หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 480 ผีพนันหญิง
บทที่ 480 ผีพนันหญิง
ปีใหม่นี้! ขอให้โชคดี!
เมื่อเทียบกับงานเลี้ยงฉลองส่งท้ายปีเก่าเมื่อปีที่แล้ว ปีใหม่นี้เป็นปีที่โจวอี้ยุ่งมาก
เขาได้รับสายอวยพรปีใหม่มากมาย ตอบกลับข้อความอวยพรปีใหม่อีกมากมาย และยังต้องโทรหาผู้อาวุโสที่เขารู้จักทีละคนเพื่อทักทายพวกเขา
อย่างไรก็ตาม เขาผิดหวังที่ไม่สามารถติดต่ออาจารย์ฉู่เทียนฮุ่ยได้
จนกระทั่งวันที่สองของปี เขาจึงได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ของเขา และรู้ว่าเธอกำลังยุ่งอยู่กับการขุดสุสานโบราณบนภูเขาลูกใหญ่
สุสานของใครน่ะเหรอ?
โจวอี้เองก็ไม่รู้และไม่ได้ถาม
หลังจากนั้น เขาก็บอกเรื่องโจวหงเย่ผู้เป็นอาหญิงใหญ่ของเขาให้อาจารย์ฟัง และบอกเธอด้วยว่าเขาเป็นลูกหลานของตระกูลโจว
ฉู่เทียนฮุ่ยไม่ได้พูดอะไรแต่บอกให้เขาระวัง และสักวันหนึ่งเธอจะบุกไปที่นิกายเร้นลับพร้อมกับเขาเพื่อทวงหนี้เลือดของเขาคืนมา
วันที่สองของปีใหม่
พวกเขาทั้งห้าคนไปที่ซูโจวอีกครั้ง
เวลานี้ตระกูลถังกำลังยุ่งวุ่นวาย ไม่ใช่แค่ครอบครัวของอารองเท่านั้นที่มาเยี่ยม แต่ครอบครัวของอาสามก็มาด้วย
และเมื่อสิ้นสุดวันอันแสนวุ่นวาย โจวอี้ที่เพิ่งกล่อมลูกสาวของเขาให้เข้านอนก็ได้รับข้อความที่ไม่คาดคิด
คนที่ส่งข้อความถึงเขาคือถังชง ลูกพี่ลูกน้องของถังหว่าน
“เกิดอะไรขึ้น?” ถังหว่านเข้ามาในห้องนอนและถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นโจวอี้จ้องอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้างุนงง
“ถังชงส่งข้อความมาหาผม”
“หือ? เขาต้องการอะไรจากคุณ?” ถังหว่านถามด้วยความสงสัย
เธอไม่ชอบลูกพี่ลูกน้องของเธอคนนี้สักเท่าไหร่ เธอมักจะคิดว่าผู้ชายคนนี้มีความคิดอ่านที่เหมือนเด็ก และถูกอารองตามใจจนเสียนิสัย
“เขาบอกว่าพรุ่งนี้อยากจะขอความช่วยเหลือจากผมน่ะ ผมส่งข้อความไปถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขายังไม่อยากเปิดเผย เขาบอกว่าพรุ่งนี้ผมจะรู้เอง” โจวอี้ยิ้มอย่างขมขื่น
“งั้นฉันจะโทรไปถามเขาว่ามีอะไรหรือเปล่า”
“อย่าเลย พรุ่งนี้ผมจะลองไปดู! ถ้าเขามีเรื่องร้ายแรงที่ต้องการให้ผมช่วย ผมจะช่วยเขา แต่ถ้าไม่มีอะไรร้าย แรงผมจะกลับมาทันที”
ถังหว่านได้ยินเช่นนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าและพูดว่า “เข้าใจแล้ว ฉันจะปล่อยเรื่องนี้ให้คุณจัดการ!”
“อื้ม!” โจวอี้ยิ้มมุมปาก เขาทิ้งโทรศัพท์มือถือไว้ข้าง ๆ ก่อนจะเอื้อมไปดึงถังหว่านเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน “ภรรยาครับ ตอนนี้ลูก ๆ หลับไปแล้ว พ่อแม่กับคุณย่าก็หลับไปแล้วด้วย…”
“ฉันรู้น่า!” ถังหว่านหน้าแดง
“อาหญิงใหญ่รออุ้มหลานชายอยู่นะที่รัก!” โจวอี้พูดจบก็หัวเราะเบา ๆ
“คนบ้า!…”
เช้าวันรุ่งขึ้น
หลังจากโจวอี้ลุกขึ้น เขาก็พบว่าถังหว่านไม่ได้อยู่ในห้องนอน
เมื่อนึกถึงความบ้าคลั่งในค่ำคืนที่ผ่านมา และวิธีที่ถังหว่านพยายามระงับเสียงของเธอ เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
เขาอาบน้ำอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ ก่อนจะออกมาที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก
ถังเจิ้นออกไปวิ่งออกกำลังกายตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับพวกเด็ก ๆ ส่วนถังหว่านและฉินฮุ่ยเฟินกำลังยุ่งอยู่ในครัว โจวอี้ตั้งใจจะเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกผลักออกมา
เมื่อไม่มีอะไรทำ เขาจึงมีความคิดที่จะออกไปเดินเล่น
ทันทีที่เขาออกจากที่พัก เขาก็เห็นชายคนหนึ่งกำลังนั่งยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่หน้าสวนริมถนน กลุ่มควันบุหรี่นั้นไม่สามารถปกปิดสีหน้าที่เศร้าหมองของอีกฝ่ายได้
โจวอี้เคยเห็นผู้ชายคนนี้มาแล้ว อีกฝ่ายอาศัยอยู่ตึกเดียวกับพ่อแม่ของถังหว่าน ดูเหมือนว่าจะแซ่หมาน และแก่กว่าเขาสามปี
“พี่หมาน สวัสดียามเช้า” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อืม” หมานตงเงยหน้าขึ้นมองโจวอี้และพยักหน้าให้อย่างเงียบ ๆ
โจวอี้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดคุย ดังนั้นเขาจึงออกไปเดินเล่นคนเดียว แต่ใครจะคิดว่าจู่ ๆ หลังจากที่เขาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็ได้ยินหมานตงเรียกเขาจากด้านหลัง “คุณชื่อโจวอี้ใช่ไหม เป็นสามีของถังหว่าน?”
“ถูกต้องครับผม” โจวอี้หยุดฝีเท้าและหันกลับมาตอบ
หมานตงดูลังเลเล็กน้อย เขาจ้องมองโจวอี้ก่อนจะถามขึ้นมาว่า “น้องโจว คุณดูอัธยาศัยดี ดูเป็นคนมีอารมณ์สุนทรีย์ คุณน่าจะเข้าใจการวาดภาพใช่ไหม?”
“แน่นอน ผมเข้าใจ” โจวอี้พยักหน้าอย่างสุภาพ
“คุณสนใจงานเขียนพู่กันและภาพวาดโบราณไหม?” หมานตงถาม
“งานวาดพู่กันและภาพวาดโบราณ?” โจวอี้ถามกลับด้วยความสงสัย
“ฉันมีภาพวาดของถังป๋อหู่[1]อยู่ในมือ บรรพบุรุษของฉันได้รับสืบทอดมา ว่ากันว่ากว่ามันจะตกทอดมาถึงฉันก็เป็นเวลากว่าสี่ชั่วอายุคนแล้ว ถ้าหากนายสนใจ ฉันขายให้นายได้นะ แต่ราคาอาจจะสูงสักหน่อย” หมานตงพูดด้วยแววตาคาดหวัง
“พี่หมาน ขอโทษที! ถึงผมจะชอบวาดภาพ แต่ผมก็ไม่คิดที่จะซื้อผลงานเขียนพู่กันหรือภาพวาดโบราณ” โจวอี้กล่าวขอโทษ
“อืม งั้นก็ไม่เป็นไร” หมานตงส่ายหัวและย่อตัวลงอีกครั้งเพื่อสูบบุหรี่ต่อไป
โจวอี้มองไปยังสีหน้าอมทุกข์ของอีกฝ่าย เขารู้สึกตะขิดตะขวงใจเล็กน้อย
ผลงานของถังป๋อหู่อะไรนั่นน่าจะมีค่ามากกับชายคนนี้ แต่ชายคนนี้กลับมีความคิดที่จะขายมันในวันที่สามของปีใหม่ ซึ่งหมายความว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและต้องใช้เงินด่วน
โจวอี้เป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว โดยเฉพาะอีกฝ่ายที่เป็นเพื่อนบ้านของครอบครัวพ่อตาและแม่ยายของเขา ดังนั้นเมื่อเขาเดาสถานการณ์ของอีกฝ่ายได้ เขาจึงล้มเลิกที่จะไปเดินเล่น แต่หยิบบุหรี่ออกมาแล้วนั่งยอง ๆ ลงข้างหมานตง ชายหนุ่มยื่นบุหรี่ให้อีกฝ่ายแล้วจุดให้กับตัวเองก่อนจะสูบมัน
“คุณเดือดร้อนเรื่องเงินอยู่ใช่ไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“นายรู้ได้ยังไง?” หมานตงหันมาถามด้วยสีหน้างงงวย
“ในวันที่สามของปีใหม่แบบนี้ คุณกลับคิดที่จะขายภาพวาดของบรรพบุรุษ ถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาเรื่องเงิน คุณคงไม่มีทางขายมันแน่” โจวอี้ยิ้ม
หมานตงโยนบุหรี่ของตัวเองทิ้งไปและจุดบุหรี่ที่โจวอี้ยื่นให้ เขาสูบบุหรี่ครึ่งมวนในรวดเดียว จากนั้นก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่นและพูดว่า “น้องโจว มีคนเคยพูดไว้ว่า เมื่อเลือกเจ้าสาวมาแต่งงาน ควรเลือกเจ้าสาวที่มีคุณธรรมและสติปัญญามากกว่าเจ้าสาวที่มีเพียงความงามเท่านั้น…”
“สำหรับผู้หญิงที่จะแต่งงาน ก็ควรเลือกผู้ชายที่ใจดี ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่มีเงินหรือทรัพย์สินเท่านั้น ผู้หญิงควรประพฤติตนอย่างสุจริต ส่วนผู้ชายควรจำไว้ว่าคุณธรรมของเขาจะถูกมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ และควรมีความซื่อสัตย์ต่อคู่ของเขาเท่านั้น ฉันทำมันแล้วนะ แต่ครอบครัวของฉันไม่ทำ ดังนั้นผลที่ตามมา…”
โจวอี้ไม่ได้พูดอะไร เขากำลังตั้งใจฟังอีกฝ่ายระบายออกมา
“เดิมทีภรรยาของฉันเป็นคนดีมาก เธอเป็นคนมีคุณธรรมและดูแลครอบครัวได้ดีมาก แต่เมื่อครึ่งปีก่อน เธอมักจะไปเล่นไพ่นกกระจอกกับเพื่อนสาวหลายคน”
“ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เธอสูญเสียเงินไปมากกว่าแสนหยวน เงินเล็กน้อยนี้ไม่ใช่ปัญหากับครอบครัวของเราหรอก นับประสาอะไรกับเงินหลักแสน ต่อให้เสียเงินล้านสองล้านก็ยังพอไหว”
“แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอเสียเงินไปมากกว่าเจ็ดล้านหยวนในคืนเดียว!”
“มากกว่าเจ็ดล้านหยวนเชียวนะ! เงินออมของครอบครัวเราหลายล้านหยวนยังไม่พอเลย ฉันทะเลาะกับเธอครั้งใหญ่ แต่ฉันต้องช่วยเธอหาเงินเพื่อใช้หนี้ของเธอ จนถึงตอนนี้ ฉันยังขาดเงินอีกตั้งเกือบสองล้านหยวน ฉันยังหายืมไม่ได้เลย!”
“ฉันแค่อยากจะขายภาพวาดใช้หนี้ ถ้าเธอไม่หยุดเล่นการพนัน ฉันจะหย่ากับเธอ แต่ถ้าเธอเลิกเล่นการพนัน ฉันจะอยู่กับเธอต่อไป และจะคิดซะว่าใช้เงินพวกนั้นไปเพื่อซื้อบทเรียน” หมานตงเล่าด้วยสีหน้าขมขื่น
หลังจากที่ฟังจนจบ โจวอี้ก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจชายคนนี้มาก
การพนันเป็นสิ่งเสพติด
การพนันเป็นความโลภโดยธรรมชาติ
บางคนอาจได้สติและเลิกติดการพนัน หลังจากที่ได้รับบทเรียนอันหนักหน่วง
แต่ก็มีคนจำนวนมากเช่นกันที่แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียเงินไปมากมาย และแม้ว่าพวกเขาจะขายลูกสาวไปเพื่อใช้หนี้ ทว่าพวกเขาก็จะไม่มีวันกลับใจ
“พี่หมาน ตอนนี้พี่ทำอาชีพอะไรอยู่ครับ?” โจวอี้ถาม
“บริษัทโฆษณาขนาดเล็กน่ะ ธุรกิจยังไปต่อได้”
“อ้อ!” โจวอี้พยักหน้า
เขามีเงิน แต่ไม่ได้พูดว่าจะให้อีกฝ่ายยืม
แม้ว่าหมานตงจะเต็มใจใช้หนี้การพนันของภรรยาแทน ซึ่งหมายความว่าเป็นผู้ชายที่ดีกับภรรยามาก แต่นี่เป็นเพียงแง่มุมหนึ่งเท่านั้น โจวอี้จำเป็นต้องเข้าใจเรื่องราวของหมานตงในแง่มุมอื่น ๆ ด้วย
หลังจากนี้ หากพ่อตาแม่ยายของเขาชมหมานตงสักสองสามคำ เขาก็จะคิดว่าอีกฝ่ายควรค่าแก่การช่วยเหลือ
‘หลังมื้อเช้า ฉันจะถามพวกเขา!’
‘ถ้าพวกเขาคิดว่าหมานตงนิสัยดี ฉันจะช่วยชายคนนี้’
‘แม้ว่าฉันกับถังหว่านจะไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ แต่พ่อตาและแม่ยายของฉันก็อาศัยอยู่ที่นี่ คงเป็นเรื่องดีที่พวกเขาจะมีเพื่อนบ้านที่ดีและคอยช่วยเหลือกัน’
โจวอี้คิดในใจและตบไหล่หมานตงเบา ๆ
ทันใดนั้น โจวอี้ก็เห็นผู้หญิงที่อยู่ในชุดนอนสภาพยุ่งเหยิง เธอวิ่งออกมาจากทางเดินและตะโกนลั่น
“สามี! พวกเขาโทรมาอีกแล้ว! บอกว่าถ้าวันนี้ฉันไม่จ่ายคืน พวกเขาจะมาจับฉันถึงที่บ้าน!” ผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนก
[1] ถังป๋อหู่ (唐伯虎) คือหนึ่งในสี่นักปราชญ์ชื่อดังแห่งเจียงหนาน เขาเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะแห่งเจียงหนาน มีความสามารถและเป็นที่ยอมรับในฝีมือการวาดภาพ แต่งกลอน และเขียนพู่กันจีน