หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 571 ผู้อื่นมอบให้
บทที่ 571 ผู้อื่นมอบให้
สามีของถังหว่านคือใคร?
ทำไมถึงต้องมีข้อตกลงในการรักษาความลับแบบนี้ด้วย?
แม้แต่หูจินหรงคนที่ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจวก็ยังทำไม่ได้ใช่ไหม?
ทุกคนลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับพร้อมกับคำถามในใจมากมาย จากนั้นก็ได้แต่มองดูหยางซือหยาออกไปจากห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับชายในชุดสูทอีกหลายสิบคน
ส่วนหวังเยว่ไม่ได้กลับไป เมื่อเห็นหยางซือหยาเดินอกไปพ้นประตู เขาจึงรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
แขก ดารา หรือนักข่าวในห้องโถงจัดเลี้ยงไม่รู้จักตัวตนของหยางซือหยาและชายในชุดสูทเหล่านั้น แต่หวังเยว่รู้จักคนเหล่านั้นดีว่าเป็นใคร ต่อให้ตัวเขาจะมีตำแหน่งสูงมากกว่านี้ เขาก็ยังไม่อาจล่วงเกินคนเหล่านั้นได้
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะคนเหล่านั้นคือฮีโร่ของประเทศนี้ พวกเขาแฝงตัวอยู่ในความมืด คอยสอดส่องทุกซอกทุกมุมของประเทศ ป้องกันภัย แก้ปัญหา และจัดการกับผลที่ตามมา
“เหล่าหวัง นายพอจะเล่ามาได้ไหม?” เกาจิ้งชางดึงหวังเยว่ไปที่มุมหนึ่งและถามเบา ๆ
“ฉันก็ไม่รู้สถานการณ์เฉพาะเจาะจง ฉันรู้แค่ว่าอย่าล่วงเกินนักร้องหญิงที่ชื่อถังหว่าน เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังเธอสูงส่งเสียดฟ้า” หวังเยว่ชี้ขึ้นไปบนฟ้าขณะพูด
สูงส่งเสียดฟ้า?
คนที่อยู่เบื้องหลังถังหว่าน?
สามีลึกลับของเธอ?
ใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นในใจของเกาจิ้งชาง มันคือหูจินหรง ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจิ้งโจว
คนที่สามารถเป็นพี่น้องกับหูจินหรงได้ย่อมพิเศษจริง ๆ ใช่ไหม?
“คนพวกนั้นที่มาเมื่อกี้คือใคร?” เกาจิ้งชางถามอีกครั้ง
“คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง”
“คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง?!”
เกาจิ้งชางถึงกับตกใจ
เขาไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ แต่ผู้คุ้มกันสองคนของเขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์
เขาเคยได้ยินผู้คุ้มกันสองคนของเขาพูดเรื่องผู้ฝึกยุทธ์และโลกผู้ฝึกยุทธ์มาก่อน ดังนั้นเขาจึงเคยได้ยินเกี่ยวกับองค์กรพิเศษอย่าง ‘คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง’ มาบ้าง
“แน่นอน ตัวตนของนายในตอนนี้สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ฝึกยุทธ์บางอย่างได้” หวังเยว่ยิ้มจาง ๆ แล้วพูดว่า “แขกของนาย นายดูแลพวกเขาเอาเองก็แล้วกัน ฉันขอตัวก่อน!”
“ได้ เอาไว้ฉันจะเลี้ยงเครื่องดื่มนายทีหลัง”
“ฉันจะเอาไวน์มา ส่วนนายจัดการเรื่องอาหารก็แล้วกัน”
“ได้”
โรงแรมหว่านเจียง
เมื่อรถบ้านมาจอดอยู่นอกล็อบบี้โรงแรม ถังหว่านและหลี่ชิวม่านก็ลงจากรถ
“เธอพาฉันมาที่นี่เพื่ออะไรเนี่ย? เธอมาถึงถิ่นฉัน ฉันไม่มีทางให้เธอนอนอยู่ในโรงแรมแน่นอน ไปกับฉันเลย ฉันมีคฤหาสน์วิวแม่น้ำในเจิ้งโจวด้วย เธออยู่ที่นั่นได้เลยจนกว่าจะเบื่อ” หลี่ชิวม่านคว้าแขนของถังหว่านไว้และกำลังจะดึงกลับไปที่รถ
“ไม่จำเป็น” ถังหว่านส่ายหัวและได้แต่สงสัยว่าโจวอี้กลับมาแล้วหรือไม่
หลี่ชิวม่านกลอกตา เธอรู้นิสัยของถังหว่านดี อีกฝ่ายเป็นคนหัวรั้นสุด ๆ ดังนั้นต่อให้พูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์
เดี๋ยวนะ…
ฉันยังไม่ได้บอกถังหว่านเกี่ยวกับครอบครัวของฉันหลังจากที่ฉันแต่งงานเลย
ถังหว่านคงไม่คิดว่าฉันอวดรวยใช่ไหม?
คงไม่หรอกมั้ง เพราะถังหว่านเป็นนักร้องดัง และรายได้ก็ไม่น่าจะน้อย คฤหาสน์ริมแม่น้ำไม่น่าจะอยู่ในความสนใจของถังหว่านอยู่แล้ว จริงไหม?
เอาแค่รถบ้านที่เพิ่งนั่งกันมาก็ยังกว้างขวางหรูหรานั่งสบายมาก ฉันเกรงว่าราคาคงไม่น่าต่ำกว่าหนึ่งหรือสองล้านหยวน
หลี่ชิวม่านคิดในใจและหันไปมองรถบ้านอีกครั้ง
ทันใดนั้นเธอก็เห็นโลโก้บางอย่าง
แบรนด์ Marchi?
นี่คือ… Marchi Mobile RV?
หลี่ชิวม่านตกตะลึง เธอปล่อยข้อมือของถังหว่านแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ด้านหน้าของรถบ้าน มองดูโลโก้ที่สะดุดตาแล้วอุทานว่า “ถังหว่าน! เป็นนักร้องมีรายได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ รถบ้านแบรนด์นำเข้าจากยุโรป! ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับยี่ห้อนี้นะ เธอซื้อมาเมื่อไหร่เนี่ย?!”
“คนอื่นให้มาน่ะ” ถังหว่านตอบ
“ล้อเล่นหรือเปล่า เธอรู้ไหมว่ารถบ้านคันนี้ราคาเท่าไหร่?” หลี่ชิวม่านกล่าวด้วยสีหน้างุนงง
“ฉันไม่ได้ล้อเล่น” ถังหว่านส่ายหัวแล้วถามด้วยความสงสัย “ราคาเท่าไหร่?”
“ไม่รู้จริงเหรอ?”
“ไร้สาระ คิดว่าฉันรู้เหรอ”
“เธอ…”
หลี่ชิวม่านมองไปที่ท่าทีของถังหว่านและพบว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่รู้จริง ๆ จากนั้นเธอก็ชูสองนิ้วแล้วพูดว่า “มากกว่ายี่สิบล้านหยวน และหากไม่มีเส้นสาย เงินก็ไม่สามารถซื้อได้หรอก”
“โอ้!” ถังหว่านพยักหน้า
“เธอหมายถึงอะไร? รถบ้านราคามากกว่ายี่สิบล้านหยวน เธอแค่ ‘โอ้’ เองเหรอ? ที่สำคัญคือมันเป็นของที่คนอื่นให้มาฟรี ๆ เธอจะไม่แปลกใจอะไรบ้างเลยเหรอไง?” หลี่ชิวม่านถามด้วยความสงสัย
“ต้องน่าแปลกใจอะไรตรงไหนล่ะ ครอบครัวของฉันมีรถอีกคัน ซึ่งก็มีมูลค่ามากกว่ายี่สิบล้านหยวน คันนั้นก็เป็นคนอื่นมอบให้เหมือนกัน” ถังหว่านพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ
“…”
หลี่ชิวม่านมองถังหว่านอย่างโง่งมก่อนจะพูดว่า “แม่นักร้องดังถัง! คนเราควรมีขีดจำกัดในการโอ้อวดบ้าง โอเค๊? เธอคิดว่ารถหรูเป็นเหมือนกะหล่ำปลีหรือไง รถสองคัน ราคาคันละมากกว่ายี่สิบล้านหยวน แต่เธอบอกว่ามีคนมอบพวกมันให้เธอฟรี ๆ เนี่ยนะ?”
“ไม่ใช่ให้ฉัน แต่ให้สามีของฉันต่างหาก”
“เฮ้ ๆ เลิกพูดให้สามีที่ไม่น่าเชื่อถือของเธอดูดีได้แล้ว สามีของฉันต้องดีกว่าสามีของเธออยู่แล้ว แต่ฉันยังไม่เคยเห็นใครให้รถหรูยี่สิบล้านหยวนกับเขามาก่อนเลยสักครั้ง!” หลี่ชิวม่านหัวเราะ
“…”
ถังหว่านขี้เกียจเกินกว่าจะคุยกับผู้หญิงบ้าคนนี้แล้ว เธอหันหลังเดินเข้าไปข้างในทันที
หลี่ชิวม่านรู้สึกว่ายังอยากที่จะหยอกล้อถังหว่าน เธอจึงเดินตามถังหว่านเข้าไปข้างในอย่างมีความสุข
ทั้งสองเข้าไปในลิฟต์
จู่ ๆ หลี่ชิวม่านก็ดูงุนงงและถามว่า “นี่มันลิฟต์ส่วนตัวหรือเปล่า? เธอเพิ่งเปิดลิฟต์ด้วยการรูดบัตรของเธอเองเหรอ? โรงแรมติดตั้งเสร็จเมื่อไหร่…”
แต่แล้วคำพูดของเธอหยุดลงทันที
เธอเห็นถังหว่านเอื้อมมือไปกดปุ่มลิฟต์
ชั้นบนสุด?
บ้าอะไรเนี่ย?
ชั้นบนสุดของโรงแรมนี้เป็นทรัพย์สินส่วนตัวของหูจินหรงไม่ใช่เหรอ!
ไม่นานนัก ลิฟต์ก็ขึ้นมาสู่ชั้นบนสุด
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ถังหว่านเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับหลี่ชิวม่านที่กำลังสงสัยสุด ๆ พวกเธอหยุดที่ด้านนอกของประตูนิรภัย
ถังหว่านรูดบัตรและเปิดประตู จากนั้นคว้าข้อมือของหลี่ชิวม่านแล้วดึงเข้ามา ก่อนจะปิดประตูจากด้านใน
“สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณผู้หญิง ทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ? ให้เราเตรียมอาหารเพิ่มมั้ยคะ?” แม่บ้านถามด้วยความเคารพ
“เตรียมมาเลย” ถังหว่านกล่าว
“รับทราบค่ะ”
ขณะที่แม่บ้านเดินเข้าไปด้านใน หลี่ชิวม่านจ้องมองถังหว่านด้วยสีหน้างุนงง
“ทำอะไรอยู่ นั่งลงรอตรงนี้ก่อน ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” ถังหว่านพูดและเดินเข้าไปข้างใน
“เดี๋ยวก่อน นี่มันอะไรกัน อย่าบอกนะว่านี่คือบ้านของเธอ!” หลี่ชิวม่านตะโกนถาม
“ใช่ บ้านของฉันเอง” ถังหว่านกล่าว
“บ้าเถอะ! นี่สามีของเธอกับหูจินหรงเป็นพี่น้องกันจริง ๆ เหรอไง?” หลี่ชิวม่านถามอย่างโง่งม
“สามีของฉันกับหูจินหรงไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ กันหรอก แต่บ้านหลังนี้เป็นของสามีฉัน มันเป็นของขวัญจากหูจินหรง… ไม่สิ เขาขายมันให้กับสามีของฉัน ดังนั้นบ้านของสามีฉันก็คือบ้านของฉันด้วย เราใช้ทรัพย์สินร่วมกัน” ถังหว่านหัวเราะ
ทันใดนั้น หลี่ชิวม่านก็รู้สึกเหมือนโลกถูกพลิกกลับ
ตอนที่อยู่ข้างล่าง เธอไม่เชื่อว่ามีคนอื่นให้รถหรูสองคัน มูลค่าแต่ละคันมากกว่ายี่สิบล้านหยวนกับสามีของถังหว่านฟรี ๆ
แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นห้องชุดนี้…
ควรเชื่อแล้วใช่ไหม?
แต่ถ้าเชื่อ… ฉันจะดูบ้ามากเกินไปไหม?