ่นกันแบบนี้! รู้ตัวกันไหมว่ากำลังทำให้คนอื่นเขาเซ็งน่ะ! หยุดบ่นไม่เข้าท่าสักที ฉันรำคาญ” หญิงชราอิงหงอิงกล่าวด้วยความโกรธ
“แม่! แม่เข้าข้างถังหว่าน!” ถังเยี่ยนพูดอย่างไม่พอใจ
“แน่นอนว่าฉันต้องเข้าข้างหลานสาวของฉัน” หญิงชรายิ้ม
“แต่หนูเป็นลูกสาวของแม่นะ!” ถังเยี่ยนแย้งกลับ
“เธออายุเท่าไหร่แล้ว? ไม่อายบ้างเหรอที่เอาตัวเองไปเทียบกับหลาน?” หญิงชราเยาะเย้ย เธออุ้มหลานสาวที่กำลังดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ในอ้อมแขน
“ถึงหนูจะอายุแปดสิบ แต่หนูก็เป็นลูกสาวของแม่!” ถังเยี่ยนบ่น แต่เมื่อเห็นว่าหญิงชราไม่สนใจเธออีกต่อไปเพราะมัวแต่สนใจลูกสาวของเธอแทน มันก็ทำให้เธอคลายอารมณ์ขุ่นเคืองลงเล็กน้อย
ฉินฮุ่ยเฟินนั่งหัวเราะโดยไม่พูดอะไร ในขณะที่ถังเจิ้นนั่งคุยกับเกาเหว่ยหยางน้องเขยของเขา
สิบนาทีต่อมา
ประตูถูกเปิดจากด้านนอก ผู้คนในห้องจึงมองไปยังทิศทางของเสียง
“ปู่…ย่า…”
ถังเหมียวเหมี่ยววิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นเป็นคนแรกพร้อมกับตุ๊กตาในอ้อมแขน
จากนั้นถังหว่านจึงเดินเข้ามาพร้อมกับจูงมือของถังเสี่ยวรุ่ย ตามมาด้วยโจวอี้ที่เดินข้ามาพร้อมกับกล่องของขวัญในมือ ด้านหลังโจวอี้มีอีกสี่คนเดินตามเข้ามา ซึ่งก็คือเฉินซาน อิงหง หานโหรว และซุนเหมิงที่แบกของขวัญตามเข้ามาเพิ่ม
เมื่อตระกูลถังเห็นของขวัญ พวกเขาทั้งหมดก็ดูตื่นตกใจ
“เหมียวเหมี่ยวหลานรัก มาให้ยายอุ้มหน่อยมา”
“เสี่ยวรุ่ย มาหาตาสิหลานรัก”
ฉินฮุ่ยเฟินและถังเจิ้นทักทายเด็กทั้งสอง
“เสี่ยวอี้ ขับรถมาตลอดทางเหนื่อยไหม?” ถังเจิ้นพูดกับโจวอี้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นหลังจากอุ้มถังเสี่ยวรุ่ยขึ้นมาในอ้อมแขน
“พ่อครับ ผมไม่เหนื่อยเลย” โจวอี้ยิ้ม
หลังจากนั้น เฉินซาน อิงหง และคนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ วางของขวัญและจากไปตามลำดับ
ฉินฮุ่ยเฟินหอมแก้มถังเหมียวเหมี่ยวสองสามครั้งก่อนจะเรียกถังเสี่ยวรุ่ยให้เข้ามาหา ก่อนจะแนะนำพวกญาติ ๆ ให้รู้จัก
ปากของโจวอี้นั้นหวานราวกับเคลือบด้วยน้ำผึ้ง จากการแนะนำของฉินฮุ่ยเฟิน เขาไม่เพียงแต่เรียกขานทักทายผู้คนทีละคนเท่านั้น แต่ยังมอบของขวัญที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้กับทุกคนอีกด้วย
ความจริงแล้ว นอกเหนือจากถังเจิ้นและฉินฮุ่ยเฟิน ทุกคนในตระกูลถังยังคงมองโจวอี้ในแง่ลบ พวกเขาคิดว่าโจวอี้ขาดความรับผิดชอบมาหลายปี เป็นคนที่ไร้จิตสำนึกพอ ๆ กับสุนัข
อย่างไรก็ตาม!
เมื่อถังเจิ้นและฉินฮุ่ยเฟินได้ยกโทษให้โจวอี้และยังพูดจาดี ๆ กับเขา ดังนั้นญาติ ๆ จึงไม่ได้ทำให้โจวอี้เสียหน้ามากนัก
“นี่อะไร กระเป๋า ผ้าพันคอ น้ำหอม?” เกาเป่ยเปิดกล่องของขวัญและอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “ชาแนล? ของจริงรึเปล่าเนี่ย? ไม่ใช่ว่าซื้อของปลอมมาให้ฉันนะ?”
ถังเยี่ยนดูประหลาดใจ เธอเปิดกล่องของขวัญในมือบ้างและพบว่าข้างในมีกระเป๋า ผ้าพันคอ และน้ำหอมอยู่ในนั้น แต่เป็นแบรนด์ที่แตกต่างจากของเกาเป่ยพี่สะใภ้ของเธอ เพราะของที่เธอได้รับมาเป็นแบรนด์ LV ซึ่งเป็นแบรนด์โปรดของเธอ
“ของแท้! เป็น LV คอลเลกชันล่าสุดทั้งหมดเลย สามอย่างนี้รวมกันน่าจะราคาไม่ต่ำกว่าเจ็ดหมื่นแปดหมื่นหยวน…” ถังเยี่ยนพึมพำ
“จริงเหรอ? เสี่ยวเหยียน ขอฉันดู…” เกาเป่ยรีบเดินเข้ามาหา
“พี่สะใภ้สอง ของพี่ก็ของจริงเหมือนกันนะ มูลค่ารวมของทั้งสามชิ้นก็อยู่ที่เจ็ดหมื่นหรือแปดหมื่นหยวน” ถังเยี่ยนกล่าว
“เจ็ดแปดหมื่นหยวน…” เกาเป่ยดูตื่นเต้น
โจวอี้มองไปที่เกาเป่ยและจำสิ่งที่ถังหว่านบอกเขาก่อนหน้านี้ได้ ป้าสะใภ้สองของถังหว่านเป็นคนที่ชอบพูดจาโผงผางและโลภมาก ทุกคนที่สามารถให้ประโยชน์กับเธอได้คือคนดี และแน่นอนว่าทุกคนที่ให้ประโยชน์กับเธอไม่ได้ย่อมกลายเป็นคนแปลกหน้า
ถังเยี่ยน ผู้เป็นป้าของถังหว่านมีบุคลิกที่เฉลียวฉลาดและเจ้าเล่ห์ ทั้งยังหมกมุ่นอยู่กับเครื่องประดับหรูหราต่าง ๆ อีกด้วย
“นี่มัน! สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด! โน้ตบุ๊กรุ่นล่าสุด!” ถังชง ลูกพี่ลูกน้องของถังหว่านเปิดกล่องของขวัญในมือแล้วอุทานออกมาทันที
“โอ้พระเจ้า! เครื่องสำอาง Baosai ชุดล่าสุด? สร้อยข้อมือเพชรทองคำขาวล่าสุดของ Tongling Jewelry?” ถังเสี่ยวลี่จ้องมองของขวัญของตัวเองและอุทานออกมา
ถังหว่านเปิดของขวัญสำหรับย่าของเธอ มันเป็นจี้หยกแกะสลักอย่างประณีตที่โจวอี้ทำขึ้นมาเอง
ถังเจิ้นและฉินฮุ่ยเฟินมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ
พวกเขารู้ว่าโจวอี้ร่ำรวย และพวกเขาก็รู้จักนิสัยของคนเหล่านี้ดี ลูกสาวและลูกเขยของพวกเขามาที่นี่และซื้อของขวัญที่ทุกคนชื่นชอบมาให้ และของขวัญเหล่านี้ก็มีค่ามาก ซึ่งแน่นอนว่าการทำเช่นนี้ย่อมได้ใจของทุกคนอย่างง่ายดาย
“อาสอง อาเขย ผมเอายาต้มมาให้พวกคุณด้วย ผมหวังว่าพวกคุณจะชอบมันนะครับ” โจวอี้ หยิบของขวัญที่บรรจุอย่างสวยงามสามชิ้นออกมาและมอบให้ถังต้ง และเกาเหว่ยหยางตามลำดับ
ยาต้ม?
ของขวัญที่มอบให้คนอื่น ๆ ล้วนมีราคา แต่พอให้พวกเรากลับเป็นแค่ยาต้มเนี่ยนะ?
ฉันไม่ได้ป่วย ทำไมถึงต้องเอายาต้มมาให้ฉัน? คนที่ไหนเขาให้ยาต้มเป็นของขวัญกันบ้าง?
ถังต้งและเกาเหว่ยหยางขมวดคิ้วพร้อมกัน แต่พวกเขาก็ระงับอารมณ์ไว้ได้อย่างรวดเร็ว
“เสี่ยวอี้ แล้วของพ่อล่ะ?” ถังเจิ้นยิ้ม
“ยาต้มของพ่อก็มีด้วยครับ แถมในท้ายรถยังมีบุหรี่กับเหล้าด้วย” โจวอี้ยิ้ม
“ดี ดี สมกับเป็นลูกเขยฉัน!” ถังเจิ้นกล่าวอย่างเบิกบาน
“พี่! พี่จะดีใจทำไมกับแค่ได้ยาต้ม! เราไม่ได้ป่วย ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเด็กคนนี้คิดยังไงถึงเอายาต้มให้พวกเราเป็นของขวัญ นี่มันเป็นการแสดงความเคารพหรือว่าแช่งพวกเรากันแน่เนี่ย?” ถังต้งมองไปยังสีหน้าพี่ชายที่ดูเริงร่า ซึ่งมันทำให้เขาระงับความโกรธของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป จากนั้นก็มองไปที่โจวอี้ด้วยความไม่พอใจ
“ช่างเถอะ ๆ ถือซะว่าเด็กคนนี้มีน้ำใจก็แล้วกัน เขาแค่ไม่รู้จักเรื่องมารยาทหรือกาลเทศะเท่าไหร่” เกาเหว่ยหยางกล่าว
ทว่าถังเจิ้นกลับพูดขึ้นว่า “พวกนายสองคนกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน? การที่เสี่ยวอี้เต็มใจที่จะส่งยาต้มให้พวกนาย มันแสดงว่าเขาให้ความสำคัญกับการเป็นญาติ ไม่รู้ตัวรึไง? ถ้าพวกนายไม่อยากได้มันนักก็เอามาให้ฉัน ฉันยินดีรับไว้ทั้งหมด!”
“ให้ก็ได้ ยังไงผมก็ไม่ได้ดื่มใช้อยู่ดี..”
“หืม? นี่คือ… ยาต้มอี้เฉิน? ของจริงหรือปลอมเนี่ย? ขวดหยกแบบนี้เหมือนในรูปที่เคยเห็นเลย แถมฉลากยังเป็นยาต้มอี้เฉินด้วย…” เกาเหว่ยหยางหยิบขวดหยกออกมา และหลังจากพิจารณาอย่างละเอียดแล้ว เขาก็ถึงกับกระโดดขึ้นมาและร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ