หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 472 ความแข็งแกร่งสามารถเพิ่มพลังชีวิตได้
บทที่ 472 ความแข็งแกร่งสามารถเพิ่มพลังชีวิตได้
หากเป็นเมื่อก่อนนี้ ถังหว่านคงจะไม่เชื่อคำพูดของโจวอี้ เพราะตั้งแต่เกิดมานั้นเธอไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าใครที่จะมีอายุยืนกว่า 150 ปี
แต่ตอนนี้เธอเชื่อ!
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็ไม่อยากเป็นแค่คนดูที่นั่งข้างสนาม
สิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง
โลกของผู้ฝึกยุทธ์อันลึกลับ ผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง และพลังในตำนาน… เป็นเหมือนโลกใบใหม่ที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือโจวอี้ไม่เคยโกหกเธอ
“มนุษย์สามารถมีอายุเกิน 150 ปีได้จริงเหรอ?” แม้ว่าถังหว่านจะเชื่อโจวอี้ แต่เธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะถามยืนยันอีกครั้ง
“คุณย่าเทียนจี้ที่คุณเคยเห็นน่ะ เธอมีอายุมากกว่าร้อยปีไปไกลแล้ว และอาจารย์ของผมที่คุณก็เคยเห็นมาแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้อายุที่แท้จริงของอาจารย์ แต่เธอก็น่าจะอายุเฉียด ๆ ร้อยปี” โจวอี้ยิ้ม
“…”
ดวงตาของถังหว่านเบิกกว้างทันที
เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าคุณย่าเทียนจี้จะมีอายุมากกว่าร้อยปี เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนอายุราว ๆ หกสิบหรือเจ็ดสิบปีเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้เธอยอมรับได้ยากที่สุดคือฉู่เทียนฮุ่ย
อาจารย์ของโจวอี้คนนั้นดูเหมือนผู้หญิงอายุราว ๆ สี่สิบปีเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเธออายุเกือบร้อยปีเข้าไปแล้ว
การมองโลกของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ฉันจะฝึกด้วยแน่นอน! คุณช่วยสอนฉันที!” ถังหว่านพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ไม่มีปัญหา” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
วันส่งท้ายปีเก่าของจีน
รสชาติของปีใหม่ไม่เข้มข้นเท่าวัยเด็ก
แม้ว่าทุกครอบครัวจะแขวนโคมไฟและของประดับตกแต่งคู่กัน แต่ก็ไม่มีเสียงประทัดและไม่มีกลิ่นดินปืนในอากาศ บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
เช้านี้ถังหว่านไม่ได้ไปที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลีจือ เพราะเธอต้องเอาแต่คอยต้อนรับเหล่าเพื่อนบ้านที่แวะเวียนกันมาทักทายที่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ยันเที่ยงวัน ปกติแล้วเธอเป็นคนไม่ค่อยยิ้ม แต่วันนี้เธอต้องบังคับให้ตัวเองยิ้มตลอดครึ่งวันจนกล้ามเนื้อบนใบหน้าแทบเกร็งไปหมด
ทำไมน่ะเหรอ?
เนื่องจากครอบครัวของเพื่อนบ้านที่ตอนแรกเดินทางไปฉลองที่อื่นหรือกลับไปบ้านเกิดเพื่อเทศกาลปีใหม่ เวลานี้พวกเขากลับมาที่นี่แล้ว! พวกเขานำอาหารหรือไม่ก็ของประจำท้องถิ่นที่หลากหลายมามอบให้ครอบครัวของเธอและโจวอี้
นอกห้องเก็บของ
ถังหว่านมองดูสิ่งต่าง ๆ ด้านในและรู้สึกอารมณ์ดีอย่างน่าประหลาด
“ที่รัก ต่อให้เราจะไม่ซื้อของปีใหม่กัน แต่ฉันก็คิดว่าเราคงจะกินของพวกนี้ไม่หมดหรอก” ถังหว่านคว้าแขนโจวอี้แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใช่เลย…เยอะจริง ๆ” โจวอี้ยิ้ม
เหล่าเพื่อนบ้านใจดีมาก หรืออาจเป็นเพราะยาต้มอี้เฉินที่ทำให้เพื่อนบ้านมากกว่าห้าสิบครอบครัวส่งของขวัญพิเศษมามากมาย ซึ่งมันทำให้เขาประหลาดใจมาก
ถังเหมียวเหมี่ยวนั่งลงไปในกองขนมของฝาก แววตาของเธอเป็นประกาย และรู้สึกว่าปากของเธอมีไม่พอที่จะกินมันทั้งหมด
ถังเสี่ยวรุ่ยและถังเสี่ยวถังก็กำลังกินขนมอยู่เช่นกัน
แต่พี่ชายและน้องสาวคู่นี้กินไปพลางอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน
พวกเขาจำได้ว่าทุก ๆ ปีก่อนหน้านี้ ในขณะที่คนทั่วไปอยู่กับครอบครัว กิน ดื่ม และสนุกสนานกัน พวกเขาสองพี่น้องต้องทนทุกข์ทรมานจากความอดอยากและความหนาวเหน็บ
ทว่าปีใหม่ปีนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ แล้ว มันเปรียบได้กับความต่างระหว่างสวรรค์และนรก
นอกจากนี้ พวกเขายังรู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขากับโจวอี้และถังหว่านใกล้ชิดกันจนถึงขีดสุดแล้ว
“พ่อคะ แม่คะ อั่งเปาที่พวกหนูสามคนได้มาจากเพื่อนบ้าน พวกหนูควรเก็บมันไว้ที่พ่อกับแม่หรือเปล่าคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวกลืนขนมในปากและมองมาที่พวกเขา
“ไม่ ๆ พวกลูกแต่ละคนควรเก็บอั่งเปาของตัวเองไว้นะ หลังปีใหม่ พ่อจะพาลูก ๆ ไปที่ธนาคาร พวกลูกแต่ละคนจะมีเงินฝากเป็นของตัวเอง” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“จริงเหรอคะ เราเก็บเงินได้ด้วยเหรอคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวถามอย่างยินดี
“แน่นอนสิ”
“เยี่ยมไปเลยค่ะพ่อ หนูรักพ่อ!” ถังเหมียวเหมี่ยวปรบมือด้วยความดีใจ
ถังเสี่ยวรุ่ยและถังเสี่ยวถังมองหน้ากัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่พูด แต่พวกเขาก็ตื่นเต้น
อั่งเปาสีแดง!
เช้านี้พวกเขาทั้งสามคนได้รับอั่งเปา 52 ซอง พวกเขาเปิดมันและพบว่าซองสีแดงที่เล็กที่สุดมีเงิน 200 หยวน และซองสีแดงที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีเงิน 2,000 หยวน
ถังเสี่ยวรุ่ยยังนับเงินทั้งหมด เธอพบว่าจำนวนเงินในซองอั่งเป่าสีแดงของเธอมีอยู่เกิน 20,000 หยวน
20,000 หยวน!
เงินก้อนนี้ถือว่าเป็นเงินก้อนใหญ่มากสำหรับเธอ
โจวอี้มองดูรอยยิ้มของเด็ก ๆ แล้วหันไปหาถังหว่าน “คุณเตรียมอั่งเปาให้ทุกคนหรือยัง?”
“เตรียมพร้อมแล้วค่ะ” ถังหว่านยิ้ม
“งั้นก็แจกให้ทุกคนกันเถอะ!” โจวอี้กล่าว
“ได้เลย!”
ถังหว่านมอบซองอั่งเปาสีแดงทั้งเจ็ดซอง แต่ละซองมีเงินสด 20,000 หยวน
พวกเด็ก ๆ ทั้งสามคน รวมทั้งเหม่ยหลาน เฉินซาน อิงหง และแม้แต่หานโหรวก็ได้รับอั่งเปา
พวกเด็ก ๆ ยิ้มอย่างเบิกบานเพราะมีความสุข
ไม่ว่าพวกเขาจะมีเงินมากหรือน้อยก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเขา แต่พิธีรับอั่งเปากลับทำให้พวกเขาพอใจอย่างยิ่ง
หลังอาหารกลางวัน ถังหว่านไปที่สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมหลีจือเพื่อบันทึกเทปงานกาล่าเทศกาลปีใหม่ ในขณะที่โจวอี้พาเด็ก ๆ ไปที่โรงแรมเสวียนจิ้ง รวมทั้งเหม่ยหลานและเฉินซาน
ภายในห้องโถงจัดเลี้ยงได้รับการตกแต่งหรูหรา และทุกคนสามารถมองเห็นป้ายสีสันสดใสได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังมีโคมไฟสีแดงและลูกโป่งหลากสีสัน แม้แต่บนเวทีด้านในสุดก็ยังมีโต๊ะยาวและเครื่องเสียงครบครัน
ส่วนภายในห้องโถงมีโต๊ะกลมอยู่ 50 โต๊ะ ซึ่งแต่ละโต๊ะมีจำนวนเก้าอี้มากกว่า 10 ตัว
เวลานี้บรรดาเจ้าของบ้านในช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่ามาถึงที่นี่แล้วหลายคน
ไม่ว่าพวกเขาจะคุ้นเคยกับโจวอี้มาก่อนหรือไม่คุ้นเคยก็ตาม พวกเขาก็จะเข้ามาพูดคุยกับโจวอี้ในขณะที่เด็กทั้งสามคนวิ่งออกไปเล่นกับกลุ่มเด็ก ๆ ในละแวกนั้นอย่างมีความสุข
“คุณโจว” หลิวฉางเกอส่งคนมาดูแลงานเลี้ยงของโจวอี้เสมอ หลังจากที่โจวอี้มาถึง เขาก็ได้รับรายงานทันทีและรีบมาหาด้วยตัวเอง
หลิวฉางเกอเคารพโจวอี้มาก ทว่าก่อนหน้านี้เขาเกือบจะกลายเป็นศัตรูของโจวอี้ไปแล้ว
เขาไม่เคยคิดว่าโจวอี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ ความเคารพของเขาที่มีต่อโจวอี้นั้นมาจากทักษะทางการแพทย์ที่ไม่ธรรมดาของอีกฝ่ายที่เคยช่วยชีวิตแม่ของเขาไว้
ทว่าหลังจากเห็นโจวอี้สอนบทเรียนให้ซูต้าฉวน และยังมีการต่อสู้อันดุดันที่สนามแข่งม้านานาชาติออสเซน
โจอี้สะบั้นคอเหยียนป๋อด้วยมีดเล่มเดียว ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันทำให้เขาพบว่าโจวอี้แข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์ของสำนักโอสถด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกนับถือโจวอี้มากขึ้น
“ผู้จัดการหลิว… ขอบคุณมาก” โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้อีกฝ่ายอย่างสุภาพ
“ด้วยความยินดีครับ นี่คือสิ่งที่ผมควรทำ” หลิวฉางเกอรู้สึกยินดี อีกฝ่ายเป็นศิษย์ของสำนักโอสถแต่กลับสุภาพกับเขามาก สิ่งนี้ทำให้เขาแอบชื่นชมบุคลิกที่ดีของอีกฝ่าย
“เราไปคุยด้วยกันหน่อยไหมครับ?” โจวอี้เอ่ยขึ้น
“ครับ!”
จากนั้นโจวอี้และหลิวฉางเกอก็เข้าไปในห้องรับแขกห้องเล็ก
“ผู้จัดการหลิว คุณมีอะไรจะบอกผมไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“คุณตง เขาอยากเชิญคุณไปทานอาหารเย็นและขอโทษคุณ” หลิวฉางเกอกล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง
“ลืมเรื่องอาหารเย็นไปเลย เราให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ แต่โปรดบอกเขาด้วยว่าหลังจากนี้ หากเขาจะผูกมิตรกับใคร เขาควรดูให้ดี ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะเผชิญกับหายนะโดยไม่รู้ตัว”
“ครับ เอาไว้ผมจะบอกเขา” หลิวฉางเกอพยักหน้า
“ว่าแต่ ใครคืออาจารย์คุณงั้นเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ผม…ผมเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ไร้สังกัด อาจารย์ของผมเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว” หลิวฉางเกอกล่าว
“อืม!” โจวอี้พยักหน้าและกำลังจะพูดต่อ
ทว่าทันใดนั้น เขาก็เห็นหลายร่างที่กำลังพุ่งเข้ามา!