หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 544 ทดสอบพลังของยา
บทที่ 544 ทดสอบพลังของยา
…จิตใจมนุษย์คาดเดาได้ยากเพราะไม่แน่นอน
คนบางคนที่มีจิตใจบริสุทธิ์และดีงามมาตลอด แต่เมื่อพวกเขาพบกับการเปลี่ยนแปลง จิตใจของพวกเขาอาจเปลี่ยนไปได้มาก จิตใจของพวกเขาอาจถูกความมืดปกคลุมโดยสมบูรณ์ ทว่าคนใจโหดเหี้ยมบางคนที่เคยทำสิ่งเลวร้ายไปมากมาย สองมือแปดเปื้อนไปด้วยเลือด แต่เมื่อพวกเขากลับใจ พวกเขากลับกลายเป็นคนดี ราวกับว่าวางมีดลงแล้วกลายเป็นพระโพธิสัตว์ในทันตา
เฉินอันฉีเห็นการเปลี่ยนแปลงของหม่าเซียวลี่มาโดยตลอด เธอรู้ว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายคิดกับเธอไม่ดีสักเท่าไหร่ แต่เมื่อผ่านไปนานวัน อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงตัวเองคล้ายกับจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ นี่คือเหตุผลที่ช่วงนี้เธอยินดีใกล้ชิดสนิทสนมกับหม่าเซียวลี่
แต่เธอไม่คาดคิดว่าหม่าเซียวลี่จะร้องไห้เสียใจเช่นนี้เมื่อเห็นรายงานผลการตรวจของเธอ
“อย่าร้องไห้ โจวอี้บอกว่าฉันจะไม่ตาย” เฉินอันฉีเดินเข้ามาหาหม่าเซียวลี่และกอดปลอบอีกฝ่ายเบา ๆ
“ปอด… มะเร็งปอดระยะสุดท้ายเชียวนะ หมอที่ไหนจะรักษาเธอหายได้กันเล่า! หมอโจวโกหก!” หม่าเซียวลี่ร้องไห้ฟูมฟาย
“ผมไม่ได้โกหก คนอื่นรักษาไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมรักษาไม่ได้สักหน่อย” โจวอี้มองหม่าเซียวลี่อย่างลึกซึ้งและรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงของเธอ
ในความทรงจำของเขา ก่อนหน้านี้หม่าเซียวลี่ค่อนข้างใจร้าย ขี้อิจฉา และขี้อวด
แต่เวลานี้เมื่อเธอทราบเรื่องอาการป่วยของเฉินอันฉี เธอกลับโศกเศร้าจากใจจริง ทำให้โจวอี้รู้สึกถึงความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ใช่ โจวอี้ไม่เคยโกหก ถ้าเขาบอกว่ารักษาฉันได้ เขาก็จะรักษาฉันได้แน่นอน ฉันเชื่อเขา!” เฉินอันฉีลูบหลังหม่าเซียวลี่พลางพูดปลอบ
“รักษาได้จริงเหรอ?” หม่าเซียวลี่ถามด้วยน้ำตาที่นองหน้า
“สามารถรักษาให้หายได้”
“งั้นก็รีบรักษาเร็ว ๆ สิ! แองจี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันนะ! คุณต้องรักษาเธอให้หายเร็ว ๆ!” หม่าเซียวลี่เช็ดน้ำตาพลางเอ่ยเร่ง
“แต่วิธีการที่ผมรักษาเธอ คุณต้องเก็บเป็นความลับ”
“ฉันไม่มีทางแพร่ข่าวความเจ็บป่วยของแองจี้อยู่แล้วน่า ฉันสาบาน!” หม่าเซียวลี่กล่าวอย่างเร่งรีบ
“อืม”
โจวอี้ยิ้ม จากนั้นมองไปที่เฉินอันฉีแล้วพูดว่า “ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนเถอะ ส่วนเซียวลี่ คุณไปต้มน้ำเดือดให้หน่อย ผมจะต้องใช้มันหลังจากนี้”
“ได้!” หม่าเซียวลี่รีบไปที่ห้องครัวโดยไม่ลังเล
เฉินอันฉีไม่เข้าใจว่าทำไมโจวอี้ถึงขอให้เธออาบน้ำและเปลี่ยนเป็นชุดนอน แต่เธอก็ยังทำตาม
หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง
เฉินอันฉีออกมาจากห้องนอน ผมของเธอถูกปล่อยยาวสยาย เธอสวมชุดกระโปรงนอนสีเหลือง กระดูกไหปลาร้าที่ขาวเนียนของเธอเผยออกมาชัดเจน ต้นขาเรียวขาวของเธอขาวนวลเนียนเป็นประกาย และดวงหน้าที่บอบบางของเธอมีสีชมพูระเรื่องดงามจนน่าทึ่ง
โจวอี้ตกตะลึง หัวใจเต้นรัว
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น เพราะแม้แต่หม่าเซียวลี่ก็ยังตกตะลึงและพึมพำว่า “แองจี้…ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าอะไรคือความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่แท้จริง ตอนนี้แม้แต่ฉันยังเริ่มหวั่นไหวเลย..”
“เธอพูดไร้สาระอะไรเนี่ย!” เฉินอันฉีเขินอายขึ้นมา
แต่เธอพบว่าสายตาของโจวอี้ก็กำลังจ้องมองมาที่เธอเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเขาถูกดึงดูดด้วยความงามของเธอ นอกจากความเขินอายที่รุนแรงแล้ว เธอยังรู้สึกประหลาดใจอีกด้วย
เธอหน้าแดงและก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างออก เธอเงยหน้าขึ้นทันที และแม้กระทั่งเหยียดยืดเอวของเธอเพื่อเผยส่วนโค้งเว้าของร่างกายต่อหน้าโจวอี้อย่างไม่เกรงกลัวอะไรอีก
“แค่ก ๆ ๆ”
โจวอี้กะพริบตาสองสามครั้ง จากนั้นเม้มริมฝีปากไอสองสามครั้ง ก่อนจะหลบตาและรีบพูดว่า “ป…ไปที่ห้องนอนกันดีกว่า แองจี้นำทาง ส่วนเซียวลี่นำชามน้ำร้อนตามมาด้วย”
“ได้!”
หญิงสาวทั้งสองทำตามที่เขาพูด
ภายในห้องนอนที่กว้างขวาง เตียงขนาดใหญ่ถูกปูด้วยผ้านวมนุ่ม ๆ สีทอง ปลอกหมอนทั้งสองใบปักลายเป็ดแมนดารินเล่นน้ำ
โจวอี้วางขวดหยกและกล่องไม้ที่เขาเตรียมมาลงบนเตียง
ของทั้งหมดถูกเตรียมมาเพื่อรักษาเฉินอันฉี พวกมันเป็นสิ่งที่เอาไว้ใช้กำจัดเซลล์มะเร็งทั้งหมดในร่างกายของเธอ
ทว่าการรักษาเพียงครั้งเดียวไม่สามารถกำจัดเซลล์มะเร็งได้อย่างสมบูรณ์ เพราะยังต้องการความช่วยเหลือจากยาที่เขาเตรียมไว้
แต่ตอนนี้เขายังคงกังวล เนื่องจากเฉินอันฉีเป็นเพียงคนธรรมดา แต่ยาที่เขาเตรียมมามีฤทธิ์ที่รุนแรงมาก ดังนั้นการรักษาครั้งแรกนี้จึงเป็นไปในแนวทางการทดสอบว่าเธอจะสามารถทนได้หรือไม่
“จ…โจวอี้ ฉันต้องทำอะไรต่อ…” เฉินอันฉีรู้สึกตื่นกลัวราวกับกวางตัวน้อย
ชายหนุ่มและหญิงโสดอยู่ในห้องนอนห้องเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสวมแค่ชุดชั้นในและชุดนอนบาง ๆ ซึ่งมันทำให้เธอทั้งเขินอายและประหม่า
“อย่ากังวลไป ขั้นตอนการรักษาก็คือเดี๋ยวคุณต้องกินยาก่อน แล้วผมจะให้การรักษาด้วยการฝังเข็มและรมยา ผมไม่สามารถรับประกันผลของการรักษาครั้งแรกได้ แต่มันจะเป็นการวางรากฐานให้แผนการรักษาขั้นต่อไปให้ได้ผลดีที่สุดสำหรับคุณ” โจวอี้กล่าว
“ค่ะ ฉันเชื่อคุณ”
……..
หม่าเซียวลี่ส่งชามน้ำต้มร้อน ๆ มาให้
“เซียวลี่ รออยู่ข้างนอก ไม่ว่าใครจะเข้ามา อย่าให้พวกเขาเข้ามา นอกจากนี้ ตัวคุณเองก็อย่าได้เข้ามารบกวนเราหากไม่มีอะไรคอขาดบาดตายจริง ๆ” โจวอี้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม ฉันจะจำไว้” หม่าเซียวลี่ไม่คิดมากและออกจากห้องไปทันที
โจวอี้เปิดจุกขวดหยก ทันใดนั้นกลิ่นยาก็โชยออกมาทันที เขาเทยาที่เหนียวข้นเหมือนขี้ผึ้งหยดหนึ่งลงในชามน้ำร้อน และมองดูมันค่อย ๆ ละลายในน้ำร้อน จากนั้นจึงรออย่างเงียบ ๆ
ราว ๆ ห้าหรือหกนาทีต่อมา
โจวอี้ชี้ไปที่ชามน้ำอุ่นซึ่งละลายยาลงไปแล้วและพูดว่า “ดื่มยานั่นให้หมด จากนั้นถอดชุดนอนออกแล้วนอนราบบนเตียง”
“ถ…ถอด…นอน…เสื้อผ้า?” เฉินอันฉีพูดติดอ่าง ใบหน้าของเธอแดงซ่านยิ่งกว่าเดิม
“ผมต้องรักษาด้วยการฝังเข็มและรมยา ถ่าการรักษาครั้งแรกนี้ได้ผล ชุดนอนของคุณจะต้องถูกทิ้ง” โจวอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เฉินอันฉีมองสีหน้าท่าทางของโจวอี้และพบว่าเขาดูเหมือนจะไม่มีความตั้งใจเอาเปรียบเธอเลย ดังนั้นเธอจึงต่อสู้กับความเขินอายและค่อย ๆ ถอดชุดนอนออกหลังจากดื่มยา
ผิวเรียบเนียนประดุจหยกขาวชั้นเลิศ…
รูปร่างของเฉินอันฉีนั้นดีมาก หากเป็นคนอื่นมาเห็นเธอตอนนี้คงสติหลุดไปแล้ว
แต่โจวอี้ไม่ทำ
ขณะนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาคิดนั่นคือการฝังเข็มและรมยาเพื่อรักษาโรคของเฉินอันฉี เขาเพียงมองว่าเฉินอันฉีนั้นเป็นผู้ป่วยอาการหนัก
ดังนั้นต่อให้เฉินอันฉีจะนอนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าบนเตียง เขาก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะชื่นชม
“บอกผมทีว่าตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้าง?” โจวอี้ถามเสียงเข้ม
“ฮะ?”
ทันใดนั้นเฉินอันฉีก็รู้สึกว่าแก้มของเธอร้อนผ่าวราวกับกำลังลุกไหม้ และเธอต้องการขุดหลุมเพื่อหนีหายไปจากตรงนี้จริง ๆ
เธออยู่ในสภาพร่างกายเปลือยแบบนี้ แต่โจวอี้กลับให้เธอพูดความรู้สึกของเธอเนี่ยนะ?
ฉันรู้สึกอย่างไรงั้นเหรอ?
อายมากน่ะสิ!
เฉินอันฉียกมือขึ้นปิดหน้าด้วยนิ้วที่บอบบาง
“คุณทำอะไรอยู่น่ะ? ตอนนี้ผมต้องการที่จะรู้ว่าหลังจากดื่มยาไปแล้ว คุณรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ผมอยากรู้อย่างละเอียดเลย!” โจวอี้ถามเสียงเข้มอีกครั้ง
ครั้นได้ยินเช่นนี้ เฉินอันฉีจึงตระหนักได้ว่าเธอเข้าใจความหมายของโจวอี้ผิดไป ซึ่งมันเกือบทำให้เธอร้องไห้
ตอนนี้?
ความรู้สึก?
ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย? ยกเว้น…
เดี๋ยวนะ!
ทันใดนั้น เฉินอันฉีก็เอามือออกจากใบหน้าและขดตัวเอามือปิดหน้าท้องทันที
เธอรู้สึกราวกับว่ามีการระเบิดเกิดขึ้นในช่องท้องของเธอ ความร้อนที่รุนแรงกำลังทำให้เธอแตกสลายจากภายใน และในเวลาเพียงหนึ่งหรือสองวินาทีต่อมา มันค่อย ๆ ไหลไปทั่วร่างกายของเธอ
“ฉันรู้สึกว่าร่างกายของฉันกำลังถูกเผาจากข้างใน!” เฉินอันฉีพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เมื่อโจวอี้ได้ยินคำพูดนี้ เขาก็รีบจับชีพจรของเฉินอันฉีทันที ก่อนจะโคจรพลังปราณเข้าไปในร่างกายของเธอ ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความร้อนที่ไหลเวียนในร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา!
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป เขาพลิกร่างของเฉินอันฉีให้นอนคว่ำลงทันที จากนั้นเขาจึงใช้เข็มเงินสามเล่มแทงลงไปที่แผ่นหลังของเฉินอันฉีตามจุดชีพจรสำคัญในพริบตา
มืออีกข้างของเขาเคลื่อนไปบนหลังของเฉินอันฉี ไล่กดลงตามจุดชีพจรหลายจุดจากบนลงล่าง และในที่สุดก็กดที่จุดเฟิงเหว่ย(จุดที่ทำให้ผายลม)
ยามีฤทธิ์แรงเกินไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระบายออก
วิธีการที่โจวอี้ใช้นั้นจึงตรงไปตรงมาที่สุดเช่นกัน
“ปู้ด…”
“ปู้ดดดด…”