หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 545 การรักษาราคาแพง
บทที่ 545 การรักษาราคาแพง
เฉินอันฉีที่นอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ที่อ่อนนุ่ม ตอนนี้ร่างขาว ๆ ของเธอสั่นสะท้านอย่างรุนแรง อารมณ์ที่อธิบายไม่ได้พลุ่งพล่านอยู่ในใจ
เธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะควบคุมมันอย่างสิ้นหวัง…
เธอไม่ต้องการปล่อยก๊าซที่น่าอับอายต่อหน้าโจวอี้แบบนี้!
เพียะ!
โจวอี้ตบเฉินอันฉีที่สะโพก
การตบครั้งนี้ทำลายการควบคุมของเฉินอันฉีอย่างสิ้นเชิง
ลำไส้และกระเพาะของเธอทำงานราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม เสียงผายลมลากยาวดังออกมาไม่ขาดจังหวะ…
“ฉัน… ฉันอยากตายให้รู้แล้วรู้รอด.…”
เฉินอันฉีร้องออกมาด้วยความอับอาย
โจวอี้ไม่สนใจ เขาระบายอากาศและกำจัดพลังของฤทธิ์ยา นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
ดังนั้นตดของเฉินอันฉีจึงไม่มีกลิ่นเหม็น แต่กลับส่งกลิ่นหอมของยาออกมา
โจวอี้จับชีพจรของเฉินอันฉีอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ในร่างกายของเธอ และยังโคจรพลังปราณของตัวเองแผ่กระจายเข้าไปทั่วร่างของเธออย่างช้า ๆ อย่างละเอียดทุกตารางนิ้วภายในร่างกายและอวัยวะภายในของเฉินอันฉี
ชำระล้างและทำความสะอาด
ทุกส่วนที่พลังปราณไหล่ผ่าน มันจะบังคับให้เซลล์มะเร็งจำนวนมากที่แพร่กระจายอยู่ในบริเวณนั้นค่อย ๆ ฝ่อสลาย
สามนาทีต่อมา
โจวอี้พยายามเพ่งจิตเข้าไปภายในร่างกายของเฉินอันฉี ซึ่งเขาก็ยังพบว่ายังมีเซลล์มะเร็งจำนวนมากหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเธอ
“ตอนนี้แหละ”
เขาเอื้อมมือดึงเข็มเงินหลายเล่มบนหลังของเฉินอันฉีออกมา จากนั้นใช้นิ้วแตะจุดชีพจรหยุดการไหลออกของฤทธิ์ยา และใช้พลังปราณของตัวเองเป็นตัวนำทางพลังยาที่ยังเหลืออยู่ในร่างกายของเธอไปสู่ส่วนที่จำเป็นต้องชะล้างเซลล์มะเร็ง
โจวอี้เห็นปรากฏการณ์ของการหักล้างกันทันที
สมุนไพรที่ได้มาจากยานอวกาศนั้นมีพลังพิเศษ มวลพลังชีวิตที่อยู่ในสมุนไพรนั้นมีพลังมากกว่าพลังชีวิตของมนุษย์ และเมื่อมันมีพลังมากทั้งยังเกินขีดจำกัดที่ร่างกายมนุษย์จะรับได้ มันจะกลายเป็นพิษ
ในทางกลับกัน เซลล์มะเร็งมีความสามารถในการแบ่งตัวอย่างไม่สิ้นสุด มันสามารถทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อปกติของมนุษย์
พลังชนิดหนึ่งให้ชีวิต ส่วนอีกชนิดหนึ่งทำลายล้าง
ยายังคงแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ ภายในร่างกายส่วนที่ยาไหลผ่านนั้น เมื่อมันเจอกับเซลล์มะเร็ง พวกมันทั้งสองต่อสู้กันทันที พลังชีวิตจากยาถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว และเซลล์มะเร็งก็ถูกฆ่าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
เวลาล่วงเลยไป
เฉินอันฉีซึ่งกำลังรู้สึกอับอายอยู่นั้น ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าความรู้สึกไม่สบายตัวในร่างกายของเธอค่อย ๆ หายไป จากนั้นก็ราวกับมีกระแสน้ำอุ่นไหลไปทั่วร่างกายของเธอ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกสบายตัวมาก
เธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไป
ทว่าทางด้านโจวอี้ยังคงไม่ผ่อนคลาย เขาควบคุมการล้างทำลายเซลล์มะเร็ง ใช้การฝังเข็มและการรมยาเพื่อขับไล่เซลล์มะเร็ง จากนั้นก็ยังคงสังเกตตัวยาและเซลล์มะเร็งที่กำลังต่อสู้กันเอง
สี่ชั่วโมงต่อมา
ใบหน้าของโจวอี้เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและดูซีดเซียว
เขาใช้พลังจิตไปมากมายอย่างต่อเนื่อง แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายของเฉินอันฉีถูกแก้ไขไปได้เพียงหนึ่งในห้าเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ฤทธิ์ยาในร่างของเธอหมดลงแล้ว
“ฟู่ว…”
โจวอี้ยกมือออกและค่อย ๆ ดึงเข็มเงินออกจากร่างของเฉินอันฉี และเมื่อเห็นว่าเธอหลับอยู่ ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น
วันนี้เขาทำทั้งการรักษาและทดสอบ
เขาพบว่าการล้างเซลล์มะเร็งในร่างกายของเฉินอันฉีนั้นยากกว่าที่คิด เหตุผลหลักคือสภาพร่างกายของเฉินอันฉีนั้นแย่เกินไป เธอไม่สามารถทนต่อฤทธิ์ยาที่มากเกินไปได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเขาที่ต้องช่วยขับฤทธิ์ยาส่วนเกินออกมาให้ และต้องคอยช่วยใช้พลังของตัวเองนำทางพลังของยาไปตามร่างกายของเธออย่างระมัดระวัง
แต่ถ้าเฉินอันฉีเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เขาจะไม่จำเป็นต้องช่วยอะไรเธอมากนัก เพียงแค่การกินยา ฝังเข็มและรมยา เพียงเท่านี้ก็สามารถรักษาเซลล์มะเร็งในร่างของเธอได้แล้ว เขาคงไม่ต้องเสียแรงอะไรมากนัก
“เสียยาไปเยอะอย่างเปล่าประโยชน์มากเกินไป”
“ยาทุกหยดมีพลังชีวิตมากมาย”
“ถ้าเฉินอันฉีสามารถดูดซับได้หมด…”
จู่ ๆ โจวอี้ก็เปลี่ยนความคิด เขามีความคิดอยากจะสอนเฉินอันฉีให้ฝึกยุทธ์ และยิ่งเขาคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น
ความเจ็บป่วยของเฉินอันฉีเป็นหายนะ แต่ก็เป็นโอกาสเช่นกัน
เขาแน่ใจว่าตอนนี้เฉินอันฉีสามารถรู้สึกถึงการมีอยู่ของพลังปราณได้แล้ว ดังนั้นหลังจากที่เขาสอนและแนะนำเธออีกสักหน่อย เธอก็น่าจะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์ได้ด้วยความพยายามเพียงไม่มาก
โจวอี้คิดอย่างเงียบ ๆ ครู่หนึ่งและตัดสินใจที่จะคุยกับเฉินอันฉี
“แองจี้ ตื่นเถอะ” โจวอี้พูดขึ้น
เฉินอันฉีค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ และมองไปที่โจวอี้อย่างง่วงงุน
“โจวอี้ คุณมาเมื่อไหร่?” เฉินอันฉีถามในขณะที่ยังเบลอ
“ฮ่าฮ่า คุณเมาขี้ตาเหรอ ผมอยู่กับคุณตลอดการรักษานะ” โจวอี้หัวเราะ
การรักษา?
ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ เฉินอันฉีก็ตาสว่างขึ้นมาทันที
เธอจำได้แล้ว!
โจวอี้รักษาเธอด้วยการฝังเข็มและรมยา และเธอยังผายลมออกมายาวสุด ๆ ในระหว่างการรักษา!
เฉินอันฉีหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอรีบฝังหน้าลงบนเตียงและไม่กล้าสบตากับโจวอี้
“ทำอะไรน่ะ ไม่ได้กลิ่นเหรอ รีบไปอาบน้ำใส่เสื้อผ้าเถอะ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย” โจวอี้กล่าวอย่างขมขื่น
กลิ่น?
กลิ่นอะไร?
เฉินอันฉีที่ซ่อนใบหน้าอยู่ในผ้าห่มสูดลมหายใจเข้าอย่างแรง ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นก็ตีขึ้นไปถึงสมอง เธอแทบจะสำลักลมหายใจตัวเอง
เธอรีบดึงผ้าห่มออกและมองลงไปตามร่างกายของตัวเอง สีหน้าหมองคล้ำปรากฏบนใบหน้าของเธอทันที
เธอพบว่าผิวหนังของเธอตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยเมือกเหนียวสีเทาดำหนาเป็นชั้น ๆ และกลิ่นเหม็นก็มาจากเมือกสีเทาดำนี้
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!?”
เฉินอันฉีรู้สึกราวกับว่าสมองของเธอกำลังลัดวงจร อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นครู่หนึ่งเธอก็จำคำพูดของโจวอี้ได้ เธอไม่คิดแม้แต่จะหยิบชุดนอนที่วางทิ้งไว้ รีบวิ่งออกจากห้องนอนโดยสวมเพียงกางเกงในและรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ
ภายในห้องนั่งเล่น
หม่าเซียวลี่นอนไม่หลับเลยสักนิด
แม้ว่าตอนนี้เธอกำลังถูกความง่วงโจมตีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอก็ยังพยายามที่จะอดทน
เธอต้องการทราบสถานการณ์ของเฉินอันฉีที่เวลานี้โจวอี้กำลังทำการรักษา เฉินอันฉีจะรอดตายได้หรือไม่
ทันใดนั้นเธอก็เห็นร่างหนึ่งวิ่งออกมาจากห้อง
หืม..เดี๋ยวนะ?
นั่นคือแองจี้?
เพิ่งไปคลุกอยู่ในเล้าหมูมาเหรอ? ทำไมทั้งตัวสกปรกอะไรเบอร์นั้น?
“แอง…” หม่าเซียวลี่กำลังจะเรียก แต่สุดท้ายก็เงียบไป
“ไม่เป็นไร ในร่างกายเธอมีสิ่งสกปรกเยอะ ครั้งนี้ที่ผมรักษานานก็เพราะเรื่องนี้แหละ หลังจากเธออาบน้ำเสร็จก็จะไม่เป็นไรแล้ว” โจวอี้เดินออกมาจากห้องพร้อมกับคำอธิบาย
“หมอโจว คุณ… สบายดีไหม?” หม่าเซียวลี่สังเกตเห็นว่าโจวอี้อยู่ในสภาพผิดปกติ
“ไม่เป็นไร ผมแค่ใช้พลังมากเกินไป และร่างกายก็อ่อนแอนิดหน่อย” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“งั้นก็มานั่งพักก่อนเถอะ!” หม่าเซียวลี่ไม่รู้ว่าโจวอี้รักษาเฉินอันฉีอย่างไร แต่ตอนนี้เขาดูซีดเซียวและมีเหงื่อออกมาก เสื้อผ้าของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ เห็นได้ชัดว่าขั้นตอนการรักษานั้นยากมาก
“ที่นี่มีห้องน้ำไหม? ผมก็ต้องอาบเหมือนกัน” โจวอี้ไม่ต้องการกลับบ้านไปพร้อมกับกลิ่นเหงื่อ
“มีค่ะ มีห้องน้ำอีกห้องอยู่ตรงนั้น คุณไปอาบน้ำเถอะ” หม่าเซียวลี่บอกทางให้ทันที
“ขอบคุณ!”
โจวอี้เดินไปตามทิศทางดังกล่าว
หลังจากผ่านไปสิบนาที โจวอี้ก็กลับมาที่ห้องนั่งเล่น เขาไม่เพียงแต่อาบน้ำเท่านั้น แต่ยังซักเสื้อผ้าของเขาด้วย แล้วจึงทำให้แห้งด้วยพลังปราณ
“หมอโจว แองจี้เป็นยังไงบ้าง? คุณสามารถรักษาเธอได้จริงไหม?” หม่าเซียวลี่ถามอย่างกังวลใจ
“ผมรักษาได้ แต่ต้องใช้เวลารักษานานหน่อย” โจวอี้ยิ้ม
“แต่มะเร็งปอดระยะสุดท้าย…ไม่ใช่ว่ามันรักษาไม่ได้แล้วเหรอ?” หม่าเซียวลี่ถามด้วยความสงสัย
“จริงอยู่ที่ไม่มีใครในวงการแพทย์สามารถเอาชนะปัญหานี้ได้ แต่ผมมียาวิเศษอยู่ในมือ ซึ่งมันสามารถใช้รักษาให้หายได้แต่…” โจวอี้หยุดไปชั่วครู่
“แต่อะไร?” หม่าเซียวลี่รีบถาม
“แต่ยาในมือของผมมีจำกัด และผมไม่สามารถใช้มันได้ตลอด ผมจึงรักษาได้เพียงไม่กี่คน ดังนั้นคุณต้องช่วยผมเก็บเป็นความลับ ไม่อย่างนั้นผมจะเจอปัญหาใหญ่” โจวอี้เตือน
“อืม ฉันเข้าใจแล้ว ฉันสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยกับคนอื่นแม้แต่ครึ่งคำ!” หม่าเซียวลี่สัญญาด้วยสีหน้าจริงจัง
“เพื่อเห็นแก่ความตั้งใจของคุณที่จะช่วยเก็บเป็นความลับ ผมควรรักษาคุณด้วย จริงไหม?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“รักษาฉัน?”