หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 486 ไม่ต้องจ่ายหนี้พนัน
บทที่ 486 ไม่ต้องจ่ายหนี้พนัน
“หัวหน้า ผู้ชายคนนั้นเหมือนไม่ใช่มนุษย์เลย มันใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการเอาชนะพวกเราได้ทั้งหมด” เฉินเซียงกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ไม่กี่วินาที สี่คน?
สีหน้าของเหมียวเหวินเหล่ยดูย่ำแย่
เขายังมีกลุ่มลูกน้องเดนตายที่แข็งแกร่งอยู่อีกมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ทว่าลูกน้องคนนั้นเคยบอกกับเขาว่าระดับยุทธ์ที่สำเร็จนั้นนับได้ว่าอ่อนแอมากหากเทียบกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น ๆ แต่ลูกน้องคนนั้นก็ยังเป็นคนที่ทรงพลังที่สุดภายใต้คำสั่งของเขา
หรือว่า…
จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทำร้ายกลุ่มทั้งห้าของเฉินเซียง?
“อีกอย่างนะหัวหน้า ผมได้อ้างชื่อคุณไปแล้วด้วย แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นไม่เพียงแต่ไม่กลัวเท่านั้น มันยังแสร้งทำเป็นโทรหาใครบางคนต่อหน้าเราด้วย มันบอกว่าถึงเวลาต้องแก้ไขความสงบเรียบร้อยในซูโจวแล้ว” เฉินเซียงพูดขึ้นหลังจากที่นึกขึ้นได้
“ว่าไงนะ!?” สีหน้าของเหมียวเหวินเหล่ยเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ธุรกิจหลายอย่างของเขาเป็นธุรกิจมืด และสิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดคือการยั่วยุคนที่ไม่ควรถูกยั่วยุ
ผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่เขายั่วยุไม่ได้หรือเปล่า?
กริ๊ง!
โทรศัพท์มือถือของเหมียวเหวินเหล่ยดังขึ้นในทันใด
เมื่อเขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหมายเลขที่โทรเข้ามา ความรู้สึกไม่ดีก็ผุดขึ้นมาในใจ
“พี่หลี่ คุณโทรหาผมตอนนี้มีคำสั่งอะไรเหรอ?” เหมียวเหวินเหล่ยถามอย่างระแวง
“หนี! หนีออกจากซูโจวให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! หนีไปต่างประเทศได้ก็ยิ่งดี!” เสียงร้อนรนดังมาจากโทรศัพท์มือถือ
“ท…ทำไม มีเรื่องอะไร…”
ตู๊ด ตู๊ด…
สายการโทรถูกตัดลงในฉับพลัน
หัวใจของเหมียวเหวินเหล่ยนั้นราวกับดิ่งลงเหว
เขามองไปที่กลุ่มคนทั้งห้าของเฉินเซียงอย่างเดือดดาลแล้วตวาดว่า “รอห่าอะไรอยู่อีก! โทรหาคนของเราซะ แล้วบอกให้พวกเขาแยกย้ายหนีไปให้หมดสิโว้ย!”
“หัวหน้า คุณจะหนีอะไร?” เฉินเซียงถามอย่างโง่งม
“ไอ้โง่! แกไปยั่วโมโหคนที่ไม่สมควร! ตอนนี้เราต้องหนีเอาชีวิตรอด!” เหมียวเหวินเหล่ยตะโกนก่อนจะคว้าปืนพกจากลิ้นชักมายัดไว้ที่เอว เปิดตู้นิรภัยด้วยกุญแจ แล้วใส่เงินสดทั้งหมดลงในกระเป๋าก่อนจะรีบออกไป
ปัง!
ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็เข้ามาขวางทางของเหมียวเหวินเหล่ย อีกฝ่ายถีบเขาที่หน้าอก ส่งร่างของเขากลับเข้าไปในห้องสำนักงาน
เหมียวเหวินเหล่ยรู้สึกเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก แต่ด้วยแรงใจที่คิดจะหนีเอาตัวรอด เขายังคงสามารถชักปืนออกมาได้
ทว่าน่าเสียดาย
ร่างของผู้มาเยือนพุ่งวาบมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาทันที ก่อนจะเตะปืนพกในมือ รวมถึงทำให้เฉินเซียงและลูกน้องทั้งห้าหมดสติไปในพริบตา
“แค่ก…แกเป็นใคร?” เหมียวเหวินเหล่ยถามด้วยสีหน้าขนลุก
ทว่าทันทีที่สิ้นเสียงเขา เขาก็เห็นร่างหลายร่างพุ่งเข้ามาจากข้างนอก และคนแรกนั้นก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ทั้งร่างของเขาถึงกับเย็นวาบ
ฮัวเยว่โหลว?
ผู้นำตระกูลฮัวคนปัจจุบัน!
ทำไม! ทำไมคนมีอำนาจขนาดนี้ถึงมาที่นี่ได้?
“เหมียวเหวินเหล่ยใช่ไหม? ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าแกไปยั่วยุคุณโจวได้ยังไง แต่วันนี้แกจะถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสำหรับอาชญากรรมของแกในซูโจวที่สั่งสมมาหลายปี” ฮัวเยว่โหลวกล่าวด้วยสีหน้าราบเรียบ
“ผู้นำฮัว ไม่ใช่ผมนะ! เป็นลูกน้องของผมต่างหากที่ล่วงเกินเขา และผมก็เพิ่งรู้ โปรดยกโทษให้ผมด้วย! ผมยินดีจะยกทรัพย์สินทั้งหมดให้!” เหมียวเหวินเหล่ยคุกเข่าลงและขอร้องอย่างขมขื่น
“ไร้ประโยชน์น่า ถ้าแกอยากจะโทษใครก็โทษลูกน้องของแกก็แล้วกัน พวกมันไปยั่วยุคนที่แม้แต่ฉันก็ไม่กล้าล้อเล่นด้วย! ตอนนี้แกทำได้เพียงแค่ยอมรับชะตากรรมของแก” ฮัวเยว่โหลวกล่าวและโบกมือเบา ๆ
ทันใดนั้น เหมียวเหวินเหล่ยก็หวาดกลัวจนหมดสติไป
ไม่กี่นาทีต่อมา รถตำรวจราว ๆ สี่ห้าคันได้มาจอดรออยู่ด้านนอก และตำรวจหลายสิบนายก็รีบเข้ามาเพื่อพาเหมียวเหวินเหล่ยและคนอื่น ๆ ที่หมดสติออกไป
เมืองซูโจววันนี้ไม่สงบ
แม้แต่คนธรรมดาก็รู้สึกว่ามีพายุกำลังก่อตัวขึ้น เพราะสามารถพบเห็นตำรวจได้ทุกที่ตามท้องถนนและตรอกซอกซอย รถตำรวจแล่นไปตามถนนตลอดเวลา และเสียงไซเรนก็ดังก้องไปทั่วเมือง
ณ บ้านตระกูลถัง
โจวอี้ที่เพิ่งกลับมาได้รับโทรศัพท์จากฮัวเยว่โหลว เขารู้แล้วว่าเหมียวเหวินเหล่ยและลูกน้องทั้งหมดถูกจับ ตำรวจซูโจวได้เริ่มปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อกวาดล้างอิทธิพลมืดและกำจัดพวกแก๊งชั่ว
“เสี่ยวอี้ ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น? นี่ก็ชั่วโมงกว่าแล้ว ทำไมเสียงไซเรนยังไม่เงียบเลย” ถังเจิ้นถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นโจวอี้กลับมา
“ตำรวจซูโจวกำลังดำเนินการครั้งใหญ่เพื่อกวาดล้างแก๊งต่าง ๆ ในเมือง ตอนนี้ครอบครัวหมานตงไม่จำเป็นต้องใช้หนี้การพนันอีกแล้ว พวกแก๊งที่อยู่เบื้องหลังถูกจับ รวมถึงชายทั้งห้าคนนั้นด้วยที่มาทวงหนี้วันนี้” โจวอี้หัวเราะ
“…”
ถังเจิ้นตกตะลึง
เขาไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจทันทีว่าสาเหตุที่เมืองนี้มีปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคนชั่วขนาดใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับการที่โจวอี้โทรหาฮัวเยว่โหลวแน่นอน
นี่ลูกเขยของฉันมีอิทธิพลเกินไปไหมเนี่ย?
ฮัวเยว่โหลวคนนั้นเชื่อฟังลูกเขยของเขามากขนาดนี้เลย?
โจวอี้ถูกถังหว่านดึงกลับไปที่ห้อง ขณะที่ประตูปิดลง ถังหว่านก็จ้องมองโจวอี้ด้วยดวงตาสดใสและถามว่า “คุณทำแบบนั้นได้ยังไงน่ะ?”
“ฮัวเยว่โหลวผู้นำตระกูลฮัวคนปัจจุบันเป็นมิตรที่ดีกับผมไง” โจวอี้ยิ้ม
“ไม่ว่าตระกูลฮัวจะทรงพลังแค่ไหน ฮัวเยว่โหลวก็ไม่มีทางทำได้ขนาดนี้หรอกใช่ไหม?” ถังหว่านถาม
“ภรรยาครับ มีองค์กรกึ่งทางการในจีนที่ถูกจัดตั้งเพื่อคอยตรวจสอบพวกผู้ฝึกยุทธ์ ถึงแม้ว่าผมจะเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ แต่ผมก็เข้าร่วมองค์กรนี้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน นอกจากนี้ฮัวเยว่โหลวยังเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ด้วย แต่ระดับของผมในองค์กรสูงกว่าเขาหลายระดับ ดังนั้นเขาก็เลยต้องเชื่อฟังผม” โจวอี้หัวเราะ
“…”
ถังหว่านไม่รู้จะอธิบายอารมณ์ของเธอได้อย่างไร
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้ชายของเธอจะ…กินเสบียงหลวง[1]…
“จำคฤหาสน์ในปักกิ่งได้ไหม ที่ผมบอกคุณก่อนหน้านี้” โจวอี้ถาม
“จำได้!”
“ที่ผมได้มันมา ก็เป็นเพราะผมได้ทำผลงานไว้ เจ้านายใหญ่ขององค์กรนั้นก็เลยตอบแทนผม” โจวอี้ยิ้ม
“มีอันตรายอะไรไหม?” ถังหว่านถามอย่างเร่งรีบ
“ไม่ต้องห่วง! ไม่มีอันตรายสำหรับผมหรอก อีกอย่างนะ จริง ๆ แล้วผมไม่สนใจเรื่องขององค์กร เหตุผลที่เจ้านายใหญ่ตกลงให้ผมเข้าร่วมเพราะผมเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ พวกเขาต้องการซื้อโอสถจากสำนักโอสถ และผมสามารถอำนวยความสะดวกให้พวกเขาได้” โจวอี้อธิบาย
เวลานี้ถังหว่านเข้าใจขึ้นมาแล้ว
เธอไม่สนใจรางวัลใด ๆ หรือไม่สนใจว่าโจวอี้จะมีตำแหน่งสูงส่งแค่ไหน สิ่งที่เธอสนใจเพียงอย่างเดียวนั่นคือโจวอี้จะมีอันตรายหรือไม่
และเมื่อได้ฟังคำอธิบายของโจวอี้ เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
…
ห้องครอบครัวหมาน
หมานตงและหลี่ไฉ่ฉินภรรยาของเขากำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น แต่สีหน้าของพวกเขายังคงเศร้าหมอง
แม้ว่าโจวอี้จะช่วยพวกเขาในวันนี้ แต่ฝ่ายนั้นก็มีใบทวงนี้ ดังนั้นปัญหาจึงยังไม่จบสิ้นหากพวกเขาไม่มีเงินจ่าย
พวกเขากำลังกังวลว่าจะหาเงินจากไหนมาใช้หนี้พนัน
ทันใดนั้น เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน และทำให้พวกเขาถึงกับสะดุ้งโหยง
หมานตงมองท่าทางตื่นตระหนกของภรรยาก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ประตู
ทว่าเมื่อเขาเปิดประตู กลับเป็นถังเจิ้นที่ยืนอยู่ข้างนอก เขาจึงถอนหายใจยาวทันทีด้วยความโล่งใจ และพูดอย่างสุภาพว่า “ลุงถัง โปรดเข้ามาข้างในเถอะ”
ถังเจิ้นพยักหน้าและเดินเข้ามาพลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เสี่ยวอี้เพิ่งกลับมาจากข้างนอกและบอกฉันมาอย่างหนึ่ง หนี้การพนันที่นายเป็นหนี้น่ะไม่จำเป็นต้องชำระคืนแล้ว กลุ่มที่มาเก็บหนี้ในวันนี้รวมทั้งนายใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังได้ถูกตำรวจจับไปหมดแล้ว”
“ฮะ?”
[1] กินเสบียงหลวง (吃皇粮) หมายถึง รับราชการ หรือกินเงินเดือนจากรัฐบาล