หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 510 การโจมตีจากนักฆ่า
บทที่ 510 การโจมตีจากนักฆ่า
สองทุ่ม
หลังจากที่โจวอี้รักษาผู้ป่วยรายสุดท้ายจนเสร็จสิ้น เขาก็รู้สึกโล่งใจ
วันนี้เขาพบผู้ป่วยสองเคสซึ่งมีอาการป่วยในลักษณะที่เขาไม่เคยพบมาก่อน และไม่เคยมีในบันทึกทางการแพทย์ เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
ทว่าท้ายที่สุด หลังจากที่เขาโทรหาป้าที่เมืองหลวงเพื่อขอคำแนะนำ เขาก็พบสาเหตุของโรคและเริ่มการรักษาได้อย่างราบรื่น
“หมอโจว เหนื่อยไหมคะเนี่ย?” เหลียนซานถามพลางมองไปที่โจวอี้อย่างชื่นชม
“ไม่เป็นไรหรอก”
โจวอี้ยิ้ม เขามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดว่า “นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณกลับไปก่อน ผมจะจัดการข้อมูลเคสของวันนี้ พรุ่งนี้มาแต่เช้านะ อย่าลืมชงชารอผมเอาไว้ด้วย”
“…ได้ค่ะ!” เหลียนซานรู้ว่าโจวอี้เป็นคนสบาย ๆ อยู่แล้ว สุดท้ายเธอจึงไปที่ห้องถัดไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะกลับไป
ครู่ต่อมา
ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเงียบ ๆ ภายในห้องให้คำปรึกษา
“ในที่สุดผู้อาวุโสก็เต็มใจปรากฏตัว? ในช่วงเทศกาลปีใหม่แบบนี้ ผมอยากจะแนะนำผู้อาวุโสให้รู้จักกับครอบครัวของผมและมาร่วมสนุกกับเรา” โจวอี้มองไปยังผู้มาใหม่และพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“ข้าไม่ชอบงานเลี้ยงรื่นเริง” จางอู๋เซี่ยพูดอย่างใจเย็น
“เอาล่ะ จู่ ๆ ผู้อาวุโสก็มาปรากฏตัวต่อหน้าผมแบบนี้ มีอะไรหรือเปล่าครับ?” โจวอี้ถาม
“ภรรยาของเจ้ากำลังมีปัญหา ไม่สิ ครอบครัวของเจ้ากำลังมีปัญหา” จางอู๋เซี่ยยังคงกล่าวอย่างใจเย็น
“มีปัญหาอะไร?” สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไปทันที
“ข้าก็ไม่รู้สาเหตุ แต่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ ข้าได้กวาดล้างกลุ่มชาวต่างชาติสามกลุ่มที่พยายามทำร้ายภรรยาเจ้า นอกจากนี้ ถ้าเจ้ากลับบ้านไปตอนนี้ เจ้าน่าจะยังเห็นศพอีกหลายศพ” จางอู๋เซี่ยกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โจวอี้ก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที
ตัวปัญหาแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือหยางจื่อเฉียง ลูกชายของตระกูลหยางในปักกิ่ง เพราะเขาเพิ่งทำให้หยางจื่อเฉียงขุ่นเคืองเมื่อไม่นานมานี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อไตร่ตรองดูอีกที เขาก็คิดว่าไม่น่าจะใช่หยางจื่อเฉียง เนื่องจากเขาเพิ่งทำให้หยางจื่อเฉียงขุ่นเคืองมาเมื่อวานนี้ แต่ช่วงเวลาที่กลุ่มคนทั้งสามพยายามโจมตีถังหว่านมันดูไม่สอดคล้องกัน
แล้วถ้าไม่ใช่หยางจื่อเฉียง คนที่ต้องการปองร้ายครอบครัวเขาจะเป็นใครได้อีก?
“ชาวต่างชาติ?” โจวอี้ถาม
“ใช่ พวกเขาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์โบราณ และพวกเขายังถืออาวุธร้อน[1]” จางอู๋เซี่ยกล่าว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวอี้จึงโทรหาเกาเทียนเซียงทันที
“คุณโจว ผมกำลังจะติดต่อคุณอยู่พอดีเลย!” เสียงของเกาเทียนเซียงดังมาจากปลายสาย
“มีคนพยายามจะทำร้ายครอบครัวผมใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“ใช่ ในช่วงสี่วันที่ผ่านมา เราได้สกัดกลุ่มนักฆ่าต่างชาติห้ากลุ่มที่แทรกซึมเข้ามาในจินหลิง พวกเขามาจากหลายประเทศ และทั้งหมดเป็นสมาชิกขององค์กรนักฆ่าแห่งโลกใต้ดิน” เกาเทียนเซียงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ทำไมถึงได้มีจำนวนมากขนาดนี้?” โจวอี้ถามกลับไปทันที
“เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ผมเพิ่งได้รับข้อมูลจากสำนักงานใหญ่ เมื่อห้าวันก่อน มีคนตั้งรางวัลบนเครือข่ายออนไลน์มืดขององค์กรใต้ดินตะวันตก โดยพุ่งเป้าไปที่ครอบครัวของคุณ ถังหว่านและถังเหมียวเหมี่ยว” เกาเทียนเซียงรายงาน
“คุณสืบได้ไหมว่าใครเป็นคนว่าจ้าง?”
“ไม่ได้ เว้นแต่ว่า…”
“เว้นแต่อะไร? ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา” โจวอี้กล่าวเสียงเข้ม
“เว้นแต่ว่าสายลับของเราที่ซ่อนตัวอยู่ในโลกใต้ดินของตะวันตกจะถูกสั่งให้เปิดเผยข้อมูลของผู้ว่าจ้าง เราถึงจะสามารถค้นหาตัวตนของบุคคลที่โพสต์ค่าหัวนั้นได้ แต่เมื่อไหร่ที่เราให้สายลับเปิดเผยข้อมูล สายลับของเราคนนั้นจะถูกตามฆ่าทันที” เกาเทียนเซียงพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“แล้วถ้าผมไปต่างประเทศ ผมจะช่วยชีวิตเขาได้ไหม?”
“เอ่อ…”
“ได้ไหม?”
“ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“งั้นแจ้งที่อยู่และข้อมูลติดต่อของสายลับคนนั้นมา”
“ครับ เดี๋ยวหลังจากนี้ ข้อมูลที่มีการเข้ารหัสจะถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของคุณ”
โจวอี้วางสายโทรศัพท์ ก่อนจะมองไปที่จางอู๋เซี่ยและพูดว่า “ผู้อาวุโส ผมคงต้องรบกวนคุณให้ปกป้องถังหว่านและเหมียวเหมี่ยวสักระยะ ผมจะไปต่างประเทศเพื่อพยายามแก้ปัญหานี้”
“ได้ แต่เจ้าต้องรีบหน่อย เพราะอีกไม่นานข้าต้องไปแล้ว” จางอู๋เซี่ยกล่าว
“ไปไหนครับ?”
“หาสถานที่ที่จะปิดด่านฝึกตน”
“คุณ…”
“อย่าเดาเลย ข้ารู้สึกถึงโอกาสที่จะทะลวงผ่านแล้ว ถ้าไม่มีปัญหา ข้าน่าจะทะลวงผ่านไปได้” จางอู๋เซี่ยกล่าวอย่างใจเย็น
ระดับผสานเต๋า?!
โจวอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับประหลาดใจ
สามทุ่ม
เมื่อโจวอี้กลับถึงบ้าน เขาพบว่าเฉินซานกำลังนั่งอยู่บนหลังคาและมองไปรอบ ๆ ในขณะที่อิงหงและหานโหรวกำลังยืนอยู่อย่างเงียบ ๆ ที่สนาม
“กลิ่นเลือด”
แววตาของโจวอี้วาววับ เขารีบพุ่งไปหาหญิงทั้งสองแล้วถามว่า “ถังหว่านกับเหมียวเหมี่ยวเห็นพวกมันหรือยัง?”
“ยัง!” อิงหงตอบ
“ดีแล้ว แล้วใครที่มาเอาศพไป?”
“ก่อนหน้านี้มีกลุ่มนักฆ่าสี่กลุ่มที่ซุ่มอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงจัดการไปแล้วสามกลุ่ม แต่มีสามคนหลบหนีการตรวจพบไปได้ และหลุดรอดมาถึงสนามที่นี่” แววตาของอิงหงเป็นประกายด้วยเจตนาฆ่า
จากนั้นเธอก็พูดว่า “ในบรรดานักฆ่าสามคน คนหนึ่งเป็นชาวตะวันออก และอีกสองคนเป็นชาวตะวันตก พวกเขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา ดูเหมือนว่าพวกเขาฝึกฝนยิวยิตสู[2]”
“ยิวยิตสู? มันคือศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ชนิดหนึ่งใช่ไหม?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ยิวยิตสูที่แท้จริงคือการฝึกฝนพลังภายใน มันคือรูปแบบการบ่มเพาะแบบหนึ่งเหมือนกัน แต่มันยังห่างไกลหากเทียบกับการใช้พลังปราณของผู้ฝึกยุทธ์อย่างเรา” อิงหงกล่าว
กริ๊ง!
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
โจวอี้หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและพบว่าเป็นสายจากเยี่ยป๋อซาง สีหน้าของเขาก็ดูเคร่งเครียดยิ่งขึ้น
“มีอะไรหรือเปล่า?” โจวอี้ถามหลังจากรับสาย
“เจ้านาย มีสองเรื่อง”
“อย่างแรก ผมได้รวบรวมข้อมูลเกาะที่คุณขอให้ผมรวบรวมมาแล้ว ผมจะส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของคุณในภายหลัง”
“ส่วนเรื่องที่สอง ผมพบว่ามีคนตั้งรางวัลค่าหัวครอบครัวของคุณในเว็บมืดขององค์กรใต้ดินตะวันตก โดยกำหนดเป้าหมายหลักไปที่ภรรยาของคุณและเหมียวเหมี่ยว และเงินรางวัลก็สูงมากถึงร้อยล้านเหรียญสหรัฐ”
“คุณต้องการให้ผมจัดการให้ไหม?” เยี่ยป๋อซางถามในที่สุด
“นายคุ้นเคยกับกองกำลังทั้งหมดในโลกใต้ดินตะวันตกรึเปล่า?” โจวอี้ถาม
“แน่นอน คุ้นเคยมาก”
“งั้นรอฉันก่อน ฉันจะไปจัดการด้วยตัวเองที่ต่างประเทศ นี้ถึงตอนนั้นค่อยคุยรายละเอียดเพิ่มเติม” โจวอี้สั่งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไม่มีปัญหา แล้วผมจะรอ”
“อืม!”
โจวอี้วางสายโทรศัพท์ แววตาของเขาแสดงอารมณ์เดือดดาล ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตามที่ตั้งค่าหัวลูกเมียของเขา มันผู้นั้นจะต้องจ่ายราคาที่เจ็บปวด!
“อาจารย์ลุงน้อย คุณมีเป้าหมายในใจหรือยัง?” อิงหงถาม
“มีไม่กี่คน แต่ผมคิดว่าคนที่ดูเป็นไปได้ที่สุดน่าจะเป็นคนที่เพิ่งหนีผมไปต่างประเทศ” โจวอี้พูดอย่างเย็นชา
“ใคร?”
“ผางซานเซิ่ง”
“ชายจากตระกูลผางที่หลบหนีเราไป?” อิงหงขมวดคิ้ว
“จากข้อมูลที่คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงตรวจสอบมา เขาได้หลบหนีไปยังต่างประเทศจริง ๆ และเป็นคนที่เกลียดชังผมเข้ากระดูกดำ นอกจากนี้ เขาน่าจะเป็นคนที่มีเงินอยู่หลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐ” โจวอี้พูดเสียงเข้ม
“แล้วคุณจะไปต่างประเทศจริง ๆ เหรอ? คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะหาเขาเจอ?” อิงหงถามอย่างกังวลใจ
“ผมเคยอ่านเจอจากในอินเทอร์เน็ตว่าถ้าเรามีเงิน ต่อให้ไปต่างประเทศ เราจะทำอะไรก็ได้! ผมต้องไปล่าตัวมัน ถ้าไม่เก็บมันให้จบ ๆ ไปซะ เราคงจะไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข” โจวอี้หัวเราะอย่างเย็นชา
[1] อาวุธร้อน หมายถึงอาวุธที่ใช้ดินปืนในระบบการทำงาน เช่น ปืน ระเบิด
[2] ยิวยิตสู ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงว่า ‘จูจุสึ’ (柔術) หมายถึง ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นศิลปะการป้องกันตัวที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น มีทั้งการโจมตี การล็อก การทุ่ม และในบางสำนักยังมีการฝึกใช้อาวุธ