หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 533 ค่ายลับ
บทที่ 533 ค่ายลับ
ใต้ยอดเขาหิมะ ห่างออกไปราว ๆ เจ็ดถึงแปดกิโลเมตร มีทางเดินอยู่ในซากปรักหักพัง และเมื่อสโนว์โมบิลเข้ามาถึงที่นี่ ชายสองคนในชุดสีขาวก็ตรงมาขวางหน้าผู้ติดตามของโจวอี้
โจวอี้ไม่ได้พูดอะไรมากนัก เขายกเหรียญตราขึ้นมาเแสดงให้อีกฝ่ายเห็น
ฟุบ!
ชายทั้งสองคุกเข่าลงกับพื้นหิมะทันที
“ชื่อ?” โจวอี้ถาม
“ดินสามครับ!”
“ดินสี่ครับ!”
พวกเขาเป็นเหมือนดินเก้า เมื่อเห็นเหรียญตราที่โจวอี้ถืออยู่ พวกเขาก็คุกเข่าลงทันที
“ลุกขึ้น!” โจวอี้พยักหน้าให้
ครู่ต่อมา ประตูบานหนึ่งก็เปิดออกช้า ๆ บนผนังภูเขาที่ไม่ได้ถูกหิมะปกคลุม
โจวอี้ติดตามสมาชิกทั้งสามคนของกลุ่มธาตุดินเข้าไปด้านใน และพบว่ามีทางเดินกว้างขวางข้างหน้าทอดยาวไปประมาณหนึ่งร้อยเมตร และยังมีบันไดทอดลึกลงไปอีก ซึ่งที่ปลายบันไดนั้นมีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่
พื้นที่ว่างดังกล่าวนี้มีขนาดเท่าสนามฟุตบอล เพดานสูงเกิน 10 เมตร ที่ผนังสองด้านข้างซ้ายขวามีระเบียงทางเดินขนาบทั้งสองข้าง
“หึ่ง…”
สัญญาณเตือนภัยสีแดงสว่างวาบขึ้นมา เสียง ‘หึ่ง’ ดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่ภายใน
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
ร่างที่รวดเร็วดุจสายฟ้าพุ่งออกมาจากรอบทิศ พวกเขาสวมชุดเครื่องแบบสีดำทั้งชายและหญิง ทุกคนสวมหน้ากากที่แก้มซ้าย หน้ากากของแต่ละคนมีลวดลายที่แตกต่างกันหกแบบ
หกลวดลายเป็นตัวแทนของสามเหลี่ยมทองคำ วงแหวนไม้ คลื่นน้ำ เปลวไฟ ลูกบาศก์โลก และเมฆขาว
หกสิบคนไม่ขาดไม่เกิน!
โจวอี้กวาดตามองทุกคนก่อนจะชูเหรียญตราอีกครั้ง และพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ดิอาโบลถูกฆ่า ก่อนที่เขาจะตาย เขาส่งเหรียญตรามาให้ฉัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเป็นลอร์ดคนใหม่ของพวกนาย”
“รับทราบครับ/ค่ะ ท่านลอร์ด!”
ทั้งห้าสิบห้าคนตะโกนพร้อมกันทันที พวกเขาคุกเข่า เอามือข้างหนึ่งประทับลงบนพื้นและก้มหัวโค้งคำนับ การเคลื่อนไหวของพวกเขาพร้อมเพรียงอย่างเป็นระเบียบ
มีเพียงห้าคนที่ยืนอยู่หน้าแถว ไม่ยอมขยับกาย
แทนที่จะคุกเข่าลง แววตาของพวกเขากลับให้ความรู้สึกถึงการท้าทาย
เกิดอะไรขึ้น?
โจวอี้ขมวดคิ้ว เขาเหลือบมองคนทั้งห้าแล้วถามว่า “พวกนายน่ะ หมายความว่ายังไง?”
หญิงรูปงามร่างสูงใหญ่ที่มีลายเมฆสีขาวบนหน้ากากที่แก้มซ้ายก้าวมาข้างหน้าสองก้าว ก่อนจะประสานมือพูดว่า “กฎเหล็กที่ลอร์ดดิอาโบลเคยตั้งไว้ ลอร์ดคนใหม่ที่ถือเหรียญตราจะต้องยอมรับการท้าทายจากพวกเราห้าคน หากชนะเราได้ ผู้ถือเหรียญคนใหม่จะได้เป็นลอร์ดทันที แต่ถ้าแพ้ เขาคนนั้นจะต้องอยู่ในค่ายลับเพื่อฝึกฝนจนกว่าจะสามารถเอาชนะพวกเราห้าคนพร้อมกันได้ เขาคนนั้นจึงจะได้กลายเป็นลอร์ดคนใหม่อย่างเป็นทางการ”
“กฎแบบนี้ยังมีอยู่อีกเหรอ?” โจวอี้ดูประหลาดใจ
“ใช่!”
“ก็ได้ ฉันยอมรับการท้าทาย สมาชิกของห้ากลุ่ม ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ถอยออกไปก่อน” โจวอี้พูดเสียงดังกังวาน
สมาชิกห้าสิบคนของทั้งห้ากลุ่มจึงถอยไปตั้งแถวห่างในระยะหลายสิบเมตรทันที
โจวอี้เก็บเหรียญตรา จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิ “พวกนายเข้ามาพร้อมกันได้เลย ขอฉันดูหน่อยว่าพวกนายมีพลังมากแค่ไหน!”
ทั้งห้าคนไม่พูดอะไร แต่พุ่งไปล้อมรอบโจวอี้ทันที
พลังอันรุนแรงปะทุออกมาจากร่างกายของพวกเขา และกระแสอากาศรอบตัวพวกเขาก็เริ่มบิดเบี้ยว ก่อตัวเป็นคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งค่อย ๆ โอบล้อมเข้าหาโจวอี้เป็นชั้น ๆ
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไป
เขารู้สึกว่าอากาศรอบ ๆ ตัวเขาเปลี่ยนไป ราวกับว่าเขากำลังอยู่ในโคลนตม แรงกดดันที่มองไม่เห็นทำให้เขารู้สึกหายใจลำบาก
“ค่ายกลคมมีดเชือดเฉือน!”
ทันใดนั้น ชายสามคนและหญิงอีกสองคนก็เคลื่อนไหว พวกเขาเคลื่อนตัวไปรอบ ๆ โจวอี้อย่างรวดเร็ว กระแสลมที่พัดอย่างรุนแรงก่อตัวเป็นเหมือนมีดบินโปร่งแสงทีละเล่ม และไม่กี่วินาทีต่อมา มีดบินโปร่งแสงก็ลอยเข้ามาล้อมรอบโจวอี้ไว้อย่างแน่นหนา มีดบินแต่ละเล่มเล็งมาที่โจวอี้
ห่างออกไปกว่าสิบเมตร
เยี่ยป๋อซางจ้องไปที่ฉากข้างหน้า หัวใจของเขาถึงกับกระตุกไปสองสามครั้ง
เขาหันไปหาเฉินซานที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน จึงอดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบาว่า “มีดโปร่งแสงนับร้อยเหล่านั้นดูเหมือนจะเกิดจากการควบแน่นของพลังจิต… พลังจิตของคนเหล่านั้นแข็งแกร่งมาก ถ้าเปลี่ยนฉันไปอยู่ในตำแหน่งเจ้านายตอนนี้ เกรงว่าจะเป็นการยากที่จะรับการโจมตีนี้ได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ”
“ใช่” เฉินซานพยักหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“เจ้านายจะไม่เป็นไรแน่เหรอ? เผื่อเกิดอุบัติเหตุ…”
“อย่าห่วงเลย! อาจารย์ลุงน้อยแข็งแกร่งมาก การโจมตีสำหรับเราอาจรับมือได้ยาก แต่สำหรับเขาแล้วก็อาจไม่เป็นแบบนั้นเลยก็ได้” เฉินซานกล่าวด้วยความมั่นใจ
“ทำไมคุณดูมั่นใจนัก?”
“เพราะด้านพลังจิตของอาจารย์ลุงน้อยน่ะน่ากลัวมาก” เฉินซานยิ้มแปลก ๆ
โจวอี้ยืนอยู่ท่ามกลางคนทั้งห้า ทว่าทันใดนั้นพลังแห่งฟ้าดินก็ถูกดึงดูดเข้ามาหาเขาอย่างบ้าคลั่ง และทั่วทั้งตัวของเขาก็ถูกปกคลุมด้วยพายุหมุนในทันที
“แตก!”
ในขณะที่มีดบินโปร่งแสงพุ่งเข้ามาพร้อมกัน โจวอี้ก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง และพายุที่หมุนรอบตัวเขาก็พลันขยายตัวออกไปทันที มีดบินทั้งหมดถูกกระแทกอย่างรุนแรงและแตกสลายไปในพริบตา
“กรงจิต!”
คนทั้งห้าลอยขึ้นไปกลางอากาศ ทำมือด้วยท่าทางแบบมุทราชี้ไปที่โจวอี้ และปลดปล่อยพลังจิตมหาศาลโจมตีออกไปทันที
“น่าสนใจ!”
โจวอี้ค่อย ๆ หลับตาลง ญาณสัมผัสของเขากวาดออกไปอย่างฉับพลัน
เขาไม่คิดโจมตีด้วยพลังจิต แต่ใช้ญาณสัมผัสที่เกิดจากอำนาจพลังจิตอันมหาศาลในการตอบโต้ เมื่อเผชิญกับพลังจิตที่ยิ่งใหญ่กว่า ดวงจิตของคนทั้งห้าจึงพ่ายแพ้ไปทันที ราวกับคนธรรมดาวิ่งชนกำแพงเหล็กหนาสองฟุต…
“พรูด…”
“อัก…”
คนทั้งห้ากระเด็นไปคนละทิศคนละทางและกระอักเลือด ในขณะที่กำลังจะร่วงลงถึงพื้นนั้น พวกเขากดนิ้วลงบนพื้นและเหยียบพื้นลากยาว
ร่างกายของพวกเขาสั่นเทา ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดจัด พลางมองไปที่โจวอี้ด้วยแววตาเหลือเชื่อ
โจวอี้เองก็รู้สึกวิงเวียนเช่นกัน ทะเลจิตสำนึกของเขาสัมผัสได้ถึงความปั่นป่วน
อย่างไรก็ตาม เท้าของเขาไม่ขยับถอย ร่างกายของเขายังคงยืนนิ่ง เมื่อความรู้สึกปั่นป่วนนั้นหายไป เขาก็มองไปยังคนทั้งห้าที่มีคราบเลือดบนริมฝีปาก เขาถามอย่างใจเย็นว่า “พวกคุณใช้การโจมตีทางจิตใช่ไหม? ผลที่ได้ดีมาก แต่มันง่ายที่จะถูกโต้กลับ พวกคุณต้องการท้าทายฉันต่ออีกรึเปล่า?”
“พวกเราเคารพท่านลอร์ด!”
ทั้งห้าคนสบตากันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็คุกเข่าลงต่อหน้าโจวอี้
พวกเขาทดสอบโจวอี้แล้ว แน่นอนว่าโจวอี้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำตามกฎเหล็กของค่ายลับ!
“เคารพท่านลอร์ด!” คนที่เหลืออีก 55 คนก้มลงคุกเข่าอีกครั้ง
“ลุกขึ้น! นับจากนี้อย่าคุกเข่าง่าย ๆ แบบนี้อีก!” โจวอี้โบกมือ
“ท่านลอร์ด นี่คือกฎที่อดีตลอร์ดตั้งขึ้น เราไม่กล้าฝ่าฝืน” พวกเขากล่าวด้วยความเคารพ
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คำสั่งของฉันคือกฎ” โจวอี้พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“รับทราบ!”
ทุกคนตอบพร้อมกัน
ต่อมาโจวอี้จึงได้รู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของค่ายลับโดยละเอียด ซึ่งคล้ายกับที่ดินเก้าเล่ามาก่อนหน้านี้ และยังรู้เพิ่มเติมด้วยว่าค่ายลับนี้เต็มไปด้วยนักรบเดนตาย
พวกเขามีชีวิตอยู่เพื่อจุดประสงค์เดียวคือการรับใช้ลอร์ด ซึ่งเป็นแนวความคิดที่เหลือเชื่อมากในสังคมปัจจุบัน
โจวอี้นึกชื่นชมดิอาโบลทันที ชายชราใช้เวลากว่า 30 ปีในการสร้างค่ายลับนี้ เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรที่องค์กรซันการ์เดนหามาได้แทบทั้งหมดน่าจะเอามาทุ่มกับค่ายลับนี้อย่างบ้าคลั่ง ความมั่งคั่งเกือบทั้งหมดที่ดิอาโบลมีน่าจะโยนเข้าใส่ที่นี่
ยิ่งไปกว่านั้น ดิอาโบลยังล้างสมองคนเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก และฝึกฝนให้พวกเขาเป็นเครื่องจักรสังหารที่เย็นชาและบ่มเพาะราวกับคนบ้า พวกเขาไม่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ มีเพียงการเชื่อฟังกฎเหล็กเท่านั้น