หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 525 สี่องค์กร
บทที่ 525 สี่องค์กร
เมื่อตระหนักได้ถึงเรื่องราวทั้งหมด เลอาก็รู้สึกเศร้า เธอพบว่าตัวเองช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
เธอถูกความเกลียดชังที่มีอยู่ในใจครอบงำ รวมไปถึงการหลงคิดว่าตัวเองเก่งกาจเหนือกว่าทุกคนจนสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ คิดว่าตัวเองสามารถแสวงหาผลประโยชน์จากโจวอี้ และใช้เขาเพื่อแก้แค้นได้อย่างง่ายดาย
ทว่าใครจะไปคิดว่าสุดท้ายแล้วมันจะนำความฉิบหายมาสู่ Rain Listening Intelligence Organization
แต่ตอนนี้ไม่สำคัญแล้วว่าใครถูกใครผิด!
เธอมองไปที่เฉินซานด้วยสีหน้าซีดขาว แม้เธอจะรู้สึกโกรธ แต่เธอก็ไม่อาจโจมตีได้ เพราะเธอตระหนักได้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้นทรงพลังมาก ต่อให้เทียบกับแม่ของเธอก็คงจะไม่ด้อยไปกว่ากันนัก
“เตรียมตัวให้พร้อม” เลอาพูดกับลูกน้องหลายคนของเธออย่างมืดหม่น
“ไม่ต้องห่วง การแสดงจริงยังไม่เริ่ม” เฉินซานเอ่ยขึ้น “อาจารย์ลุงน้อยของผมให้ความสำคัญกับญาติและมิตรสหายมาก โดยเฉพาะลูกสาวของเขา ขนาดยุงหรือแมลงวัน เขายังไม่ปล่อยให้พวกมันมาเข้าใกล้สร้างความรำคาญให้ลูกสาวเขาได้! ดังนั้นครั้งนี้ผางซานเซิ่งและองค์กรของคุณจึงถือได้ว่าล้ำเส้นของเขาไปเยอะซะจน… ”
“แล้วไง?” เลอาถาม
“เอาเป็นว่า ตอนนี้การแสดงจริงยังไม่เริ่ม รอดูต่อไปก็แล้วกัน” เฉินซานพูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
การแสดงจริงยังไม่เริ่ม?
หมายความว่ายังไง?
เลอามองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อมองดูฉากในมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เธอพบว่าภายในม่านแสงสีเขียวนั้น การต่อสู้ดุเดือดขึ้นมากกว่าเดิม
ดิอาโบลกำลังคำราม
ความโกรธที่ปะทุค่อย ๆ หายไปและถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวัง ถ้าเขาเผชิญหน้าเอเลนตามลำพัง เขามั่นใจว่าจะสามารถฆ่าเธอได้ ทว่าเมื่อเอเลนได้รับการสนับสนุนจากทูตพงไพรและทูตบุปผา เขาย่อมไม่มีหวังที่จะชนะได้เลย
เขาต้องการที่จะหนี!
ทว่า ‘ม่านแดนพฤกษา’ ได้ปกคลุมไปทั่วทุกทิศ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะทำลายมันไปได้ นอกจากนี้ เขากำลังเผชิญกับการปิดล้อมของศัตรูที่ทรงพลัง ชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่งยวด
ฉันควรทำอย่างไร?
ตายที่นี่อย่างนั้นหรือ?
ดิอาโบลรู้สึกว่าแผ่นหลังของเขาถูกพลังดาบของอีกฝ่ายฉีกกระชากอีกครั้ง และมันทำให้เขาถึงกับโกรธจัด
“ทักษะต้องห้าม กายปีศาจอัสนี!”
ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็เปล่งพลังอัสนีออกมาอย่างผิดมนุษย์ และความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในเวลาไม่กี่ลมหายใจ เสียงสายฟ้าดังก้องอยู่ในกายของเขาไม่ขาดสาย
กล้ามเนื้อทั้งร่างส่งเสียงร้องดังสนั่น จากนั้นร่างกายของดิอาโบลก็ขยายยืดออก ความสูงของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเซนติเมตร
ดาบยาวในมือของเขาถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าสีเลือด
“ในเมื่อพวกแกบังคับฉันนัก ถ้าฉันต้องตาย ฉันก็จะลากพวกแกลงนรกไปกับฉันด้วย!” ดิอาโบลหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง และฟาดฟันพลังดาบอัสนีสีเลือดใส่ทั้งสามคนอย่างดุดือด
“ถอยเร็ว! เขาใช้ทักษะต้องห้าม!” สีหน้าของเอเลนเปลี่ยนไปทันที ทันใดนั้น ร่างของเธอก็ถอยห่างออกไปหลายสิบเมตรพลางปัดป้องพลังดาบที่ถาโถมเข้าใส่
ทูตพงไพรและทูตบุปผาก็ทำเช่นเดียวกัน แต่พวกเขาไม่ตื่นตระหนก ในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ผู้บ่มเพาะพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังส่วนใหญ่ล้วนฝึกฝนทักษะต้องห้ามไว้เป็นไพ่ลับ แต่โดยทั่วไปแล้ว พวกเขากลัวที่จะใช้มัน เพราะการใช้ทักษะต้องห้ามนั้น แม้จะเพิ่มความแข็งแกร่งได้มหาศาล แต่มันก็เป็นแค่การเพิ่มความแข็งแกร่งในเวลาสั้น ๆ ซึ่งเมื่อไหร่ที่ผลของทักษะต้องห้ามนี้หายไป ผู้ใช้จะอ่อนแรงลงอย่างมหาศาลทันที
ดังนั้นพวกเขาจึงตระหนักได้ว่าตราบใดที่พวกเขาสามารถต้านทานการโจมตีของดิอาโบลได้ หลังจากผลของการใช้ทักษะต้องห้ามสิ้นสุดลง มันก็จะเท่ากับความตายของดิอาโบล
ดิอาโบลเข้าใจสถานการณ์นี้ดี
เมื่อเขารุกไล่ศัตรูทั้งสามให้ถอยร่นไปจนไกลมากพอ เขาก็เปลี่ยนทิศทางการฟันของดาบไปยังบริเวณม่านพลังที่อยู่ใกล้ที่สุด และฟาดฟันดาบอันทรงพลังไปอย่างต่อเนื่อง
พลังดาบจำนวนนับไม่ถ้วนทับซ้อนกันเป็นเหมือนระลอกคลื่น มันปะทะเข้าใส่ม่านแสงสีเขียวสร้างรอยแตกมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความเร็วที่น่ากลัว
ตูม!
ม่านแสงสีเขียวที่แตกระแหงราวกับใยแมงมุมก็แตกและพังทลายลงในที่สุด
“อย่าให้มันหนีไปได้!” ทันใดนั้น เอเลนก็ตะโกนขึ้นและวิ่งไล่ตามดิอาโบลทันที
“เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขา เขาใช้ทักษะต้องห้าม อย่างน้อยก็ยังอีกหลายนาทีที่พละกำลังของเขาเหนือกว่าของเรามาก ซึ่งมันนานพอสำหรับเขาที่จะหลบหนีไปได้” ทูตบุปผาไม่คิดที่จะไล่ตาม แต่เมื่อมองดูดิอาโบลหนีไปได้ไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าของเธอก็ยิ่งหม่นหมอง
ตูม!
ทันใดนั้น แสงไฟพลันระเบิดต่อหน้าดิอาโบลที่กำลังหลบหนีอย่างกะทันหัน
พลังระเบิดอันน่าสยดสยองส่งร่างดิอาโบลกระเด็นถอยกลับไปหลายสิบเมตร อาการบาดเจ็บจากการถูกระเบิดเข้ามาเต็ม ๆ นั้นทำให้เขาต้องคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ดาบยาวเสียบลงไปที่พื้น มือที่จับดาบสั่นเทาเล็กน้อย
“ฮ่า ฮ่า ดิอาโบล ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นแกมีสภาพที่น่าสังเวชแบบนี้?” ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในทันใด เขาเป็นชายร่างยักษ์ที่ปลดปล่อยอำนาจกดดันที่น่าสะพรึงกลัว
วินาทีถัดมา ร่างนับสิบก็ปรากฏตัวขึ้นในทิศทางอื่น
คนแรกเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม เธอแต่งหน้าหนา ผมบลอนด์ ตาฟ้า เธอมีรูปร่างที่น่าหลงใหล การแต่งตัวของเธอร้อนแรงมาก มันราวกับว่ากระดุมบนหน้าอกของเธอสามารถปริออกมาได้ทุกเมื่อ
“เฒ่าดิอาโบล คุณแก่ขนาดนี้แล้วทำไมไม่อยู่เลี้ยงหลานที่บ้าน แต่กลับออกมาไล่ฆ่าคนอย่างกับคนบ้าแบบนี้เพื่ออะไร? หรือว่าคุณอยู่มานานแล้วจนเบื่อ ก็เลยไม่อยากจะอยู่ต่อไปอีก?” หญิงสาวที่ดูมีเสน่ห์พูดด้วยรอยยิ้มแปลก ๆ
“แก…”
ดิอาโบลไม่คิดเลยว่าคืนนี้จะยุ่งยากขนาดนี้ ตั้งแต่คนของเขามาที่นี่เพื่อโจมตี มันก็แค่สิบหรือยี่สิบนาทีเท่านั้นเอง? แต่คนของ Moon Worship Organization และ Primrose Organization มาถึงเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?
หรือว่า Rain Listening Intelligence Organization และอีกสององค์กรนี้วางแผนร่วมกันในคืนนี้ เพื่อจงใจล่อเขามาติดกับ?
ดิอาโบลหันไปมองและพบว่าเอเลนที่ไล่ตามหลังมาก็แสดงสีหน้าย่ำแย่เช่นกัน เขาจึงตระหนักได้ว่าองค์กรของเอเลนไม่ได้ร่วมมือกับอีกสององค์กรที่เพิ่งมาถึง
แต่คืนนี้มีผู้วางแผนอยู่เบื้องหลังแน่นอน
ในอาคารที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร
เลอาและลูกน้องหลายคนตกตะลึง
พวกเขาทั้งหมดเห็นฉากที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะคนของ Moon Worship Organization และ Primrose Organization และแม้แต่ผู้นำของทั้งสองฝ่ายก็มาถึงที่นั่น
จู่ ๆ เลอาก็หันไปมองเฉินซาน
นี่ใช่ไหมคือสิ่งที่เขาพูด?
องค์กรที่แข็งแกร่งที่สุดในซิดนีย์ทั้งสี่ถูกล่อเข้ามาเพื่อเข่นฆ่ากันเอง นั่นคือแผนของเฉินซานและโจวอี้ใช่ไหม?
แต่ทำไมสององค์กรนั้นถึงสมัครใจเข้าร่วม?
แอ๊ด!…
ประตูถูกผลักเปิดออก คนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอก
“อาจารย์ลุงน้อย” เฉินซานทำความเคารพทันที
“โอ้ การแสดงเริ่มขึ้นแล้วเหรอ?” โจวอี้มองไปที่เลอา และถามด้วยรอยยิ้ม
“มันเริ่มขึ้นแล้ว ตาเฒ่าจากซันการ์เดนเนี่ยไม่ธรรมดาเลย เขาซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองไว้ในตอนแรก และเมื่อเขาใช้ทักษะบางอย่างซึ่งทำให้ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน เขาก็เริ่มล่าถอย แต่จากนั้นเขาก็ถูก Moon Worship Organization และ Primrose Organization ที่เพิ่งมาถึงขวางเอาไว้ ตอนนี้ทั้งสี่ฝ่ายกำลังจับจ้องกันดูท่าทีกันอยู่” เฉินซานหัวเราะ
“อย่ากังวล เยี่ยป๋อซางจะสุมไฟให้พวกเขาเพิ่มหลังจากนี้ อีกไม่นานพวกเขาจะฟัดกันเองอย่างดุเดือดแน่นอน และมันคงจะเป็นสถานการณ์ที่มีความตายเกิดขึ้นไม่รู้จบ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นายคิดจะทำบ้าอะไรของนาย!” เมื่อเลอาได้ยินคำพูดของโจวอี้ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างก่อนจะตะโกนด้วยความเดือดดาล
โจวอี้เดินเข้าไปใกล้เลอา ก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง
เขายิ้มและพูดว่า “แน่นอน ฉันกำลังราดน้ำมันลงในกองเพลิง สร้างสถานการณ์ฆ่าฟันที่ไม่มีวันจบสิ้นระหว่างสี่องค์กร ว่าแต่ไอ้คนสองคนที่เฝ้าอยู่ข้างนอกไม่น่าจะใช่ลูกน้องคนสนิทของเธอใช่ไหม ความแข็งแกร่งของพวกเขาน่ะแย่ชะมัด”
“นายหมายความว่ายังไง!?” เลอาถามขึ้นมาทันที