หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 529 ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
บทที่ 529 ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม
อีกด้านหนึ่ง
วีวี่ฮันนี่ถูกแทงเข้าที่ไหล่ด้วยดาบของเฉินซาน และไม่นานเธอก็เห็นผู้นำของ Moon Worship Organization ถูกสังหาร
เธอรู้สึกหวาดกลัวสุดขีดและสูญเสียกำลังใจที่จะสู้ต่อ จึงรีบหันหลังหนีกลับไปทันที ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้นำขององค์กร แต่ก็ยังมีคนมากกว่าสิบคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในสาขาอื่น ๆ ซึ่งอยู่ใต้บัญชาของเธอ เธอยังตายไม่ได้!
ไม่สิ เธอยังไม่อยากตาย!
ชายหนุ่มชาวเอเชียคนนั้นน่ากลัวเกินไป
เธอรู้ว่าทันทีที่เขาสังหารผู้นำขององค์กรนั้นไปแล้ว เขาคงจะหันมาตามสังหารเธอแน่นอน ดังนั้นเธอควรหนี! หนีจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ทันใดนั้น ขณะที่เธอกำลังหนี จู่ ๆ ก็มีร่างสามร่างพุ่งมาขวางทางเธอไว้ เหล่าคนที่ขวางทางเธอคือเอเลน ทูตบุปผา และทูตพงไพร พวกเขาร่วมกันเปิดการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด
“อ๊า!…”
วีวี่ฮันนี่กระเด็นไปกลางอากาศ ยังไม่ทันที่ร่างของเธอจะถึงพื้น เธอก็กระอักเลือดออกมาหลายคำ
เวลานี้เฉินซานปรากฏตัวข้างหลังเธอราวกับผี และด้วยการแทงที่เฉียบขาด ปลายดาบจึงแทงทะลุหัวใจของวีวี่ฮันนี่ในทันที
“แก…”
วีวี่ฮันนี่ล้มลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
ในขณะเดียวกัน ร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าก็มาถึง ผู้มาใหม่เป็นชายชราในชุดคลุมสีดำ แต่งกายเหมือนกับทูตบุปผาและทูตพงไพร
“อย่างที่คิดเลย ฉันมาช้าไปก้าวหนึ่งจริง ๆ” ชายชราผู้นี้เต็มไปด้วยอำนาจกดดันรอบกาย กลิ่นอายของเขาสร้างความหวาดกลัวให้แก่กลุ่มของเอเลน
เขาเดินเข้ามาหาวีวี่ฮันนี่ทีละก้าว พลางส่ายหัวและถอนหายใจ “ฉันอุตส่าห์เตือนเธอแล้วว่าคลื่นใต้น้ำในซิดนีย์กำลังจะก่อตัว และสิ่งเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่เธอก็ยังไม่วายเอาตัวเข้ามายุ่งเกี่ยว…”
“ท่านคะ ช่วยด้วย…ช่วยฉันด้วย” วีวี่ฮันนี่รู้สึกว่าพลังชีวิตของเธอกำลังลดหายไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเธอเห็นชายชราปรากฏตัว ในที่สุดแววตาของเธอก็เผยความคาดหวังบางอย่าง
“ฉันช่วยเธอได้ แต่เธอต้องถอนตัวออกจาก Primrose Organization ที่ไร้สาระของเธอซะแล้วไปกับฉัน” ชายชรากล่าว
“ฉันจะไปกับท่าน! ชีวิตของฉันจะเป็นของท่านนับจากนี้!” วีวี่ฮันนี่ไม่ต้องการละทิ้งโอกาสในการเอาชีวิตรอด เธอกล่าวด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่
“อืม ถือว่าเรื่องวันนี้ยังเข้าทางฉันอยู่บ้าง” ชายชรายิ้มด้วยความพึงพอใจ จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ยกมือขวาขึ้นส่งพลังในร่างของตนเข้าไปในร่างของวีวี่ฮันนี่พลางมองไปรอบ ๆ ผู้คน
ในที่สุดสายตาของเขาก็จับจ้องมาที่เฉินซาน เขาส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ฝึกยุทธ์จากตะวันออก กลิ่นเลือดของพวกนายยังกลบกลิ่นสมุนไพรไม่ได้ ถ้าให้ฉันคนนี้เดา นายน่าจะมาจากสำนักโอสถใช่ไหม?”
“คุณเป็นใคร?” เฉินซานขมวดคิ้วแน่น
“คนรุ่นหนุ่มสาวอย่างนายไม่มีสิทธิ์รู้ตัวตนของฉัน ต้องเป็นคนระดับยายเฒ่าเทียนจี้คนนั้นเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์พูดคุยกับฉันแบบนั้น” ชายชรายิ้ม
โจวอี้เดินมาหยุดข้างเฉินซานพร้อมไม้เท้าหัวมังกรในมือ เขาจ้องไปที่อีกฝ่ายแล้วถามออกมา “คุณรู้จักแม่เฒ่าเทียนจี้เหรอ?”
“ฉันเคยต่อสู้กับเธอมาสองครั้งแล้ว…” ชายชราดูเหมือนจะไม่อยากพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาชะงักไปกลางประโยค และถามอย่างเย็นชาว่า “พวกนายมาทำอะไรที่นี่? ไม่กลัวที่จะทำให้ผู้คนในโลกใต้ดินตะวันตกทั้งหมดโกรธแค้นหรอกเหรอ?”
“ฮ่า ๆ โลกใต้ดินของตะวันตกเนี่ยนะจะรวมกันเป็นหนึ่ง? ตลกเหอะ” โจวอี้หัวเราะ
“ยังเด็กอยู่แท้ ๆ แต่กลับกล้าที่จะทำตัวปากเสียขนาดนี้ต่อหน้าฉัน?” ชายชราเลิกคิ้วถาม
“ที่ฉันกล้าปากเสียเพราะฉันแข็งแกร่ง! แล้วไงล่ะตาแก่? อยากจะลองสู้กับฉันดูสักหน่อยไหม?” โจวอี้ชี้ปลายไม้เท้าไปที่อีกฝ่ายด้วยท่าทีที่ดูก้าวร้าว
“หยิ่งผยองเหลือเกิน เดี๋ยวฉันจะสอนบทเรียนให้…เอ๊ะ? เดี๋ยวนะ ไอ้หนุ่ม นายกำลังถืออะไรอยู่… ไม้เท้าหัวมังกร? ไม้เท้าหัวมังกรแห่งสำนักโอสถมาอยู่ในมือนายได้ยังไง?” สีหน้าของชายชราดูย่ำแย่ขึ้นมาทันที
“ไม่เลว! รู้จักไม้เท้าหัวมังกรของฉันซะด้วย! ในฐานะศิษย์ของสำนักโอสถ ฉันมีสิทธิ์ใช้ไม้เท้ามังกรได้ ตาแก่อย่างคุณคิดว่ายังไงล่ะ?” โจวอี้ถามด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
“นี่นาย…”
ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตกใจ จากนั้นเขาก็ปล่อยพลังที่มองไม่เห็นเข้าไปพันรอบตัววีวี่ฮันนี่ ทำให้เธอลอยขึ้นและพากันถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว
หนี?
โจวอี้แอบรู้สึกเสียดาย
เขาเพิ่งใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาใส่ผู้นำของ Moon Worship Organization ซึ่งอีกฝ่ายไม่อาจต้านรับเขาได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงต้องการต่อสู้กับชายชราคนนี้เพื่อดูว่าขีดจำกัดความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับใด
ทว่าอีกฝ่ายกลับกลัวไม้เท้าหัวมังกรของเขาซะก่อน
“เฉินซาน ไม้เท้าหัวมังกรนี้มันมีอำนาจวิเศษอื่นที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวงั้นเหรอ?” โจวอี้หันไปถาม
“ไม้เท้าหัวมังกรเป็นหนึ่งในสามอาวุธวิเศษของสำนักโอสถของเรา มันไม่เพียงมีพลังวิเศษเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสถานะอีกด้วย ผู้ใดที่ถือไม้เท้าหัวมังกร ผู้นั้นสามารถสั่งการสาวกทั้งหมดของสำนักโอสถได้!” เฉินซานหัวเราะ
ฮะ?
โจวอี้เบิกตากว้าง
สามารถสั่งสาวกทั้งหมดของสำนักโอสถ?
ทำไมอาจารย์ของเขาถึงโยนไม้เท้าหัวมังกรที่สำคัญขนาดนี้มาให้เขาง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ?
เธอไม่กลัวเหรอว่าเขาอาจจะไม่สนใจมันและทำมันหายไป?
อาจารย์… ช่างใจกว้างกับเขาจริง ๆ
เมื่อนึกย้อนกลับไป โจวอี้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็หันไปหาเอเลนผู้งดงาม ซึ่งตอนนี้เอเลนเองก็มองมาที่เขาเช่นกัน แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“เฉินซาน คุณช่วยคนของ Rain Listening Intelligence Organization ฆ่าคนทั้งหมดขององค์กรใต้ดินทั้งสองนี้ด้วย” โจวอี้ออกคำสั่ง จากนั้นหันไปถามเอเลนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มาคุยกันไหม?”
“ได้!”
ตอนนี้เอเลนรู้แล้วว่าโจวอี้เป็นศิษย์ของสำนักโอสถ นอกจากนี้เธอยังตระหนักได้ว่าโจวอี้และคนของเขาเป็นกลุ่มคนที่มายังซิดนีย์เพื่อตามล่าผางซานเซิ่ง
เขามีบัญชีแค้นกับเธอ เพราะรางวัลค่าหัวนั้นองค์กรของเธอเป็นผู้เผยแพร่
“นายจะทำอะไร?!” เลอารีบเดินมาบังแม่ของเธอไว้ และจ้องมองโจวอี้ด้วยสายตาแข็งกร้าว
“กลัวฉันจะฆ่าแม่ของเธอเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่!” เลอาตอบห้วน ๆ
“ผู้หญิงโง่! ถ้าฉันอยากจะฆ่าแม่ของเธอจริง ๆ ป่านนี้แม่ของเธอตายไปนานแล้ว! คิดดูให้ดี ๆ การจัดการกับผู้หญิงที่บาดเจ็บสาหัสแบบนี้น่ะมันง่ายกว่าการฆ่าผู้นำของ Moon Worship Organization ขนาดไหน!” โจวอี้พูดอย่างเฉยเมยก่อนจะหันหลังและเดินไปอีกด้าน
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ขณะเดียวกัน ร่างที่รวดเร็วเหมือนสายฟ้าหลายสิบร่างก็พุ่งมาจากระยะไกล
พวกเขาแต่ละคนมาพร้อมกับศพในมือ และเมื่อมาถึงบริเวณใกล้เคียง พวกเขาก็โยนศพในมือของพวกเขาทิ้ง แล้วไล่ล่าสังหารคนของ Moon Worship Organization และ Primrose Organization ที่เหลือรอดทันที
เยี่ยป๋อซางไม่ได้ทำอะไรเลย เขามองไปที่ด้านหลังของโจวอี้และเอเลนด้วยความประหลาดใจและท้ายที่สุดสายตาของเขาก็สบเข้ากับเลอาผู้กำลังทำหน้าตาบูดบึ้ง
“สาวน้อยดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนะ!” เยี่ยป๋อซางหัวเราะ
“องค์กรของฉันเสียหายหนักขนาดนี้ คุณคิดว่าฉันควรจะรู้สึกดีไหม? คุณน่ะมันเลวที่สุดเป็นอันดับสอง!” เลอาพูดอย่างเดือดดาล
“คนเลวอันดับสอง?” เยี่ยป๋อซางแสดงสีหน้าขบขัน
“อันดับหนึ่งคือโจวคนนั้น! ฉันมั่นใจว่าแผนการทั้งหมดนี้เขาคิดเองทั้งหมด! ตอนนี้หนึ่งในผู้นำขององค์กรใต้ดินชั้นนำในซิดนีย์ถูกพาตัวไป และอีกสองคนก็ตายด้วยน้ำมือของเขา และเขาก็ยังเป็นผู้ที่ทำให้ทุกองค์กรต่อสู้กันจนเสียหายหนัก… คุณคิดว่าเขาเลวไหมล่ะ!” เลอาโกรธจัด
“ไม่เลว ๆ มีไหวพริบ ไหนเธอลองคิดซิ ด้วยจุดยืนที่ต่างกัน วิธีการที่ต่างกัน และผลลัพธ์ที่ต่างกันสำหรับทุกคน ทว่าผลลัพธ์กลับออกมาสมบูรณ์แบบเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่เจ้านายของฉันใช้ความพยายามเพียงน้อยนิดทว่ากลายเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายได้อย่างสวยงาม เธอคิดว่าเขาเยี่ยมยอดมากเลยใช่ไหมล่ะ?” เยี่ยป๋อซางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไอ้บัดซบ! ไอ้เลว!” เลอาตะโกนด้วยความหยาบคาย