หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 535 เงินก้อนโต
บทที่ 535 เงินก้อนโต
ครั้นทินกรโผล่ขึ้นจากบูรพาทิศ
เมืองจินหลิงที่พลุกพล่านได้ตื่นจากการหลับใหลและคราคร่ำไปด้วยฝูงชน
รถ Knight XV คันยักษ์มุ่งตรงไปยังช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า ท่ามกลางการจราจรที่คับคั่ง
คราวนี้โจวอี้ไปจากบ้านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ ทว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลตอบแทนที่แสนคุ้ม
ติ๊ง!
ชายหนุุ่มได้รับข้อความจากเยี่ยป๋อซางที่ยังอยู่ในไซบีเรีย
เยี่ยป๋อซางรายงานมาว่าอีกฝ่ายได้จัดการเปิดบัญชีธนาคารเครดิตสวิสให้โจวอี้ และโอนเงินทั้งหมดที่ได้จากตอนที่ยังอยู่ซิดนีย์ไปยังบัญชีนั้น ข้อมูลบัญชีและรหัสลับจะถูกส่งมายังโทรศัพท์มือถือของโจวอี้ในภายหลัง
ไม่กี่นาทีต่อมา โจวอี้ก็ได้รับข้อความเข้ารหัส
หลังจากที่เขาเปิดมัน เขาก็เข้าสู่ระบบและดาวน์โหลดแอปฯธนาคาร ป้อนบัญชีและรหัสลับ และในที่สุดก็เห็นจำนวนเงินในบัญชีซึ่งทำให้เขาถึงกับงุนงง
984 ล้านเหรียญสหรัฐ…
ใช่!
เป็นตัวเลขนั้นจริง ๆ
ถ้าแปลงเป็นหยวนก็คงประมาณ 6 พันล้านหยวน!
ทำไมถึงได้มาเยอะขนาดนี้ล่ะ?
เขาจำได้ว่าจะต้องได้รับเงิน 200 ล้านดอลลาร์จาก Rain Listening Intelligence Organization และ 100 ล้านดอลลาร์จากเยี่ยป๋อซาง รวมไปถึงอีก 300 ล้านดอลลาร์จากเฮนรี่ดั๊ก ดังนั้นรวมแล้วก็น่าจะ 600 ล้านดอลลาร์ใช่ไหม?
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะโทรหาเยี่ยป๋อซาง
“บอส มีอะไรหรอครับ?”
“ทำไมในบัญชีของฉันถึงมีเงินเยอะขนาดนี้?” โจวอี้ถาม
“นอกเหนือจาก Rain Listening Intelligence Organization และเฮนรี่ดั๊กแล้ว ตอนที่เราโจมตี Moon Worship Organization และ Primrose Organization สมาชิกหลายคนของสององค์กรนี้ได้ใช้เงินเพื่อซื้อชีวิตของพวกเขาน่ะครับ” เยี่ยป๋อซางหัวเราะ
ใช้เงินซื้อชีวิต?
โจวอี้กลอกตา
พวกองค์กรใต้ดินต่างประเทศนี่มันน่าสนใจจริง ๆ
แต่ถ้าคิดย้อนดูดี ๆ ก็คงไม่แปลก เพราะการอยู่รอดนั้นสำคัญกว่าเงิน ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปก็หาเงินมาใหม่ได้
“ถ้าฉันรู้ก่อนว่าองค์กรใต้ดินพวกนี้ร่ำรวยมากขนาดนี้ ฉันคงจะตระเวนไปเที่ยวเมืองใหญ่ ๆ ทั้งหมดในไซบีเรียแล้ว บางทีเราอาจจะกลายเป็นมหาเศรษฐีทันทีที่เรากลับมา!” โจวอี้พูดติดตลก
“เจ้านาย ถ้าคุณต้องการแบบนั้น ผมจะไปกับคุณทุกที่ที่คุณพาไป” เยี่ยป๋อซางหัวเราะ
“ฉันล้อเล่นน่ะ! คราวนี้ที่เราไปเพราะต้องการจะสะสางปัญหากวนใจ ซึ่งการได้เงินติดมือกลับมาแบบนี้ถือว่าเป็นลาภโดยบังเอิญและเพียงพอแล้ว ถ้าขืนเราตั้งใจไปหาเงินแบบนี้จริง ๆ เราอาจถูกตามล่าและถูกฆ่าโดยผู้แข็งแกร่งจากองค์กรใต้ดินหลายคนที่จะร่วมมือกันเพราะความโกรธแค้น บางทีใครบางคนจากสมาคมมืดอะไรนั่นคงจะโจมตีเราด้วยซ้ำ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า ที่เจ้านายพูดมาก็ถูก” เยี่ยป๋อซางหัวเราะ
“เอาล่ะ บอกที่อยู่มา แล้วฉันจะให้คนส่งของดี ๆ ไปให้” โจวอี้ยิ้ม
“ครับ…”
ในไม่ช้าโจวอี้ก็วางสาย
เวลานี้ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่าอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว และเขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
ภรรยาและลูก ๆ กำลังรออยู่
เขาชอบความรู้สึกแบบนี้
หลังจากกลับมาในครั้งนี้ เขาตัดสินใจที่จะไม่สร้างปัญหาใด ๆ เขาจะอยู่ในเมืองจินหลิงเพื่อเป็นสามีและเป็นคุณพ่อที่มีคุณภาพ
ภายในวิลล่า
ถังหว่านสวมผ้ากันเปื้อนและวางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ
ถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยนั่งรอที่โต๊ะแล้ว แต่จิตใจของเด็ก ๆ ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว แม้ว่าอาหารเลิศรสจะถูกยกมาตรงหน้า พวกมันก็ไม่สามารถกระตุ้นความอยากอาหารของพวกเธอได้
“แม่คะ เมื่อไหร่พ่อจะกลับมา? พี่เสี่ยวถังก็ไปแล้ว ไม่มีใครอยู่บ้านให้เล่นด้วยเลย มันน่าเบื่อ” ถังเหมียวเหมี่ยวถามด้วยท่าทางกระสับกระส่าย
“พ่อคงจะกลับมาเร็ว ๆ นี้แหละจ้ะ” ถังหว่านกล่าว
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่ความกังวลก็ยังคงเผยออกมาผ่านแววตาของเธอ
โจวอี้ออกเดินทางไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว และเขาก็ไม่ส่งข่าวใด ๆ กลับมา แม้แต่ข้อความทางโทรศัพท์ก็ยังไม่มี ซึ่งมันทำให้เธอกังวลขึ้นมา
ถังเหมียวเหมี่ยวหยิบตะเกียบขึ้นมาและหันไปหาถังเสี่ยวรุ่ยก่อนจะถามว่า “พี่เสี่ยวรุ่ย ทำไมเราไม่ไปที่จัตุรัสของหมู่บ้านแล้วเอาชนะเจ้าอ้วนคนนั้นอีกทีกันล่ะ?”
“เอ่อ…”
ถังเสี่ยวรุ่ยมองไปที่ถังหว่านด้วยสายตากระอักกระอ่วนทันที เธอเกือบจะฝังใบหน้าของเธอลงในชามเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์นี้
สองสามวันก่อน ตอนที่พวกเธอรู้สึกเบื่อ ๆ และเล่นอยู่ในจัตุรัสหมู่บ้าน ตอนนั้นมีเด็กอ้วนคนหนึ่งพยายามที่จะกลั่นแกล้งพวกเธอ แต่เขากลับถูกพวกเธอทุบตี
จากนั้น เมื่อพวกเธอกลับมาบ้าน พวกเธอก็ถูกถังหว่านตำหนิอย่างรุนแรง และแม้กระทั่งพาพวกเธอไปที่บ้านของเจ้าเด็กอ้วนคนนั้นเพื่อขอโทษ
“เหมียวเหมี่ยว! ถ้าลูกกล้าทำแบบนั้นอีก แม่จะตีลูกแล้วนะ!” ถังหว่านพูดอย่างโกรธเคือง
“หนูแค่พูดเล่นค่ะ แม่สอนเราแล้ว หนูจะกล้าไปทุบตีเขาอีกได้ยังไง” ถังเหมียวเหมี่ยวมองลงพื้นด้วยสีหน้าขมขื่น
“ฮึ่ม…” ถังหว่านพ่นลมหายใจและเดินไปที่ห้องครัวทันที
ถังเหมียวเหมี่ยวแอบเงยหน้าขึ้น และเมื่อเห็นแม่ของเธอหันหลังไป เธอก็หันไปหาถังเสี่ยวรุ่ยและพูดเบา ๆ ว่า “พี่เสี่ยวรุ่ย การต่อสู้ตอนนั้นมันตลกมากเลยเนอะ! เมื่อก่อนเจ้าอ้วนนั่นชอบรังแกหนูและหนูก็เอาชนะเขาไม่ได้เลย แต่คราวนี้ในที่สุดหนูก็เอาชนะเขาได้แล้ว! พี่คิดว่าเขาจะกล้ารังแกหนูอีกไหม?”
“ถ้าเขากล้ารังแกน้องอีก พี่สาวคนนี้จะจัดการเขาให้ต้องเข้าไปหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลเลย!” ถังเสี่ยวรุ่ยรวบรวมความกล้าและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“งั้นเรามาจัดการเขาด้วยกันเถอะ” ถังเหมียวเหมี่ยวหัวเราะ
ในขณะเดียวกันมีเสียงใครบางคนเอ่ยขึ้น
“เฮ้ ๆ พวกลูกอยากจะจัดการใครเหรอ? อยากให้พ่อช่วยไหม?”
สิ้นเสียงนั้น ร่างของโจวอี้ก็ปรากฏขึ้นในห้องอาหาร เขาอ้าแขนออกอุ้มลูกสาวทั้งสองขึ้นมาจากเก้าอี้โดยตรง
“เย้! พ่อกลับมาแล้ว หนูคิดถึงพ่อมาก ๆ เลยค่ะ!” ถังเหมียวเหมี่ยวโอบแขนรอบคอของโจวอี้และจุ๊บแก้มเขาแรง ๆ
“พ่อก็คิดถึงลูกเหมือนกัน! พ่อหวังเหลือเกินว่าพ่อจะได้กลับมาหาลูกได้เร็วกว่านี้ เสี่ยวรุ่ยลูกพ่อจุ๊บแก้มพ่อหน่อยเร็ว!” โจวอี้ขยับแก้มเข้าไปใกล้ถังเสี่ยวรุ่ย
“จุ๊บ!”
ถังเสี่ยวรุ่ยหน้าแดงแต่ก็ยังคงจุ๊บโจวอี้ที่แก้มอีกข้างหนึ่ง
“ฮ่า ๆ…”
ร่างของถังหว่านกำลังสั่นเทาน้อย ๆ ด้วยความตกตะลึงภายในห้องครัว
ตอนแรกเธอคิดว่าอาจหูแว่วไปเอง แต่หลังจากนั้นเธอก็รู้ว่าเป็นโจวอี้ที่กลับมาจริง ๆ เมื่อคิดได้เช่นนั้น เธอก็ไม่สนใจที่จะเสิร์ฟอาหารอีกต่อไปแล้ว สองขารีบวิ่งออกจากครัวไปที่ห้องอาหารทันที
เป็นเขา!
ฉันคิดถึงและกังวลเกี่ยวกับตาบ้านี่มาตั้งหนึ่งสัปดาห์!
เมื่อโจวอี้เห็นถังหว่าน เขาก็วางลูกสาวทั้งสองลงที่เก้าอี้ทันที เขากางแขนออกพลางก้าวไปข้างหน้าและสวมกอดหญิงสาว
“ที่รัก คิดถึงผมไหม?” หลังจากถามจบ โจวอี้ก็ไม่ได้รอคำตอบ เขาก้มลงจูบริมฝีปากของถังหว่านทันที
“อื้ม… ”
หลังจากตอบกลับแบบง่าย ๆ แล้ว ถังหว่านก็ผลักโจวอี้ออก ใบหน้าที่งดงามของเธอกลายเป็นสีแดง เธอพูดด้วยความเขินอายและโกรธเคืองเล็กน้อย “คุณทำอะไรเนี่ย! ลูก ๆ กำลัง…กำลังดูอยู่นะ!”
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย พ่อกับแม่รักกันไง พวกลูก ๆ ย่อมมีความสุขอยู่แล้ว!” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“นี่! จริงจังหน่อยสิ!” ถังหว่านยกมือกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของเธอแล้ววิ่งไปที่ห้องครัวทันที
“ที่รัก อย่าเพิ่งไป! ผมเอาของขวัญมาให้ด้วย ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องชอบแน่นอน” โจวอี้ตะโกนไล่หลังด้วยรอยยิ้ม
“พ่อคะ หนูอยากได้ของขวัญด้วย!”
“หนูก็อยากได้…”