หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 453 อวดนิดหน่อย
บทที่ 453 อวดนิดหน่อย
ถังต้งรู้สึกสับสน
เขามองภรรยาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ และไม่คาดคิดมาก่อนว่าเธอจะเลือกเช่นนี้
เธอยอมเสียสละอนาคตของเขาเพื่อช่วยลูกชายเอาใจญาติผู้ใหญ่ของหญิงสาวคนนั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่?
ถังต้งได้แต่ส่ายหัว และเมื่อเขาหันไปหาลูกชาย เขาก็พบว่าลูกชายกำลังมองมาด้วยสายตาคาดหวัง ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ถาโถมเข้ามาทันที
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เขาต้องทำงานหนัก?
เพื่อครอบครัวนี้? เพื่อภรรยาและลูก?
แต่พวกเขา…
ช่างเถอะ
ลูกชายของเขาเป็นคนไม่ได้เรื่อง ดังนั้นต่อให้เขาหาเงินได้มากกว่านี้ ลูกชายคนนี้ก็จะผลาญไปหมดอยู่ดี ไม่ว่าเขาจะหาได้น้อยหรือมาก ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องพยายามกระเสือกกระสนอีกต่อไปแล้ว…
“เอาไป! เอาไปเลย!”
ความหวังของถังต้งดูเหมือนจะมอดดับไปในทันที และเขาโบกมืออย่างสิ้นหวังและหันไปยังโจวอี้
“โจวอี้ ฉันต้องมาทำให้นายเห็นเรื่องตลกแล้ว” ถังต้งพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่นระคนเจ็บปวด
“อารอง ผมคิดว่าการที่น้องถังชงยินดีที่จะทุ่มเทเพื่อผู้หญิงที่เขารักนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่องนะครับ อารองไม่ต้องกังวลเรื่องยาต้มอี้เฉินหรอก เอาให้เขาไปทั้งหมดได้เลย! ถ้าผมกลับไปเมืองจินหลิงเมื่อไหร่ ผมจะส่งคนนำยานี้มาให้คุณเพิ่มนะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“นายมีอีกงั้นเหรอ!” ถังต้งตกใจมาก
“ยังมีอยู่บ้างครับ แต่ไม่มาก”
“โจวอี้ ขอบคุณนะ…” ถังต้งกล่าวออกมาจากใจ
“อารอง ผมเคยบอกไปแล้วว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจ อย่าสุภาพกับผมเลย” โจวอี้ยิ้ม
ครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจ?
ทุกคนยกเว้นถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยต่างมองโจวอี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเกาเป่ยซึ่งเดิมทีไม่ชอบโจวอี้ ทว่าเวลานี้ก็ยังมองเขาด้วยแววตาที่อ่อนลง
ถังหว่านนั่งข้างคุณย่า แต่ดวงตาที่สดใสของเธอยังคงจับจ้องไปที่โจวอี้
เธอมีความสุขมาก
ช่วงเวลาที่มีญาติ ๆ อยู่ครบ ครอบครัวกลมเกลียว และมีคนรักอยู่ด้วยนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด จริงไหม?
“โจวอี้ นายทำงานที่โรงพยาบาลนั่นแล้วได้เงินเดือนเท่าไหร่กันเนี่ย?” ทันใดนั้นถังเยี่ยนก็ถามขึ้น
คำถามของเธอดึงดูดสายตาทุกคนที่อยากรู้อยากเห็นอีกครั้ง
โจวอี้ตกตะลึงและกำลังจะตอบ แต่เขาบังเอิญพบว่าฉินฮุ่ยเฟินแม่ยายของเขาขยิบตาให้
หมายความว่ายังไงเนี่ย?
ไม่ให้พูดความจริง?
โจวอี้จึงเลิกคิดที่จะตอบความจริง เขายิ้มและพูดว่า “คุณน้าครับ เงินเดือนของผมไม่สูงนักหรอก แค่เดือนละสองหมื่นหยวน”
“แค่สองหมื่นหยวน?” ถังเยี่ยนกล่าวด้วยความผิดหวัง
“เงินเดือนเพียงสองหมื่นหยวนก็จริง แต่ผมมักจะรับงานตรวจรักษานอกสถานที่ของผมเองด้วย ไปดูผู้ป่วยที่เป็นโรคยาก ๆ และซับซ้อนเป็นครั้งคราว ซึ่งรายได้เหล่านั้นก็หลายหมื่น รวม ๆ แล้วรายได้ต่อเดือนของผมได้เฉลี่ยราว ๆ แสนหยวน” โจวอี้หัวเราะ
“…”
ถังเยี่ยนพูดไม่ออก
ตอนนี้เธอไม่คิดจะดูถูกโจวอี้อีกต่อไป เพราะเธอได้ยินมาว่าโจวอี้เพิ่งมาจากภูเขาและไปใช้ชีวิตอยู่ที่จินหลิงได้ไม่ถึงครึ่งปี ในเวลาอันสั้นนี้ เมื่อเทียบกับรายได้ต่อเดือนที่เขาทำได้แล้วถือได้ว่าเขายอดเยี่ยมจริง ๆ เขาไม่ใช่คนไร้ความสามารถเลยสักนิด
แม้ว่า…
แม้จะแย่กว่าหลานสาวของเธอมาก แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเบียดเบียนเงินหลานสาวเธอ
“คุณน้า ไม่ต้องกังวลเรื่องของผมกับเสี่ยวหว่านนะครับ นอกจากทำเงินด้วยทักษะทางการแพทย์แล้ว ผมมักจะซื้อสมุนไพรมาเก็งกำไรแล้วขายต่อบ้าง ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาผมทำเงินจากมันได้สิบสองล้านหยวน ผมคิดว่าหลังจากนี้ถ้าผมศึกษาตลาดเพิ่มเติมอีก รายได้ของผมก็คงจะเพิ่มขึ้นอีก” โจวอี้หัวเราะ
ตอนนี้ถังเยี่ยนตกตะลึงอย่างสมบูรณ์แล้ว
คุณมีรายได้ 12 ล้านหยวนจากการขายต่อสมุนไพรในครึ่งปี? แบบนี้ก็เท่ากับว่าคุณจะทำเงินได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบล้านต่อปีใช่ไหม?
หากรวมกับเงินเดือนและการออกไปรักษาคนไข้นอกสถานที่ด้วยรายได้ทั้งปี ก็น่าจะเกือบ ๆ สามสิบล้านได้?
ก่อนหน้านี้… ฉันกังวลเกี่ยวกับพวกเขาทำไมกันละเนี่ย?
โจวอี้ยิ้มและพูดต่อไปว่า “คุณน้า ตอนที่ผมออกมาจากภูเขา อาจารย์ของผมไม่ได้ให้เงินผมเลย แต่ให้ใบทวงหนี้มาหนึ่งโหล หนี้พวกนั้นมาจากคนที่ติดเงินอาจารย์ของผมอยู่ ตอนที่ผมไปถึงจินหลิง ผมบังเอิญได้พบคนคนหนึ่งที่ติดหนี้อาจารย์ผมอยู่ เขาไม่ได้คืนเงินให้ แต่ให้บ้านผมมา มันอยู่ติดกับบ้านของเสี่ยวหว่านเลย แถมยังได้รถมาอีกคันซึ่งตอนนี้มันจอดอยู่ชั้นล่างของอาคารนี้นั่นแหละครับ”
บ้านข้างเสี่ยวหว่าน?
ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า?
บ้านในหมู่บ้านนั้นมีราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านหยวนใช่ไหม?
นี่..
ถังเยี่ยนมองไปยังถังหว่านด้วยความสงสัย
ถังหว่านยิ้มและพูดว่า “สิ่งที่โจวอี้พูดเป็นความจริงค่ะ บ้านข้าง ๆ ของหนูตอนนี้เป็นบ้านของโจวอี้ เขายังบอกด้วยว่าหลังจากปีใหม่ เราจะเชื่อมบ้านทั้งสองหลังเข้าหากันแล้วปรับปรุงใหม่ทั้งหมด!”
ถังเยี่ยนตบหน้าผากตัวเองและแอบรู้สึกละอายใจกับความกังวลที่ไร้ประโยชน์ของเธอก่อนหน้านี้
ในขณะที่คนอื่น ๆ มองโจวอี้ต่างออกไปอีกรอบ
คนมีเงินกับคนไม่มีเงิน ย่อมมีสถานะที่แตกต่างกัน
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าโจวอี้เป็นเพียงคนจากครอบครัวยากจนที่ออกมาจากภูเขา แต่ใครจะคิดว่าตอนนี้โจวอี้กลับมีทรัพย์สินมูลค่าหลายสิบล้านแล้ว ผู้ชายแบบนี้จะไม่คู่ควรกับถังหว่านได้อย่างไร?
“พี่เขย คุณสุดยอดมาก ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นเศรษฐีตัวจริง!” ถังเสี่ยวลี่ยิ้มและยกนิ้วให้
“ไม่เลย พี่ก็แค่มีพอเลี้ยงครอบครัวได้เท่านั้นแหละ ไม่ถึงกับเป็นเศรษฐีอะไรทั้งนั้น” โจวอี้พูดอย่างถ่อมตัว
เขาค่อนข้างพึงพอใจเล็กน้อย
แม้จะไม่ได้อวดรวยเต็มที่ แต่ก็ยังได้โชว์ออกไปบ้าง
จากนั้นครอบครัวถังก็พูดคุยกับโจวอี้อย่างสนิทสนมยิ่งขึ้น
ครอบครัวถังต้งและครอบครัวถังเยี่ยนกลับไปในช่วงเย็น และในที่สุดเพนท์เฮ้าส์ขนาดเกือบ 300 ตารางเมตรก็เงียบลงมาก
หลังจากที่โจวอี้ออกมาจากห้องของหญิงชราอิงหงอิง เขาก็เห็นถังหว่านเดินมาพร้อมกับถ้วยชา
“คุณย่าเป็นยังไงบ้าง?” ถังหว่านถามด้วยความเป็นห่วง
“เธอชราและอ่อนแอนิดหน่อย ผมก็เลยนวดให้เธอเพื่อล้างเส้นลมปราณ และทะลวงเส้นเลือดที่อุดตันบางส่วนไปแล้ว ผมจะเขียนใบสั่งยาให้ ขอแค่แม่ของคุณซื้อยาจีนมาต้มแล้วให้คุณย่าดื่มสักครึ่งเดือน ร่างกายก็จะดีขึ้นมากเอง” โจวอี้ยิ้ม
“ขอบคุณนะ…” ถังหว่านวางถ้วยชาไว้ในมือของโจวอี้
“ที่รัก อย่าสุภาพกับผมแบบนี้สิ คุณย่าของคุณก็นับได้ว่าเป็นคุณย่าของผมด้วย พวกเราทั้งหมดเป็นญาติกัน” โจวอี้ยิ้ม
“อื้ม!” หญิงสาวโผเข้าไปกอดโจวอี้ทันที
เช้าวันรุ่งขึ้น
ถังชงขับรถออดี้ A6 มาจอดที่ลานด้านนอกรั้วกำแพงคฤหาสน์ตระกูลฮัว เมื่อเขาเดินไปถึงประตูสีแดงชาด เขาก็ถูกคนของตระกูลฮัวทั้งสี่คนขวางไว้
“ทำไมนายถึงมาที่นี่อีก บอกกี่ครั้งแล้วว่านายไม่ได้รับอนุญาตให้มาที่ตระกูลฮัวของเรา! เราไม่ให้นายพบคุณหนูใหญ่ของเราอีกแล้ว ไม่งั้นคุณชายสามของเราจะหักขานายแน่!” ชายร่างใหญ่ซึ่งเป็นผู้เฝ้าประตูตะโกนออกมา
“ผมโทรหาเยว่ถิงล่วงหน้าแล้ว และเธอก็ยอมให้ผมมา” ถังชงพูดด้วยสีหน้ากังวล ขณะที่ในมือก็กำลังถือกระเป๋าใบเล็กสีดำ
“เราฟังแต่คุณชายสามเท่านั้น!” ชายร่างใหญ่พูดอย่างเย็นชา
“เยว่ถิงบอกว่าพ่อของเธอก็เห็นด้วย” ถังชงรีบพูด
คุณชายสามเห็นด้วย?
ชายร่างใหญ่ตกตะลึง จากนั้นจึงคว้าโทรศัพท์มือถือมาต่อสายหาใครบางคน
เขาสื่อสารไม่กี่คำ จากนั้นก็วางสายและพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “เข้าไปได้ นายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าบ้านหลังไหน อย่าเดินเตร่ไปทั่วล่ะ”
“ทราบแล้วครับ ขอบคุณครับพี่” ถังชงกล่าวอย่างเร่งรีบ
“ไอ้โง่ เรียกลุงสิ!” ชายร่างใหญ่ตะโกน
“อ๊ะ? ครับ ขอบคุณครับคุณลุง” ถังชงตอบกลับด้วยท่าทางหงอ ๆ
ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่สุดในบริเวณของตระกูลฮัว ฮัวกู่เฟิงมองดูลูกสาวคนสวยของเขาด้วยใบหน้ามืดหม่นและถามอย่างเย็นชาว่า “ในเมื่อลูกไม่สนใจไอ้เด็กโง่นั่น ลูกจะไปคุยกับเขาทำไม? มีผู้ชายนับไม่ถ้วนที่อยากกินเนื้อหงส์ ลูกสามารถปฏิเสธคนอื่นได้ แต่ทำไมไม่ปฏิเสธเขาไปสักที?”
“ก็เพราะที่พ่อพูดมาไง เพราะเขาโง่” ฮัวเยว่ถิงยิ้ม
“แล้วเกี่ยวอะไรด้วยถ้าเขาคือไอ้โง่?” ฮัวกู่เฟิงถามกลับไปอย่างไม่พอใจ
“หนูแค่อยากรู้นิดหน่อยว่าคนโง่นั่นจะทนได้นานแค่ไหน” ฮัวเยว่ถิงหัวเราะเยาะ
“…”
ฮัวกู่เฟิงพูดไม่ออก
เขารู้ว่าความคิดของลูกสาวของเขานั้นแตกต่างจากคนทั่วไป เช่นเดียวกับพี่ชายคนที่สี่ของเธอ…ฮัวเยว่โหลว แต่เขาก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าเธอจะมีความคิดสุดโต่งได้ขนาดนี้
หมายเหตุ: ขออนุญาตแก้ลำดับญาติจากตอนที่ 451 ดังนี้
ถังต้ง = น้องชายถังเจิ้น (อารองของถังหว่าน)
เกาเป่ย = ภรรยาของถังต้ง (สะใภ้รอง)
ถังเยี่ยน = น้องสาวถังเจิ้น (อาของถังหว่าน)
เกาเหว่ยหยาง = สามีของถังเยี่ยน (อาเขยของถังหว่าน)