หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 541 จางหม่านเยว่เลื่อนตำแหน่ง
บทที่ 541 จางหม่านเยว่เลื่อนตำแหน่ง
ภายในห้องสว่างของโรงแรม เจี่ยงซือเหมาผู้นำตระกูลเจี่ยงแห่งจินหลิงนั่งอยู่ที่โซฟาโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่เมื่อเวลาผ่านไป สีหน้าของเขาก็ยิ่งย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ
จางหม่านเยว่นั่งอยู่ตรงข้ามอีกฝ่ายพลางพลิกนิตยสารอย่างเงียบ ๆ
เธอเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เดิมทีเธอเป็นเพียงหัวหน้าทีมตรวจสอบ ขณะนี้เธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้ตรวจการมณฑลเจียงซูของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง วันนี้ที่เธอมานั่งอยู่ในจินหลิงเพราะเธอมีอีกหน้าที่นั่นก็คือรับผิดชอบในการติดต่อกับโจวอี้เป็นหลัก
อาจกล่าวได้ว่าเธอเป็นรองผู้ตรวจการที่อายุน้อยที่สุดของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง และยังเป็นรองผู้ตรวจการที่มีระดับยุทธ์แย่ที่สุดอีกด้วย
ทว่าการเลื่อนตำแหน่งของเธอทำให้สมาชิกหลายคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงในมณฑลเจียงซูต่างก็อิจฉา แต่ไม่มีใครโต้แย้งเพราะทุกคนรู้ถึงความรับผิดชอบของเธอ และทุกคนก็ได้รับประโยชน์มากมายจากโจวอี้ผ่านเธอด้วย
“อีกฝ่ายจะมาถึงเมื่อไหร่ล่ะรองผู้ตรวจการจาง?” เจี่ยงซือเหมาถามพร้อมกับพยายามระงับความไม่พอใจของตน
“น่าจะเร็ว ๆ นี้” จางหม่านเยว่เงยหน้าขึ้นมองท่าทีของเจี่ยงซือเหมาและพูดอย่างใจเย็นว่า “ผู้นำเจี่ยง ก่อนที่คุณจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ ฉันอยากจะแนะนำคุณสักหน่อยเกี่ยวกับผู้ที่เชิญคุณมาในวันนี้ คุณควรจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญจากเขา หรือถ้าคุณไม่พอใจ คุณก็ควรจะระงับอารมณ์ตัวเองให้ดีที่สุด สิ่งสุดท้ายที่คุณควรทำคือทำให้เขาขุ่นเคือง ฉันมั่นใจว่าตอนนี้ตระกูลของคุณกำลังถดถอย แต่ถ้าวันนี้คุณทำตัวดี ตระกูลของคุณอาจกลับไปมีชื่อเสียงในโลกผู้ฝึกยุทธ์เหมือนเมื่อเจ็ดสิบแปดสิบปีก่อนก็ได้”
“เขาเป็นใครกันแน่?” เจี่ยงซือเหมาถามด้วยสีหน้าสงสัย
“ฉันไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของเขาได้ เว้นแต่ว่าเขาจะบอกคุณเอง” จางหม่านเยว่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงชวนผมมาทานอาหารเย็น?” เจี่ยงซือเหมาถาม แต่เมื่อเห็นสายตาของจางหม่านเยว่มองที่นิตยสารอีกครั้ง เขาพูดอย่างหงุดหงิดว่า “รองผู้ตรวจการจาง! ลูกชายของผมได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณควรรู้ว่าตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจที่จะดื่มหรือเข้าสังคมมากนัก หากอีกฝ่ายมีมิตรภาพกับชายแซ่อันคนนั้น ผมคิดว่าการทานอาหารมื้อนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเลยสักนิด!”
“ฉันไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่ฉันมีหน้าที่แค่ช่วยเขาให้เชิญคุณมา” จางหม่านเยว่กล่าว
“คุณ…”
เจี่ยงซือเหมารู้สึกว่าจางหม่านเยว่จงใจไม่บอกเขา
ในฐานะรองผู้ตรวจการ จางหม่านเยว่ไม่จำเป็นต้องเชิญเจี่ยงซือเหมาด้วยตัวเธอเองด้วยซ้ำ เพราะรองผู้ตรวจการเป็นตำแหน่งที่มีสถานะสูง
เจี่ยงซือเหมารู้ว่าจางหม่านเยว่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และเธอเป็นคนสนิทของเกาเทียนเซียง ในขณะเดียวกันเกาเทียนเซียงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งกลายเป็นผู้ควบคุมภูมิภาคจีนตะวันออก เขาไม่ต้องการที่จะล่วงเกินจางหม่านเยว่ แล้วนับประสาอะไรกับการล่วงเกินเกาเทียนเซียง
เขาพอจะเดาได้ว่าคนที่เชิญเขามาทานอาหารเย็นวันนี้ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการทำร้ายลูกชายของเขา
ก่อนหน้านี้ผู้นำตระกูลอันได้โทรขอให้คนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงตามหาเขา โดยหวังว่าเขาจะปล่อยอันเจียรุ่ยไป
แต่เขาปฏิเสธ!
ลูกชายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ทว่าไม่ใช่แค่ลูกชายของเขาเท่านั้นที่ถูกทำร้าย แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของตระกูลเจี่ยงของเขาด้วย ถ้าขืนเขาปล่อยให้อันเจียรุ่ยออกจากเมืองจินหลิงไปได้แบบไร้รอยขีดข่วน เขาจะเสียหน้าและจะกลายเป็นตัวตลกในสายตาของคนอื่น ๆ ในเมืองจินหลิง
ก๊อก ก๊อก…
ประตูห้องถูกเคาะ คนกลุ่มหนึ่งผลักประตูเข้ามา จางหม่านเยว่ยืนขึ้นก่อนและทักทายชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มนั้นด้วยความเคารพ
เจี่ยงซือเหมาตามไปทันที และตระหนักได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของจางหม่านเยว่
เขาตื่นตระหนกขึ้นมาทันที!
ตรงหน้าเขาคือชายหนุ่มอายุราวยี่สิบสี่หรือยี่สิบห้าปี หน้าตาหล่อเหลาแต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างคลุมเครือ ราวกับว่าเขาเคยเห็นชายหนุ่มคนนี้มาก่อน
ทว่าในกลุ่มนี้มีคนหนึ่งที่เขารู้จักแน่นอน
อันเจียรุ่ย!
คนร้ายที่ทำร้ายลูกชายของเขา
แววตาของเจี่ยงซือเหมาแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา ฝีเท้าของเขาชะงักไปทันที
“คุณโจว ฉันทำตามคำสั่งของคุณเรียบร้อยแล้วค่ะ” จางหม่านเยว่กล่าวด้วยความเคารพ
“ขอบคุณมาก อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“อย่าดีกว่าค่ะ วันนี้ฉันมีเรื่องอื่นต้องทำ ฉันขอตัวกลับก่อน แต่ถ้าคุณมีอะไรเพิ่มเติมก็สามารถโทรหาฉันได้ตลอด แล้วฉันจะมาหาทันที” จางหม่านเยว่กล่าว
“ได้เลย!”
โจวอี้โบกมือ จากนั้นเดินมาข้างหน้าสองสามก้าวทางเจี่ยงซือเหมา ก่อนจะยิ้มและประสานมืออย่างสุภาพ “คุณเจี่ยง ผมขอโทษที่ถือวิสาสะเชิญคุณมาที่นี่โดยไม่ได้นัดล่วงหน้า โปรดยกโทษให้ผมด้วย อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่และผมต้องการพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับคุณ”
เจี่ยงซือเหมาหัวเราะอย่างขมขื่น ทว่าขณะที่กำลังจะพูด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้
เป็นเขานี่นา?
ในวันเปิดตัวคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ ตัวละครเอกที่เจิดจรัสที่สุดในงานเลี้ยงคือใคร?
โจวอี้ยังไงล่ะ
ใช่! คนคนนั้นชื่อโจวอี้!
ชายหนุ่มคนนี้คือคนที่นักธุรกิจใหญ่หลายคนในเมืองจินหลิงคอยเอาใจ…แถมยังมีบุคคลลึกลับอีกมากมายคอยสนับสนุน
“สวัสดีครับหมอโจว” เจี่ยงซือเหมากล่าวด้วยรอยยิ้ม
“รู้จักผมด้วยเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยความประหลาดใจ
“ครั้งหนึ่งผมเคยเห็นคุณในงานเลี้ยงเปิดบริษัทคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ ตอนนั้นคุณโจวน่าจะไม่เห็นผม” เจี่ยงซือเหมากล่าว
โจวอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพบว่าเป็นเรื่องจริง เขาจำอีกฝ่ายไม่ได้…
“คุณเจี่ยง หมอเป็นเพียงตัวตนหนึ่งของผมในยามที่อยู่โลกภายนอก เนื่องจากตระกูลเจี่ยงของคุณเป็นตระกูลผู้ฝึกยุทธ์ ผมจะแนะนำตัวเองอีกครั้งก็แล้วกัน” โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมายื่นให้และพูดต่อ “ผมเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ ก่อนหน้านี้ผมติดตามอาจารย์ของผมเพื่อฝึกฝนอยู่ในภูเขาลึกและในป่า ผมเพิ่งมาอยู่ในเมืองจินหลิงได้แค่ครึ่งปีกว่าเท่านั้น”
ศิษย์สำนักโอสถ?
เจี่ยงซือเหมาที่เพิ่งรับบุหรี่มานั้น มือของเขาถึงกับเริ่มสั่นเทา
ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของสิ่งที่จางหม่านเยว่พูดแล้ว
ใช่!
ถ้าเขาต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตระกูลเจี่ยงให้กลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนที่โด่งดังในโลกผู้ฝึกยุทธ์ เขาต้องมีทรัพยากรการฝึกฝนจำนวนมาก ซึ่งทรัพยากรการฝึกฝนส่วนใหญ่ก็คือโอสถ
ทว่าสำนักโอสถครอบครองส่วนแบ่งการขายโอสถในตลาดผู้ฝึกยุทธ์ถึง 80%!
หากตระกูลเจี่ยงล่วงเกินสำนักโอสถละก็…การซื้อโอสถจากสำนักโอสถคงจะเป็นเรื่องยากสุด ๆ
แบบนี้ไม่ดีแล้ว!
การล่วงเกินสาวกของสำนักโอสถเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำที่สุด!
แม้ว่าตระกูลเจี่ยงจะต้องขายหน้าในครั้งนี้ เขาก็คงต้องยอม เขาไม่สามารถหยุดโอกาสที่ตระกูลจะเติบโตได้
ในหัวของเจี่ยงซือเหมาเต็มไปด้วยความคิด แม้ว่าเขาจะเห็นโจวอี้หยิบไฟแช็กออกมา เขาก็ยังรีบหยิบไฟแช็กในกระเป๋าของตัวเองออกมาและจุดบุหรี่ให้โจวอี้ทันที
“คุณเจี่ยง ผม…” โจวอี้รีบดึงบุหรี่ออกจากริมฝีปากและทำสีหน้าลำบากใจ
“หมอโจว นี่เป็นครั้งที่สองที่เราได้พบกันแล้ว ดังนั้นการพูดคุยกันแบบมิตรสหายคงไม่ใช่เรื่องที่มากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหวงไห่เทาและเฉิงฮ่าว มันไม่ถือว่าเกินไปหรอกที่ผมจะจุดบุหรี่ให้คุณ” เจี่ยงซือเหมากดนิ้วลงบนไฟแช็กด้วยรอยยิ้มและยังคงยืนกราน
เมื่อโจวอี้ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็ยอมให้อีกฝ่ายจุดบุหรี่ให้
อีกด้านหนึ่ง หนี่อันหงดูอิ่มเอมใจราวกับว่าเขาคาดไว้แล้วว่าจะได้เห็นฉากนี้
แต่อันเจียรุ่ยกลับพูดอะไรไม่ออก
เขาไม่ได้เป็นสมาชิกของโลกผู้ฝึกยุทธ์ แต่เพราะสถานะครอบครัวของเขาในฮาร์บินนั้นสูงมากเขาจึงเคยได้ยินบางอย่างเกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ์ แต่เขายังไม่รู้ว่าสำนักโอสถหมายถึงอะไรในโลกของผู้ฝึกยุทธ์
ทว่าในขณะนี้เมื่อเห็นเจี่ยงซือเหมาผู้นำตระกูลเจี่ยงยืนกรานที่จะจุดบุหรี่และพูดคำเหล่านั้นกับโจวอี้อย่างประจบประแจง เขาก็แทบไม่เชื่อสายตาและไม่เชื่อหูของตัวเอง
โจวอี้ยิ่งใหญ่มากขนาดนี้เลย?
ว่าแต่ว่าหนี่อันหงซึ่งทำตัวไม่ได้ความมาตลอดมีเพื่อนที่สุดยอดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?