หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 479 สาวน้อยผู้อาภัพ
บทที่ 479 สาวน้อยผู้อาภัพ
สี่ทุ่มกว่า
ชาวช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่าหลายร้อยคนในโรงแรมเสวียนจิ้งไม่ได้ออกไปไหน แม้ว่าเด็กบางคนจะง่วงนอนแล้ว แต่พ่อแม่ก็เพียงแค่อุ้มลูกไว้ในอ้อมอกแล้วรอเวลา
ในที่สุด เมื่อโจวอี้พาถังหว่านเข้ามา บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงก็มีชีวิตชีวามากขึ้น
ในอดีตนั้นผู้คนอาจพูดว่าโจวอี้ได้แต่งงานกับภรรยาที่ดี ทว่าวันนี้เพื่อนบ้านทุกคนจะต้องพูดว่าถังหว่านได้แต่งงานกับสามีที่ดี
ถังหว่านยิ้มและกล่าวขอบคุณทุกคนที่ชมเชย เธออาจไม่มีความสุขหากคนอื่นชมเชยแค่เธอ แต่เมื่อคนอื่นชมเชยสามีของเธอด้วย หัวใจของเธอก็คล้ายกับว่าหวานราวกับน้ำผึ้ง
งานเลี้ยงสิ้นสุดลงเมื่อผ่านพ้นเที่ยงคืน
ถังหว่านพาเด็ก ๆ กลับบ้านพร้อมกับเหล่าเพื่อนบ้าน
หลังจากจัดการเรื่องเงินกับอู๋ฉีหางแล้ว โจวอี้ก็เห็นหลิวฉางเกอเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ออกจากโรงแรม และยังอยู่ในห้องทำงานของผู้จัดการทั่วไป
“ไม่กลับไปหาครอบครัวเหรอครับ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ผมกลับไปทานอาหารเย็นวันส่งท้ายปีเก่าเสร็จแล้วก็กลับมาที่นี่อีกครั้ง ธุรกิจที่นี่ยุ่งมากเลย” หลิวฉางเกอหัวเราะ
“อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือผู้ฝึกยุทธ์ ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด พูดตามตรงนะ ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันมาสองวันแล้ว และเวลาที่ติดต่อกันก็ไม่นานนัก แต่ผมรู้สึกได้ว่าคุณเป็นคนดีมาก อย่างน้อยก็สำหรับแม่ของคุณไง” โจวอี้ยิ้ม
ครั้นหลิวฉางเกอได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มของเขาก็ดูสดใสยิ่งขึ้น เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการยอมรับจากผู้นำในอนาคตของสำนักโอสถ
“พี่หลิว เนื่องจากคุณเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ งานเลี้ยงคืนนี้น่ะผมจะไม่จ่ายเป็นเงิน แต่จะเป็นการมอบโอสถระดับทองคำสองชนิดให้แทน” โจวอี้พูดและส่งขวดหยกสองขวดให้อีกฝ่าย
โอสถระดับทองคำ?
หลิวฉางเกอต้องการที่จะปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่โอสถระดับทองคำนั้นดึงดูดใจเขามากเกินไป ดังนั้นเขาจึงกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายด้วยท่าทางนอบน้อม จากนั้นจึงรับขวดหยกสองขวดมาเตรียมที่จะเก็บไว้อย่างดี
เขาเห็นว่ามีฉลากแปะบนขวดหยก
ขวดหนึ่งคือโอสถรวมวิญญาณที่ช่วยเพิ่มระดับยุทธ์ และอีกขวดคือโอสถที่ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ เขาย่อมรู้ถึงคุณค่าของโอสถทั้งสองชนิดนี้ แท้จริงแล้วโอสถรวมวิญญาณระดับทองคำเพียงอย่างเดียวก็มีมูลค่าอย่างน้อยหลายสิบล้านหยวน
แต่งานเลี้ยงคืนนี้มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่เอง? ต่อให้เขาจะใช้วัตถุดิบชั้นยอด หรือนำไวน์ชั้นยอดออกมาเสิร์ฟ ค่าใช้จ่ายของงานเลี้ยงนี้ก็ยังน้อยกว่าหนึ่งในสิบของมูลค่าโอสถนี้
สรุปก็คือเขาได้กำไรมหาศาล!
“น้องโจว มีบางอย่างที่ผมลืมบอกคุณ” หลิวฉางเกอชงชาให้โจวอี้ด้วยตัวเอง เขาพูดพร้อมกับตบหน้าผากตัวเอง
“มีอะไรเหรอครับ?”
“วันนี้ที่คุณกับภรรยามาที่นี่ พวกคุณถูกสาวน้อยคนหนึ่งแอบถ่าย ฝ่ายรักษาความปลอดภัยตรวจเจอและตอนนี้เรากำลังควบคุมตัวสาวน้อยคนนั้นไว้ในห้องของโรงแรม!” หลิวฉางเกอกล่าว
แอบถ่าย?
ถ่ายเขา? หรือแอบถ่ายถังหว่าน?
เพราะถ้าเป็นการแอบถ่ายถังหว่าน มันก็น่าจะเป็นแค่พวกแฟน ๆ ของถังหว่าน
โจวอี้จิบชาก่อนจะยืนขึ้นและพูดว่า “พี่หลิว พาผมไปหาเธอหน่อย”
“ได้เลย!”
ภายในห้องชุดของโรงแรม
ซุ่ยซุ่ยยืนอยู่ที่หน้าต่างด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง แม้ว่าตอนนี้จะเลยเที่ยงคืนไปแล้วแต่เมืองที่อยู่ตรงหน้าเธอยังคงสว่างไสว และเสียงหัวเราะก็ดูเหมือนจะดังออกมาจากทุกครัวเรือน
เธอรู้สึกเสียใจ
วันนี้เธอมาที่นี่กับครอบครัวเพื่อทานอาหารเย็นส่งท้ายปีเก่า หลังจากกินและดื่มจนอิ่มหนำแล้ว เธอก็ขอตัวกลับไปก่อนเพื่อเตรียมไลฟ์วันส่งท้ายปีเก่ากับแฟน ๆ ของเธอ
ทว่าก่อนจะออกจากโรงแรม เธอบังเอิญเห็นคนรู้จัก
เธอยังจำหมอโจวที่เคยปรากฏตัวในห้องไลฟ์ของเธอได้
ทันทีที่เธอพร้อมที่จะทักทายหมอโจว เธอกลับพบว่าถังหว่านศิลปินดังกำลังคล้องแขนของหมอโจวอยู่
ถังหว่าน!
ไอดอลของเธอ นักร้องหญิงที่เธอชื่นชอบ! ทั้งสวยและใจดี และครั้งหนึ่งถังหว่านยังเคยไปส่งเธอกลับบ้านด้วย!
เธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายรูปโจวอี้และถังหว่านไว้หลาย ๆ รูปเพื่อเตรียมเก็บภาพความรักของพวกเขาไว้เป็นที่ระลึก
แต่พฤติกรรมของเธอถูกรปภ.ของโรงแรมเข้าใจผิดและจับเธอมาไว้ที่นี่ แม้ว่าเธอจะอธิบายอยู่นานสองนานและสัญญาว่าจะลบภาพ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ช่วยอะไร เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเหล่านั้นไม่เพียงแต่เอาโทรศัพท์มือถือของเธอไปเท่านั้น แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอไปอีกด้วย
“ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ ฉันควรไปทักทายหมอโจวอย่างเปิดเผยดีกว่า บางทีฉันอาจจะได้คุยกับไอดอลของฉันอีกครั้ง!” ซุ่ยซุ่ยพึมพำด้วยความเจ็บใจ
ตี้ด!
เสียงประตูคีย์การ์ดดังขึ้น
ซุ่ยซุ่ยหันกลับมาทันที เมื่อเธอเห็นใครบางคนผลักประตูเข้ามา หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น
“เอ๊ะ?”
“หมอโจว?”
ซุ่ยซุ่ยตกตะลึง จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและถามด้วยความประหลาดใจ “ลุงสุดหล่อ! นี่ฉันเองซุ่ยซุ่ยไง คุณจำฉันได้ไหม?”
“เธอ? ซุ่ยซุ่ย?” โจวอี้รู้สึกประหลาดใจ
เขาจำได้
ตอนที่เขาซื้อไปวัตถุดิบยาในร้านหมื่นห้องยา เขาบังเอิญได้พบกับสาวน้อยนักไลฟ์สดที่ชื่อซุ่ยซุ่ยซึ่งเวลานั้นเธอกำลังไลฟ์อยู่ และเขายังเข้าไปอยู่ในห้องไลฟ์ของเธอเพื่ออธิบายความรู้บางอย่างเกี่ยวกับวัตถุดิบยาให้แฟน ๆ ของเธอฟัง
แม้แต่บัญชีแอปฯโตว่อิน ‘ซูเปอร์แดดดี้’ ซุ่ยซุ่ยก็เป็นคนลงทะเบียนให้เขา
“ว้าว ลุงสุดหล่อยังจำซุ่ยซุ่ยได้! เยี่ยมมาก! ช่วยบอกพวกเขาได้ไหมว่าฉันไม่ใช่คนเลวน่ะ” ซุ่ยซุ่ยคว้าแขนของโจวอี้ไว้
“ถ้าเธอไม่ใช่คนเลว แล้วทำไมเธอถึงต้องแอบถ่ายเรา?” โจวอี้ถาม
“ก็เพราะฉากตอนที่คุณเดินคู่กับไอดอลของฉันน่ะมันสวยมากเลยยังไงล่ะ! ฉันอยากถ่ายรูปความสุขของคุณเก็บไว้เป็นที่ระลึกสักหน่อย แต่กลับโดนพวกรปภ.จับมา” ซุ่ยซุ่ยอธิบายอย่างหมดหนทาง
“แอบถ่ายทำไม?” โจวอี้ถามด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“อันที่จริงฉันเองก็อยากจะทักทายคุณก่อน แต่พวกรปภ.ดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าฉันอยากจะเดินเข้าไปหา ฉันก็เลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องถ่ายรูปเก็บไว้เท่านั้น แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็พุ่งเข้ามาจับฉัน” ซุ่ยซุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น
โจวอี้หันไปมองหลิวฉางเกอ
หลิวฉางเกอหัวเราะ “เธอพูดถูกแล้ว รปภ.ในห้องตรวจสอบรีบติดต่อรปภ.ด้านนอกทันทีที่เขาพบว่าเธอกำลังถ่ายรูปคุณ พวกเขาก็เลยหยุดเธอไว้ได้ทันเวลา”
โจวอี้รู้สึกตะลึงกับคำพูดนี้
เขาหันกลับมามองซุ่ยซุ่ยแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าคุณต้องการถ่ายรูปก็บอกให้ผมรู้ก่อน ผมจำได้ว่าคุณมีข้อมูลติดต่อของผมอยู่แล้ว หลังจากนั้นเราจะได้มาถ่ายรูปด้วยกันอย่างถูกต้อง ไม่ต้องทำให้คนอื่นเข้าใจผิดอีก”
“ถ่ายรูปกับลุงสุดหล่อและพี่สาวไอดอลแบบแฟร์ ๆ ได้จริง ๆ เหรอ?” ซุ่ยซุ่ยถามอย่างยินดี
“ไม่”
“แต่คุณเพิ่งบอกว่าได้!”
“คุณสมควรถูกลงโทษแล้ว และอีกอย่างนะ คุณควรตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้ไม่เรียกสรรพนามคนอื่นผิด ๆ แบบนี้อีก” โจวอี้พูดติดตลก
เรียกสรรพนามผิด?
ซุ่ยซุ่ยตกตะลึง จากนั้นจึงพูดด้วยรอยยิ้มแห้ง “ฉันผิดไปแล้วน่า เป็นพี่ชายสุดหล่อและพี่สะใภ้แสนสวยต่างหาก”
“ค่อยยังชั่ว” โจวอี้คลี่ยิ้มพึงพอใจ