หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 487 สถานการณ์ที่แปลกประหลาด
บทที่ 487 สถานการณ์ที่แปลกประหลาด
หมานตงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
คนเลวเหล่านั้นถูกจับไปแล้ว?
ไม่ต้องจ่ายหนี้การพนันที่ภรรยาติดค้างอยู่อีกแล้วเหรอ?
จริงหรือเปล่า?
เขามองไปที่ถังเจิ้นและต้องการฟังคำอธิบายอีกครั้ง
“เด็กโง่ นายได้ยินถูกแล้ว ลูกเขยของฉันและผู้นำตระกูลฮัวอย่างฮัวเยว่โหลวน่ะเป็นเพื่อนกัน สายที่เขาโทรออกตอนที่อยู่หน้าห้องของนายก็คือฮัวเยว่โหลว ตอนนี้นายเองก็น่าจะได้ยินเสียงไซเรนข้างนอกใช่ไหม ซูโจวจะปลอดภัยขึ้นอีกมากมายเชียวล่ะหลังจากนี้” ถังเจิ้นหัวเราะ
เป็นเรื่องจริง?
หมานตงดูมีความสุขขึ้นมาทันที ในขณะที่หลี่ไฉ่ฉินภรรยาของเขาก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ทันใดนั้น พวกเขาก็รู้สึกเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ‘แม้ภูเขาแม่น้ำซับซ้อนจนเหมือนสิ้นหนทาง แต่พ้นต้นหลิวและดอกไม้ยังมีหมู่บ้าน’[1]
พวกเขาไม่จำเป็นต้องชำระหนี้ก้อนโตที่มากกว่าเจ็ดล้านหยวนนั่นแล้ว!
ถือได้ว่าช่วยชีวิตพวกเขาไปแล้วครึ่งหนึ่ง!
“ลุงถังครับ! ขอบคุณ! ขอบคุณมาก!” หมานตงกล่าวขอบคุณอยู่หลายครั้ง
“เอาเถอะ พอแล้ว ๆ จากนี้พวกนายก็จงใช้ชีวิตให้ระวังมากกว่าเดิม อย่ายุ่งเกี่ยวกับการพนันอีก การเดิมพันสิบครั้งสูญเสียเก้าครั้งน่ะไม่ใช่เรื่องสนุกหรอก การพนันสามารถทำลายครอบครัวได้เลยนะ”
“ลุงถัง ฉันจะไม่เล่นพนันอีกแล้ว ฉันสาบานค่ะ!” หลี่ไฉ่ฉินกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม ดี”
วันที่ 5 ของเทศกาลปีใหม่
โจวอี้ออกจากซูโจวไปเพียงลำพัง แต่แทนที่จะขับรถออกไป เขากลับโดยสารไปกับเฮลิคอปเตอร์ที่มารับ
โจวอี้นั่งเฮลิคอปเตอร์เป็นครั้งแรก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์ แต่เขาก็ยังอึดอัดเล็กน้อยจากเสียงคำรามของใบพัด จนกระทั่งเขาสวมชุดหูฟังจึงสามารถช่วยให้อาการนี้ดีขึ้นได้
จางหม่านเยว่เป็นคนมารับเขา เนื่องจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงมีเรื่องขอความช่วยเหลือ เขาจึงต้องทิ้งภรรยาและลูกไว้ที่ซูโจว
“บอกมาตอนนี้เลยได้ไหม ที่คุณรีบร้อนจนถึงขั้นต้องส่งเฮลิคอปเตอร์มาเนี่ย เกิดอะไรขึ้น?” โจวอี้ตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงใบพัด
“คุณโจว เมื่อเราไปถึงสถานที่แล้ว ประธานจะอธิบายให้คุณฟังด้วยตัวเองค่ะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกัน” จางหม่านเยว่ตะโกนตอบ
ประธาน?
เหลียงชิงไห่?
โจวอี้ขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่าครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะในฐานะเค่อชิงของเขา เขาคงไม่ได้รับเชิญให้ไปเข้าร่วมหากไม่มีเหตุการณ์สำคัญใด ๆ
มณฑลซีเจียง ฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอวี่ซิน
ทะเลสาบเซียนนวี่ซึ่งเป็นแหล่งรวมพันธุ์ของต้นไม้กึ่งเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และยังเป็นจุดชมวิวประเภททะเลสาบที่เก่าแก่ที่สุดที่พัฒนาขึ้นในมณฑลซีเจียง อีกทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความรัก’ และ ‘แหล่งกำเนิดแห่งความรักคลาสสิก’
พื้นที่ทะเลสาบกว้างประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร มีเกาะมากกว่า 100 เกาะ และยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์หลายไร่
เมื่อเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่เกาะเล็ก ๆ ในทะเลสาบ โจวอี้และจางหม่านเยว่ที่เพิ่งลงมาก็เห็นกลุ่มคนอยู่ไม่ไกลจากลานจอด คนกลุ่มนั้นนำโดยเหลียงชิงไห่ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
นอกจากนี้ โจวอี้ยังพบชายหญิงอีกหลายสิบคนซึ่งสวมชุดป้องกันสีขาวและหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ
“โจวอี้ ฉันมีเรื่องจะรบกวนนายสักหน่อย” เหลียงชิงไห่ก้าวมาข้างหน้าพร้อมกับผู้คนมากมาย รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏอยู่บนใบหน้าชรา
“เกิดอะไรขึ้น?” โจวอี้ถาม
“เดินไปคุยไปเถอะ!” เหลียงชิงไห่กล่าว
ขณะที่พวกเขาเดินไป เหลียงชิงไห่ก็ได้อธิบายสาเหตุของเรื่องนี้ และโจวอี้ก็ตกตะลึงกับข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับรู้
คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงพบสถานที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ก้นทะเลสาบเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และประเทศได้ลงทุนทั้งกำลังคนและทรัพยากรจำนวนมาก ใช้เวลา 26 ปีกว่าที่จะสามารถเปิดประตูสถานที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์นี้และเข้าไปสำรวจภายในได้
หลังจากสำรวจไปได้ 4 ปี คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงได้พบของวิเศษมากมาย และยังได้รับประโยชน์มากมาย
แต่เมื่อห้าวันก่อน ปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงได้ไปยังพื้นที่ที่ยังไม่เคยถูกสำรวจโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งที่นั่นเป็นเหมือนป่าดึกดำบรรพ์ขนาดเล็ก และไม่ต่างอะไรจากอีกโลกหนึ่ง ภายในพื้นที่นั้นมีสัตว์และพืชพรรณจำนวนมากที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ซึ่งมันทำให้ทุกคนประหลาดใจมาก
อย่างไรก็ตาม เมื่อสิบชั่วโมงที่แล้ว ปรมาจารย์ที่เป็นผู้เปิดประตูสถานที่แห่งนั้นก็รู้สึกเหนื่อยและมีไข้ จากนั้นผู้คนระดับสูงอีกกว่า 20 คนที่เข้าไปก็รู้สึกเหนื่อยและมีไข้เช่นกัน
“มีอาการอะไรอีกไหม?” โจวอี้ถาม
“มี เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วจู่ ๆ ร่างกายของปรมาจารย์คนนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และผิวของเขามีรอยแตกเหมือนใยแมงมุมสีเขียว และถัดมาอีกชั่วโมงก็มีหน่อสีเขียวซีดงอกออกมาจากร่างกายเหมือนกิ่งอ่อนของต้นไม้” เหลียงชิงไห่พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“นี่…” โจวอี้ตกตะลึง
หน่อที่งอกออกจากร่างกายมนุษย์ทำให้ความรู้ความเข้าใจของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“โจวอี้ นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายที่สุดนะ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อปรมาจารย์คนนั้นเสียชีวิตไป แต่มันกลับดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ตายจริง ๆ แม้สมองตาย แต่การเต้นของหัวใจและชีพจรของเขายังคงอยู่ สิ่งที่แปลกที่สุดคือเลือดเนื้อของเขาแห้งลงเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าหน่ออ่อนเหล่านั้นใช้ร่างกายของเขาเป็นสารอาหาร”
“ฉันขอให้ผู้คนฉีดสารอาหารเข้าไปในร่างกายของเขาดูแล้ว ซึ่งผลลัพธ์ทำให้เนื้อและเลือดของเขาลดในอัตราที่ช้าลง แต่หลังจากที่สารอาหารถูกดูดซึม ร่างกายของเขาก็ดูแห้งลงอีกครั้ง”
“ฉันก็เลยสั่งให้คนยังคงป้อนสารอาหารเข้าไปในร่างกายของเขา เพื่อให้เนื้อและเลือดของเขาหดตัวช้าลงอีกครั้ง”
ขณะที่เล่าเรื่องนี้ออกมา สีหน้าของเหลียงชิงไห่ก็เต็มไปด้วยความเศร้า
“ลองตรวจอวัยวะภายในของเขาหรือยัง?” โจวอี้ถาม
“ตรวจแล้ว เลือดของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียว และอวัยวะสำคัญในร่างกายของเขาก็ยังทำงานอยู่…ไม่สิ มันดูทำงานได้ดีตามปกติด้วยซ้่ำ…” เหลียงชิงไห่พูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
……
พวกเขามาถึงเต็นท์ทหารชั่วคราว
โจวอี้ได้เห็นร่างของปรมาจารย์ผู้โชคร้ายถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งที่คล้ายหน่ออ่อนสีเขียว คนคนนี้ดูเหมือนไม่ใช่ ‘มนุษย์’ อีกต่อไปแล้ว
เขาเหลือบมองไปยังเครื่องมือต่าง ๆ ที่วางอยู่ข้างเตียง และยังมีชายหญิงหลายสิบคนที่สวมชุดป้องกันและแว่นตา โจวอี้เดินไปที่ข้างเตียงท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจับจ้อง
“ตอนนี้คนอื่น ๆ เป็นยังไงบ้าง?” โจวอี้ถาม
“เป็นแบบเดียวกัน” เหลียงชิงไห่ตอบอย่างช่วยไม่ได้
โจวอี้พยักหน้าอย่างเงียบ ๆ
เขาไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน หรือแม้กระทั่งไม่เคยได้ยินหรือเห็นมันในตำราการแพทย์โบราณ
“โจวอี้ นายหาทางช่วยเขาได้ไหม?” เหลียงชิงไห่ถามอย่างคาดหวัง
“ผมไม่รู้สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ นับประสาอะไรกับการช่วยเหลือผู้คน ขอผมตรวจสอบเขาก่อนนะ!” โจวอี้กล่าวพร้อมกับชักมีดที่คมกริบขึ้นมาถือไว้ในมือ
ฉับ! ฉับ!
หน่ออ่อนที่อยู่บริเวณข้อมือซ้ายของปรมาจารย์ถูกโจวอี้ตัดจนขาด จากนั้น ชายหนุ่มก็ยื่นมือออกไปกดที่ชีพจรของอีกฝ่าย
หลังจากผ่านไปครึ่งนาที สีหน้าของโจวอี้ก็ยิ่งดูแปลกประหลาด จากการตรวจสอบของเขา เขาพบว่าอีกฝ่ายมีสุขภาพที่แข็งแรงมาก มันดีกว่าสุขภาพในยามปกติของผู้คนเลยด้วยซ้ำ
ร่างกายนี้เต็มไปด้วยพลังชีวิตและลมปราณ
อย่างไรก็ตาม พลังชีวิตของปรมาจารย์คนนี้ได้ไหลไปยังหน่ออ่อนสีเขียวอย่างต่อเนื่อง ราวกับหน่ออ่อนเหล่านี้กำลังดึงพลังชีวิตของปรมาจารย์ผู้นี้ออกไป
“บ้าน่า!”
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“มีอะไรเหรอ? นายเจออะไร?” เหลียงชิงไห่ถามขึ้นมาทันที
[1] แม้ภูเขาแม่น้ำซับซ้อนจนเหมือนสิ้นหนทาง แต่พ้นต้นหลิวและดอกไม้ยังมีหมู่บ้าน เป็นหนึ่งในบทกวีของลู่โหยว หมายถึง แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ยากที่ลำบาก แต่หากพยายามหาหนทางเพื่อคลี่คลายสถานการณ์นั้น ก็จะพบกับหนทางที่สดใสอยู่เบื้องหน้า