หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 509 ถูกเข้าใจผิด
บทที่ 509 ถูกเข้าใจผิด
ก่อนที่จะไปถึง Knight XV หูจิ่งหรงและจูจื่อหานถึงกับชะงักไปพร้อมเพรียงกัน ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เฉินอันฉี?!
เฉินอันฉีอยู่ในรถคันนั้นใช่ไหม?
ในที่สุดสายตาของคู่หนุ่มสาวก็เคลื่อนห่างออกไป และสบเข้ากับชายหนุ่มรูปหล่อที่ลงมาจากฝั่งคนขับ
“ที่รัก ฉันตาฝาดรึเปล่าเนี่ย? เฉินอันฉีมีหนุ่มหน้าตาดีขับรถมาส่ง และรถคันที่เขาคนนั้นขับ… รถคันนั้นเรียกว่าอะไรนะ?” จูจื่อหานพึมพำ
“Knight XV!”
“ใช่แล้ว Knight XV เฉินอันฉีไม่ได้พูดหรอกเหรอว่าเธอจะไม่มีแฟนระหว่างที่ยังเรียน? แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอคบกับผู้ชายคนหนึ่งซะแล้ว…” จูจื่อหานพึมพำ
“ฮ่าฮ่า… ” หูจิ่งหรงหัวเราะเยาะ ทว่าในใจอิจฉาชายหนุ่มรูปงามที่มาส่งเฉินอันฉี
เฉินอันฉีได้รับการจัดอันดับให้เป็นดอกไม้งามอันดับหนึ่งของวิทยาลัยสื่อจินหลิง และเป็นเทพีแห่งมหาลัย ไม่ว่าจะหนุ่มโสดหรือไม่โสดก็ตาม มีคนไหนบ้างที่ไม่อยากจีบเธอ?
ทว่าที่ผ่านมาเฉินอันฉีปฏิเสธทุกคน
การที่ผู้ชายทุกคนถูกปฏิเสธเหมือนกันนั้นทำให้ผู้ชายทั้งหลายยอมรับได้ แต่ตอนนี้เธอมีหนุ่มหล่อมาส่งถึงหน้าวิทยาลัย ซึ่งทำให้หูจิ่งหรงที่แม้จะมีแฟนอยู่แล้วยังอิจฉา
“ไปทักทายกันเถอะ” จูจื่อหานเดินนำไปทันที
ข้างรถ Knight XV
โจวอี้มองไปที่เฉินอันฉีซึ่งมีสีหน้าหดหู่อีกครั้ง เขาตบไหล่เธอและพูดปลอบ “อย่ากังวลน่า! ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย วันนี้คุณพักผ่อนให้เพียงพอเถอะ ผมจะมาหาคุณพรุ่งนี้หลังจากที่ผมทำงานเสร็จ”
“อื้ม” เฉินอันฉีพยักหน้าและถามทันทีว่า “กี่โมงล่ะ?”
“พรุ่งนี้ตอนบ่าย! ผมจะมารับคุณไปหาบ้านเช่า และเมื่อคุณได้บ้านแล้ว…” คำพูดของโจวอี้หยุดลงกลางคัน เพราะเขาเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งเดินเข้ามา
เฉินอันฉีมองตามสายตาของโจวอี้ และเห็นเพื่อนร่วมชั้นอย่างจูจื่อหานและหูจิ่งหรง
เธอรู้ว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน
“แองจี้ เธออยากย้ายออกเหรอ? เขาเป็นแฟนเธอเหรอ? เธอกับเขาจะไปอยู่ด้วยกันเหรอ?” จูจื่อหานถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
“ฉันจะย้ายออก ส่วนเขาเป็นเพื่อนฉันเอง” เฉินอันฉีมองไปที่โจวอี้
“เพื่อนของเธอรวยมากใช่ไหมล่ะ รถคันนี้เท่สุด ๆ ไปเลย!” จูจื่อหานไม่เชื่อคำพูดของเฉินอันฉีที่บอกว่าเป็นแค่ ‘เพื่อน’ กับโจวอี้ และเธอก็จงใจอุทานเรื่องรถ
“…”
เฉินอันฉีพูดไม่ออก
เธอไม่ชอบเพื่อนร่วมชั้นสองคนนี้ เพราะพวกเขามักจะชอบทำตัวหัวสูงและชอบนินทาลับหลังคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจูจื่อหาน ซึ่งนักศึกษาคนอื่นตั้งฉายาให้ว่า ‘ยัยปากแตร’
“เพื่อนร่วมชั้นของคุณเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“อืม!” เฉินอันฉีพยักหน้า
“สวัสดี ผมชื่อโจวอี้ เป็นเพื่อนของอันฉี ส่วนผมจะมีเงินหรือไม่นั้น คำถามนี้ตอบยากมาก เอาเป็นว่ามีมากเกินพอแล้วกัน!” โจวอี้หัวเราะ
“ต้องรวยมากแน่ ๆ เพราะรถคุณแพงมาก ฉันได้ยินมาว่ามันราคายี่สิบล้านใช่ไหม?” จูจื่อหานยังคงถามต่อ
“ราคาของมันเท่าไหร่ผมไม่รู้ เพราะเพื่อนผมให้มา และรถคันนี้สำหรับผมแล้วมันก็แค่พาหนะที่ใช้ในการเดินทาง” โจวอี้ตอบ ก่อนจะหันไปพูดกับเฉินอันฉีว่า “กลับเข้าไปในวิทยาลัยเถอะ! ผมจะกลับไปทำงานก่อน แล้วเจอกันพรุ่งนี้”
“อืม เดินทางปลอดภัย”
“อืม!”
โจวอี้ยิ้มและโบกมือให้จูจื่อหานและหูจิ่งหรงก่อนจะรีบจากไป
“แองจี้ แฟนเธอทำอาชีพอะไรน่ะ? เขาบอกว่าคนอื่นให้รถมา ล้อเล่นใช่ไหม ใครจะเอารถหรูราคายี่สิบล้านให้เขา?” จูจื่อหานถามด้วยสีหน้าสอดรู้
“เขาไม่เคยโกหก” เฉินอันฉีไม่ได้อธิบายความสัมพันธ์ของเธอกับโจวอี้ เพราะตอนนี้เธอไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเสวนากับคนเหล่านี้ “จะออกไปข้างนอกเหรอ งั้นฉันกลับห้องนอนก่อนนะ”
หลังจากพูดจบ เฉินอันฉีก็เดินผ่านคนทั้งสองเข้าไปในวิทยาลัยท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมายที่อยู่รอบ ๆ
จูจื่อหานมองตามแผ่นหลังของเฉินอันฉีด้วยสีหน้าเย้ยหยัน และพูดด้วยน้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม “แค่นี้ทำเป็นเชิด! โธ่! ก็แค่เพราะความสวยหรอก ผู้ชายรวย ๆ เขาถึงเอา! เห็นชัด ๆ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นป๋าเลี้ยงเธอน่ะ!”
“เฉินอันฉีเล่นแอปฯโตว่อิน และยังเป็นนักสตรีมด้วย ฉันคิดว่าชายคนนี้ต้องเป็นป๋าที่ชอบดูการไลฟ์สดของเธอ และสุดท้ายก็ถูกเฉินอันฉีหลอกให้มาเปย์” หูจิ่งหรงพ่นลมหายใจด้วยความดูถูก
“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันแหละ แย่จัง ฉันลืมถ่ายรูปเลย ถ้าฉันถ่ายรูปเธอกับผู้ชายคนนั้นพร้อมกับรถคันหรูแล้วส่งให้ทุกคนเห็น ทุกคนจะได้รู้สักทีว่าตัวจริงผู้หญิงคนนี้เป็นคนแบบไหน!” จูจื่อหานกล่าวด้วยสีหน้าหยาบคาย
“ช่างมันเถอะ ไปซื้อของกัน”
“อืม!”
จูจื่อหานพยักหน้า แต่รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดห้องแช็ตชั้นเรียนในแอปฯ WeChat และเริ่มพิมพ์อะไรบางอย่าง
เฉินอันฉีกลับไปที่ห้องนอนของเธอและนั่งลงที่โต๊ะข้างเตียงด้วยความงุนงง จากนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าและค้นหาหมายเลขโทรศัพท์แม่ของเธอ เธออยากจะโทรหาแต่เธอกลัวว่าพ่อแม่ของเธอจะเป็นห่วง
ปัง!
ประตูห้องนอนถูกเปิดออก
ซุนคัน เพื่อนสาวของเฉินอันฉีเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกระเป๋า และตะโกนใส่เฉินอันฉี “แองจี้ นี่เธอคบกับโจวอี้จริง ๆ เหรอ?”
“ฮะ?” เฉินอันฉีตกตะลึง
“ในห้องแช็ตชั้นเรียนของเราน่ะ! จูจื่อหานกับหูจิ่งหรงพิมพ์บอกในนั้นว่ามีหนุ่มหล่อรวยขับรถหรูมากมาส่งเธอที่หน้าวิทยาลัย แถมยังมีคนโพสต์รูปถ่ายของเธอที่ยืนคุยกับโจวอี้ที่หน้าวิทยาลัยในฟอรัมของวิทยาลัยเราด้วย ตอนนี้ข่าวแพร่ไปไม่ใช่แค่กลุ่มชั้นเรียนของเราเท่านั้นแล้วนะ” ซุนคันกล่าว
สีหน้าของเฉินอันฉีเปลี่ยนไปทันที เธอรีบเปิดฟอรัมของวิทยาลัย แน่นอนว่าเธอเห็นรูปถ่ายของเธอและโจวอี้ยืนอยู่ข้างรถ Knight XV และมีบางรูปที่โจวอี้ตบไหล่เธอเบา ๆ เพื่อปลอบโยน
ถ้าดูจากตามบริบทในรูป เธอกับเขาเหมือนคู่รักกันเลย
“แองจี้ เธอยังไม่ตอบฉันเลย เธอคบกับโจวอี้จริง ๆ เหรอ?” ซุนคันถามด้วยความสงสัยอีกครั้ง
“ไม่ใช่!”
“แล้วทำไมเขาถึงมาส่งเธอด้วยตัวเองแบบนี้ และในรูปนั่น…เธอกับเขาดูสนิทกันมากเลย”
“เราบังเอิญเจอกัน จากนั้นก็เลยไปกินข้าวด้วยกัน แล้วเขาก็มาส่งฉันกลับ” เฉินอันฉีไม่ต้องการให้ซุนคันรู้ว่าเธอป่วย
“น่าเสียดาย หมอโจวเป็นคนดีมาก” ซุนคันกล่าวด้วยความเสียดาย “ตอนนี้ไม่เพียงแต่นักศึกษาในชั้นเรียนของเราเท่านั้นที่เข้าใจผิด แต่อาจารย์และนักศึกษาในวิทยาลัยของเราทุกคนอาจเข้าใจเธอผิดด้วย เธออยากจะออกไปอธิบายไหม?”
“ไม่ล่ะ” เฉินอันฉีส่ายหัวเล็กน้อย
เธอคิดว่ามันไม่สำคัญ ตราบใดที่มันไม่ส่งผลกระทบต่อโจวอี้
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ชีวิตและความตาย ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าเธอสามารถปล่อยวางอะไรได้หลายสิ่งหลายอย่าง
“เธอชอบโจวอี้ไหม?” ซุนคันถามอย่างลังเล
“เธอไม่ชอบเหรอ?” เฉินอันฉีถามกลับ
“อ่า ฉัน…” ซุนคันไม่คาดคิดว่าเฉินอันฉีจะถามเธอกลับแบบนี้ หลังจากลังเลอยู่นาน เธอก็ยิ้มอย่างขมขื่น “ฉันไม่ได้สวยเหมือนเธอ และฉันเคยคบแฟนมาหลายคนแล้ว ดังนั้นมันไม่มีประโยชน์ที่จะชอบเขา ฉันไม่คู่ควรกับเขา”
“ฉันเองก็ไม่คู่ควรกับเขา” เฉินอันฉีกล่าวอย่างใจเย็น
“ล้อเล่นเหรอไง? เธอคือดอกไม้งามอันดับหนึ่งของวิทยาลัยสื่อจินหลิง เป็นเทพธิดาอันดับหนึ่งในสายตาของผู้ชายทุกคน เธอสามารถสร้างรายได้หลายล้านจากการไลฟ์สดแม้จะยังอยู่ในวัยเรียน เธอคู่ควรกับเขาแน่นอน” ซุนคันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เฉินอันฉีได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างขมขื่นพลางส่ายหัวเล็กน้อย