หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 517 โจมตียามวิกาล
บทที่ 517 โจมตียามวิกาล
คฤหาสน์บนภูเขาซึ่งครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ในคืนนี้ดูมืดครึ้มเป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีแสงไฟสาดส่อง ทว่าร่างที่รวดเร็วหลายร่างก็พุ่งผ่านเหล่ายามที่เฝ้าประจำอยู่ที่นอกกำแพงคฤหาสน์
สุดท้ายก็เหลือทิ้งไว้เพียงซากศพและกลิ่นเลือดโชยในอากาศ
ถึงขนาดที่ว่าสุนัขสองตัวที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีซึ่งไวต่อการได้ยินและกลิ่นก็ยังไม่รู้สึกตัว!
ในที่สุดร่างหลายร่างก็พุ่งเข้ามาในคฤหาสน์ที่ดูราวกับปราสาท คฤหาสน์หลังนี้ไม่มีพ่อบ้านหรือคนรับใช้ แต่ในเวลาเพียงครึ่งนาที ผู้บ่มเพาะพลังชาวตะวันตกแปดคนที่อยู่ในตัวคฤหาสน์ก็สิ้นชีพ พวกเขานอนจมกองเลือดอย่างน่าสังเวช
เพล้ง!!
ร่างทั้งสี่พุ่งทะลุออกมาจากหน้าต่างบนชั้นสาม จากนั้นพวกเขาก็มายืนอยู่ที่ลานหน้าตัวอาคารในพริบตา
“พวกแกเป็นใครวะ!?”
เสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวดังออกมาจากปากเจ้าของคฤหาสน์ เขาคือผู้นำขององค์กรซันการ์เดน เฮนรี่ดั๊ก!
ขณะนี้ทั่วร่างเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยพลังที่ปะทุรุนแรง มันระเบิดอากาศรอบด้านและส่งเสียงโหมกระหน่ำอย่างน่าสะพรึง
อีกสามคนที่ยืนล้อมรอบเขาก็แผ่กลิ่นอายกดดันออกมาอย่างหนักหน่วง พวกเขาถือดาบและจ้องเขม็งไปทางอาคารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ฟุบ!
ทันใดนั้นอีกสี่ร่างก็พุ่งออกมาจากหน้าต่างบนชั้นสาม ในพริบตาเดียวเท่านั้น พวกเขาก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเฮนรี่ดั๊ก
“ไม่หนี?” โจวอี้ถือไม้เท้าหัวมังกรอยู่ในมือ แผ่กลิ่นอายสังหารปะทุออกมา
เขาเคยเห็นรูปของเฮนรี่ดั๊กมาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้ทันทีว่าคนตรงหน้านี้คือเฮนรี่ดั๊ก
“แกเป็นใคร?!” เฮนรี่ดั๊กถามด้วยความโกรธ
“พวกเราเป็นใครน่ะเหรอ? เราก็แค่กลุ่มคนที่รับเงินมาจากคนอื่นเพื่อช่วยขจัดเสี้ยนหนามยังไงล่ะ!” เยี่ยป๋อซางหัวเราะ
“พวกแกเป็นนักฆ่า? ไม่สิ กลิ่นอายของพวกแกแปลก…มันไม่ใช่พลังศักดิ์สิทธิ์ หรือว่าพวกแก… ผู้ฝึกยุทธ์ของตะวันออก?” เฮนรี่ดั๊กถามเสียงกร้าว
“โอ้ เฮนรี่ดั๊กผู้โหดเหี้ยมที่สามารถฆ่าคนได้เหมือนผักปลาก็ไม่ได้โง่เหมือนอย่างข่าวลือเลยนี่ แกฉลาดพอที่จะเดาตัวตนของเราได้ด้วย!” เยี่ยป๋อซางเย้ยหยัน “แต่ยังไงซะ ต่อให้เดาถูกตอนนี้ แกก็เป็นแค่คนที่กำลังจะตาย! หลังจากฆ่าแกเสร็จ เราจะได้รับรางวัลร้อยล้านเหรียญจาก Rain Listening Intelligence Organization!”
Rain Listening Intelligence Organization?
องค์กรข่าวกรองสารเลวนั่นเป็นคนจ้าง? ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อน!
“จะไปคุยอะไรกับมันให้เสียเวลามากมาย? ฆ่ามันซะและรีบไปรับรางวัลกันดีกว่า” โจวอี้ยิ้ม
ร่างของชายหนุุ่มพุ่งเข้าไปหาเฮนรี่ดั๊กในพริบตา เงาของไม้เท้าปกคลุมท้องฟ้าราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“ฆ่ามัน!”
เฮนรี่ดั๊กคำราม มือของเขาชักดาบยาวออกจากฝักและฟันออกไปทันทีเพื่อต้านทานเงาไม้เท้าที่หนาแน่นนั้น
เพียงการฟันออกไปในครั้งเดียว เงาไม้เท้าที่ปกคลุมทั่วท้องฟ้าก็ถูกฉีกออกและพังทลาย แถมพลังดาบนั้นยังคงพุ่งเข้าไปใกล้โจวอี้
อย่างไรก็ตาม อำนาจที่แผ่ออกจากไม้เท้าหัวมังกรก็ยังทำให้เกิดรัศมีป้องกัน พลังดาบเหล่านั้นจึงถูกทำลายหายไปอย่างรวดเร็ว
“แข็งแกร่งและน่าสนใจมาก”
เพลิงปรารถนาแห่งการต่อสู้ของโจวอี้ยิ่งลุกโชนอย่างเต็มที่เมื่อเห็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เขาดึงอำนาจจากเหล่าอักขระสีแดงที่อยู่ในทะเลจิตสำนึกออกมาทันที และหลอมรวมพวกมันมาเป็นความแข็งแกร่งของเขาเอง
กระแสอากาศที่มองเห็นได้ชัดหมุนวนอยู่รอบตัวเขา ทำให้เขาลอยขึ้นไปราว ๆ เจ็ดแปดเมตรได้อย่างง่ายดาย พลังปราณฟ้าดินถูกดูดเข้ามาหาราวกับคลื่นยักษ์ และรวมเข้ากับไม้เท้าในมือ
เงาของไม้เท้าขยายออกไปหลายสิบเท่าในชั่วพริบตา ก่อนจะฟาดลงที่ร่างของเฮนรี่ดั๊กราวกับกระบองยักษ์
“กระบวนท่าล้มล้างสรรพสิ่ง!”
เมื่อรู้สึกถึงพลังอันน่าหวาดหวั่นที่โจวอี้ปลดปล่อยออกมา เฮนรี่ดั๊กก็ไม่ลังเลที่จะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของตนเอง เขาฟาดฟันพลังดาบอันรุนแรงออกไปต้านรับเงาของไม้เท้าอย่างซึ่งหน้า
เมื่อดาบและไม้เท้าปะทะกันก็เกิดการระเบิดที่รุนแรง ซึ่งมีจุดศูนย์กลางคือโจวอี้และเฮนรี่ดั๊ก
ทั้งห้าคนก้าวถอยไปทางด้านหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงระยะคลื่นปะทะที่เกิดจากการต่อสู้ของชายทั้งสอง
ทว่ามีอยู่หนึ่งคนนั้นแทนที่จะถอยหลังไป แต่กลับพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า เขาพุ่งเข้าหาเฮนรี่ดั๊กจากด้านหลังอย่างมุ่งร้าย
นี่เป็นในช่วงเวลาที่เฮนรี่ดั๊กไร้การป้องกัน เพราะเขาเพิ่งใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดออกไป
ดาบโค้งทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวถูกฟาดฟันอย่างรวดเร็วภายใต้แสงดาว แม้ว่าเฮนรี่ดั๊กจะเห็นแล้วว่ามีดาบทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวกำลังพุ่งเข้ามาใกล้เขา แต่เขาก็ไม่อาจหลบหนีได้ทัน
ฉัวะ!
แขนข้างหนึ่งของเฮนรี่ดั๊กถูกตัดออก
ดาบนั้นตัดแขนได้อย่างเฉียบขาด ส่งเลือดสาดกระเซ็นขึ้นไปบนอากาศราวกับน้ำพุ
เสื้อผ้าขาดวิ่นพร้อมกับร่างที่อาบไปด้วยเลือด
แน่นอนว่าเมื่อถูกตัดแขนจนขาด เฮนรี่ดั๊กก็ทั้งรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เขาเป็นผู้บ่มเพาะพลังที่เก่งกาจ แม้ว่าเขาจะคิดว่าในซิดนีย์มีคนที่ดีกว่าเขาไม่เกินห้าคน แต่ชายทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กับเขานั้นแข็งแกร่งมาก
โดยเฉพาะชายหนุ่มจากตะวันออกผู้นี้ พละกำลังและความเร็วของอีกฝ่ายน่ากลัวมาก หากเทียบกับเขาแล้ว เดาว่าอีกฝ่ายคงจะแข็งแกร่งกว่า
หนี!
ต้องหนี!
เฮนรี่ดั๊กไม่สนใจแขนที่ขาด เขาพุ่งตัวหนีไปทางซ้ายทันที
หากเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง เขายังมั่นใจว่าพอมีความสามารถในการป้องกันตัวเอง
แต่หนึ่งต่อสองแบบนี้…ถ้าเขาไม่หนี ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวที่รออยู่คือความตายเท่านั้น!
เคร้ง!
จู่ ๆ ปราณดาบสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เฮนรี่ดั๊กเห็นว่ามีร่างหนึ่งยืนขวางอยู่ข้างหน้าเขา และปราณดาบนั้นก็ถูกฟันออกจากชายวัยกลางคนชาวตะวันออกที่ขวางอยู่ตรงหน้า
คนคนนี้ก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน! ความแข็งแกร่งไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเขามากนัก
“เฮนรี่ วันนี้แกหนีไปไหนไม่ได้หรอก!” เฉินซานพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันยินดีแลกด้วยเงินสองร้อยล้านดอลลาร์” เมื่อพบว่าตัวเองถูกห้อมล้อมด้วยชายที่แข็งแกร่งทั้งสามคน และยังมีผู้หญิงชาวตะวันออกอีกคนที่กำลังจัดการกับลูกน้องของตัวเอง เฮนรี่ดั๊กก็รีบประกาศข้อเสนอทันที
“ห้าร้อยล้าน ไม่งั้นธุรกิจนี้จะไม่คุ้มกับชื่อเสียงที่พวกฉันจะต้องเสียไป” เยี่ยป๋อซางพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ห้าร้อยล้าน… เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น ตอนนี้ฉันมีเงินทั้งหมดแค่สามร้อยล้านดอลลาร์!” เฮนรี่ดั๊กตะโกน
“สามร้อยล้านดอลลาร์? เจ้านาย ข้อตกลงนี้คุ้มไหม?” เยี่ยป๋อซางหันไปถามโจวอี้
“ชีวิตของเขามีค่ามากกว่าเงินรางวัลร้อยล้านเหรียญถึงสามเท่า ซึ่งถือว่าคุ้มค่าทีเดียว ห้านาที! บอกกับมันว่าฉันให้เวลาแค่ห้านาทีเท่านั้น ถ้าเงินสามร้อยล้านเหรียญไม่เข้าบัญชีเราภายในห้านาที เราจะฆ่ามันทันที” โจวอี้กล่าว
เยี่ยป๋อซางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและแปลคำพูดของโจวอี้ทันที
“ให้คนของนายหยุดก่อน ฉันต้องการคอมพิวเตอร์!” เฮนรี่ดั๊กตะโกนด้วยความโกรธขณะมองดูคนของเขาสองคนถูกสังหาร
“พวกเราหยุดก่อน!” โจวอี้สั่ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จางหม่านเยว่ก็เลิกโจมตี และจับลูกน้องของเฮนรี่ดั๊กอีกคนที่ยังมีชีวิตอยู่มาด้วย
“ไปเอาคอมพิวเตอร์มา!” เฮนรี่ดั๊กตะโกนใส่คนของตัวเอง
ราว ๆ สองสามนาทีถัดมา
คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กก็ถูกส่งมาให้เฮนรี่ดั๊ก แต่แทนที่จะโอนเงินทันที เขากลับถามเสียงกร้าวว่า “ฉันจะทำยังไงล่ะถ้าฉันโอนเงินไปแล้วแต่พวกนายไม่รักษาสัญญา? ฉันต้องการความชัดเจนจากนาย!”
“อยากให้เราทำอะไร?” เยี่ยป๋อซางถาม
“พวกนายสามคนต้องรักษาระยะห่างห้าสิบ… ไม่สิ ร้อยเมตรจากฉัน!”
“คิดว่าเป็นไปได้เหรอ? ระยะร้อยเมตรแบบนี้ ถ้าแกคิดหนี มันคงจะมีโอกาสสำเร็จสูงมากเลยนะ คิดว่าเราโง่เหรอ?” เยี่ยป๋อซางถามด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“งั้น… ฉันจะให้เงินนายก่อนร้อยล้านดอลลาร์ แล้วจะให้อีกสองร้อยล้านดอลลาร์ที่เหลือเมื่อนายถอยห่างจากฉันร้อยเมตร”
“สองร้อยล้านดอลลาร์! แกต้องให้สองร้อยล้านดอลลาร์กับเราก่อน ไม่งั้นเราจะโจมตีเดี๋ยวนี้แหละ!” เยี่ยป๋อซางตะโกนตอบ