หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 452 ที่จริงแล้วผมซื้อมันมา
บทที่ 452 ที่จริงแล้วผมซื้อมันมา
คำพูดของถังต้งถูกขัดจังหวะ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหัวเสียเล็กน้อย แต่เมื่อเขาได้ยินคำพูดของน้องเขยอย่างเกาเหว่ยหยาง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึง แววตาฉายความสับสนงงงวย
ยาต้มอี้เฉิน?
ทำไมชื่อนี้ฟังดูคุ้น ๆ?
เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนหว่า?
เขามองไปที่เกาเว่ยหยางด้วยสีหน้างุนงง จากนั้นก็หันไปมองที่ถังเจิ้นพี่ชายของเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ เขากำลังจะถาม แต่ทันใดนั้นก็นึกอะไรได้บางอย่างที่ทำให้ตัวเขาต้องตกตะลึง
“ก่อนหน้านี้มียาต้มที่ชื่อว่าอี้เฉินซึ่งโด่งดังมาก…เพียงขวดเดียวก็มีมูลค่าหลักล้าน?” ถังต้งเอ่ยอย่างโง่งม
“ฉันเคยเห็นรูปของมัน และขวดหยกนี้ก็เหมือนกับในรูปทุกประการ…” เกาเหว่ยหยางกล่าวพลางมองไปที่โจวอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
“ใช่ครับ นี่คือยาต้มอี้เฉินที่โด่งดังอันนั้นแหละ” โจวอี้ยิ้มและพยักหน้า
“ของจริงเหรอเนี่ย…” ดวงตาของเกาเหว่ยหยางเบิกกว้างและมองไปยังขวดหยกทั้งแปดที่อยู่ในกล่องของขวัญ
ทันใดนั้น ทั่วทั้งร่างของเขาก็ถึงกับสั่นไหว
ยาต้มอี้เฉินหนึ่งขวดมีมูลค่าหลักล้าน และมูลค่ารวมแปดขวดนั้นก็ย่อมมากกว่าสิบล้านแน่นอน
ทว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ถึงจะมีเงินแต่ก็ซื้อยาวิเศษนี้ไม่ได้!
“โจว…โจวอี้ นายได้ยาต้มนี้มาจากไหน?” เกาเหว่ยหยางถามเสียงสั่น
“ผม…” โจวอี้กำลังจะเปิดปากบอก แต่เขาก็ถูกขัดจังหวะด้วยคำพูดของพ่อตาอย่างถังเจิ้น
“โจวอี้ ทำงานในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง เขาก็เลยรู้จักคนที่ทำยาต้มอี้เฉิน เพราะแบบนี้ก็เลยได้รับยาต้มอี้เฉิน ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเรื่องปกติ” ถังเจิ้นกล่าว
โจวอี้มองพ่อตาของเขาด้วยสายตาแปลก ๆ และไม่นานก็เข้าใจบางอย่างที่อีกฝ่ายคิด
“ใช่! ผมเป็นแพทย์แผนจีน และยังเป็นเพื่อนกับคนที่ขายยาต้มอี้เฉินด้วย ครั้งนี้ผมรู้ว่าจะได้มาพบกับพวกคุณ ผมก็เลยหน้าด้านไปขอจากเพื่อนมาให้ หวังว่าคุณจะไม่รังเกียจของขวัญที่ผมมอบให้นะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“รังเกียจ? มันจะเป็นไปได้ยังไง? นี่เป็นสมบัติที่เงินไม่สามารถซื้อได้!” เกาเว่ยหยางตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ชอบ! ไม่มีใครในโลกที่จะไม่ชอบยาต้มอี้เฉิน โจวอี้! นายเป็นเด็กดีมาก นายเป็นเด็กดีที่มีน้ำใจจริง ๆ ผู้ชายที่รู้วิธีเคารพผู้อาวุโสแบบนี้ย่อมคู่ควรกับเสี่ยวหว่านของเรา!” ถังต้งระงับความตื่นเต้นและกล่าวยกย่องโจวอี้
เขายังไม่เกษียณ และทำงานในหน่วยงานการศึกษาซูโจว
เมื่อเร็ว ๆ นี้รองผู้อำนวยการถูกย้าย และเขากำลังแข่งขันกับหัวหน้าแผนกอื่นอีกหลายคนเพื่อชิงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ
เขารู้ถึงคุณค่าของยาต้มอี้เฉิน ถ้าเขาเอายาต้มอี้เฉินสองขวดนี้ไปใช้อย่างชาญฉลาด ตำแหน่งรองผู้อำนวยการของหน่วยงานจะต้องตกเป็นของเขาแน่นอน!
“พวกคุณสองคนซาบซึ้งอะไรกันนักหนา? มันก็แค่ยาต้มเท่านั้นแหละ และโจวอี้เพิ่งออกมาจากภูเขาได้นานแค่ไหน? เงินที่ซื้อของขวัญพวกนี้ที่ครอบครัวของเราได้รับมามันเป็นเสี่ยวหว่านที่จ่ายไม่ใช่เหรอไง”
เกาเป่ยพูดขึ้น แม้ว่ามุมของเธอที่มีต่อโจวอี้ในเวลานี้จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นบ้างไม่ได้มีความเกลียดชังมากเหมือนในตอนแรก แต่เธอก็ยังไม่ได้รู้สึกเป็นมิตรด้วยสักเท่าไหร่
ยิ่งไปกว่านั้น!
เธอไม่ชอบพวกคนจน!
เธอคิดว่าโจวอี้ไม่น่าจะเป็นคนมีเงิน ที่ผ่านมาน่าจะเป็นถังหว่านที่ดูแลเขาเพื่อให้ตั้งหลักได้ในจินหลิง
“คนไม่รู้เรื่องอะไรอย่างเธอ หุบปากไปซะ!” ถังต้งเปลี่ยนสีหน้าและตะโกนใส่ภรรยาด้วยความโกรธ
“ไอ้เฒ่าถัง! คุณเป็นบ้าอะไรมาตวาดใส่ฉัน? ฉันพูดผิดอะไรตรงไหน? เสี่ยวหว่านเป็นดาราใหญ่ทำเงินได้มากมาย แล้วเขาล่ะ? เขาไม่ได้เพิ่งออกมาจากภูเขาแค่ครึ่งปีหรอกเหรอ? ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานในโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง แต่เขาจะหาเงินได้เท่าไหร่กันเชียว? ลำพังเงินเดือนของเขาไม่มีทางพอที่จะซื้อกระเป๋าชาแนลใบนี้มาให้ฉันแน่ ๆ” เกาเป่ยตะโกนด้วยความโกรธ
“วันนี้เธอกินยาผิดมาหรือไง? ถ้าฉันบอกให้เธอหุบปาก เธอก็ควรหุบปากไป!” ถังต้งตะโกนใส่
“พี่สะใภ้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณทะเลาะกับพี่รอง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่เคยก้าวก่ายเลย แต่ครั้งนี้ผมคงต้องขอพูดว่าคุณคิดผิดมาก คุณรู้ไหมว่าโจวอี้ให้อะไรกับเรา? มันคือยาต้มอี้เฉิน! ยาต้มอี้เฉินขวดหนึ่งมีมูลค่าหลักล้าน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถหาซื้อได้เลย” เกาเหว่ยหยางกล่าว
“ขวดละเป็นล้าน? เหว่ยหยาง คุณล้อเล่นรึเปล่า?” ถังเยี่ยนมองไปยังยาต้มอี้เฉินทั้งแปดขวดภายในกล่องที่อยู่ในมือสามีของเธอ จากนั้นก็เหลือบไปดูยาต้มอี้เฉินอีกแปดขวดในกล่องที่ถังต้งถือ ดวงตาของเธอฉายแววงุนงง
“พวกเขาพูดถูก ยาต้มอี้เฉินแต่ละขวดมีมูลค่าหลักล้าน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพวกคนรวย ๆ ก็ยังไม่สามารถหาซื้อได้เพราะปริมาณยาต้มอี้เฉินมีจำกัด” ถังเจิ้นมองไปที่คนอื่น ๆ “ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเสี่ยวอี้จะใจกว้างถึงขนาดมอบยาต้มอี้เฉินเป็นของขวัญให้พวกเราคนละแปดขวด คุณรู้ไหมว่าถ้าเอายาต้มอี้เฉินแปดขวดนี้ไปขายในตลาด คุณจะได้เงินไม่น้อยกว่าสิบล้านหยวน ไม่สิ ต่อให้ตั้งราคายี่สิบล้านหยวนก็น่าจะมีคนเต็มใจซื้อมัน”
ภายในห้องนั่งเล่นเงียบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่โจวอี้
เกาเป่ยรู้สึกตื่นเต้นเพราะคำพูดของถังเจิ้น
เธอหันไปมองโจวอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปและถามขึ้นว่า “นายเป็นเด็กดี แต่นาย… ใช้เงินมากมายขนาดนี้เพื่อเสี่ยวหว่านได้ยังไง?”
โจวอี้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ป้าคนนี้ช่างพลิกหน้าเร็วจริง ๆ!
ช่างเถอะ อย่างน้อยเธอก็ยังเป็นห่วงถังหว่าน!
“อันที่จริง ผมซื้อมันในราคาที่ไม่ได้แพงมากขนาดนั้น ผมเป็นเพื่อนกับคนที่ขายยาต้มอี้เฉิน ผมก็เลยสามารถที่จะขอซื้อมันได้ในราคาแรกเรกเริ่ม” โจวอี้หัวเราะ
“ราคาแรกเริ่มคือสี่แสนหยวนต่อขวดใช่ไหม หวงไห่เทา ยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจของเมืองจินหลิงน่ะ ดูเหมือนว่าจะขายมันในราคานี้!” ถังต้งถาม
“ถูกต้อง ราคานั้นแหละครับ” โจวอี้หันไปมองพ่อตาของเขาและพบว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มให้ เขาจึงหันมาพูดกับถังต้งและเกาเหว่ยหยางต่อไปว่า “อารอง อาเขย ครอบครัวของเราน่ะคนกันเองทั้งนั้นครับ เพราะงั้นไม่ว่าสิ่งเหล่านี้จะแพงหรือถูก มันก็ไม่สำคัญ อยากให้คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงความปรารถนาดีจากผมและถังหว่านก็พอ เราขอแค่เพียงพวกคุณชอบก็พอแล้ว”
“ดีมาก ฉันชอบมาก!”
“นายชนะใจฉัน!”
พวกเขาหัวเราะกันอย่างมีความสุข
“พ่อ ในเมื่อยาต้มนี้มีค่ามาก ผมขอแบ่งมาสักสองสามขวดได้ไหม ผมอยากเอาไปที่บ้านของฮัวเยว่ถิงเพื่อเป็นของขวัญให้พ่อของเธอ ผมเชื่อว่าพ่อของเธอจะไม่ดูถูกผมถ้าเขาได้รับยาต้มนี้ไป” ทันใดนั้นถังชงก็พูดขึ้น
“นี่…” ถังต้งส่ายหัวด้วยรอยยิ้มอันขมขื่น
เขาไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวกับลูกชายหน้าโง่ที่อยู่ตรงหน้าเขาจริง ๆ
เด็กสาวคนนั้น
ลูกสาวของตระกูลฮัวในซูโจว
ตระกูลฮัวมีความเป็นอยู่แบบไหน? นั่นเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ในซูโจวที่ร่ำรวยและมีอำนาจ
ฮัวเยว่ถิงเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลฮัว ตระกูลฮัวจะยอมปล่อยให้ฮัวเยว่ถิงมาแต่งงานกับลูกชายครอบครัวเล็ก ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร?
ยาต้มอี้เฉินมีค่ามากก็จริง แต่ถ้าเทียบกับฐานะของตระกูลฮัวแล้ว ยาต้มอี้เฉินแปดขวดก็นับเป็นอะไรไม่ได้เลย ต่อให้มอบให้ไป ตระกูลฮัวก็ยังคงไม่สนใจลูกชายของเขาอยู่ดี!
“พ่อ พ่อไม่เต็มใจเหรอ? ผมเป็นลูกของพ่อนะ แล้วฮัวเยว่ถิงก็จะเป็นลูกสะใภ้ในอนาคตของพ่อ และเป็นแม่ของหลานในอนาคตของพ่อด้วย!” ถังชงตะโกน
“เสี่ยวชง อย่าลืมสิ! ตระกูลฮัว… พวกเขาไม่ชอบครอบครัวของเรา! ถึงแม้ว่าพ่อจะให้ยาทั้งหมดนี้ไป พวกผู้อาวุโสของฮัวเยว่ถิงก็คงไม่ชอบเราอยู่ดี” ถังต้งพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ยาต้มอี้เฉินมีค่ามากไม่ใช่เหรอพ่อ? พวกเขาจะไม่ชอบเราได้ยังไงถ้าเราเอามันไปให้พวกเขาน่ะ พ่อ! ผมคิดว่าพ่อแค่ไม่อยากเอาให้ผมมากกว่า!” ถังชงเริ่มโกรธ
“พ่อ…”
“ถังต้ง เอาให้ลูกไปซะ!” เกาเป่ยสั่ง
“อืม ฉันจะเก็บไว้สองขวด แล้วเอาอีกหกขวดที่เหลือให้ก็ได้” ถังต้งรู้สึกว่าเลือดกำลังไหลรินอยู่ในหัวใจของเขาแล้ว
“คุณจะเหลือเก็บไว้อีกทำไม? เอาให้ลูกชายของคุณทั้งหมดซะ ถึงแม้ว่ามันจะเพิ่มความหวังได้เล็กน้อยก็ต้องลองดู” เกาเป่ยกล่าวอย่างหนักแน่น
“ยาต้มอี้เฉินสองขวดทำให้ฉันเป็นรองผู้อำนวยการได้ เธอคิดว่าฉันควรเก็บไว้สองขวดหรือมอบให้เขาดีล่ะ?” ถังต้งจ้องเขม็งไปที่ภรรยา
“ฮะ? เอ่อ… นั่นแหละไม่ต้องเก็บไว้หรอก!” เกาเป่ยดูลังเล แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดอย่างหนักแน่น
หมายเหตุ: ขออนุญาตแก้ลำดับญาติจากตอนที่แล้ว ดังนี้
ถังต้ง = น้องชายถังเจิ้น (อารองของถังหว่าน)
เกาเป่ย = ภรรยาของถังต้ง (สะใภ้รอง)
ถังเยี่ยน = น้องสาวถังเจิ้น (อาของถังหว่าน)
เกาเหว่ยหยาง = สามีของถังเยี่ยน (อาเขยของถังหว่าน)