หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 574 ชายผู้ทรงพลังที่สุด
บทที่ 574 ชายผู้ทรงพลังที่สุด
เกาจิ้งชางจุดบุหรี่พลางมองดูท่าทางตกตะลึงของภรรยา ก่อนจะยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหัว
เหตุการณ์ในวันนี้มีผลต่ออารมณ์ของเขามากเช่นกัน การปรากฏตัวของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเพื่อเก็บความลับการแต่งงานของถังหว่านทำให้เขาตระหนักได้หลายสิ่ง
โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าถังหว่านไม่สามารถแตะต้องได้!
สามีของถังหว่านไม่ใช่แค่แพทย์แผนจีนธรรมดา
“คุณถามถังหว่านหรือเปล่าว่าทำไมหูเส้าเหวินถึงเรียกเธอว่าป้า?” เกาจิ้งชางถาม
“ฉันถามแล้ว เธอบอกว่าสามีของเธอกับหูจินหรงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก หูจินหรงขายห้องหรูชั้นบนสุดของโรงแรมหว่านเจียงให้โจวอี้ในราคาเพียงหนึ่งหยวน คุณคิดว่ามันเป็นไปได้เหรอ?” หลี่ชิวม่านถามกลับ
“ถ้าผมเป็นหูจินหรง ผมก็คงทำแบบนั้นเหมือนกัน” เกาจิ้งชางกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“คุณหมายความว่ายังไง?” หลี่ชิวม่านขมวดคิ้ว
“โจวอี้คนนั้นมีสถานะที่พิเศษมาก… ” เกาจิ้งชางพูดขึ้น จากนั้นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนเที่ยงระหว่างที่ภรรยาของเขาออกไปกับถังหว่าน ท้ายที่สุดก็พูดอย่างจริงจังว่า “คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเป็นองค์กรกึ่งทางการที่ลึกลับ พวกเขาคือกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ของประเทศเราที่รวมตัวกันในฐานะผู้พิทักษ์ที่แอบปกป้องความมั่นคงของประเทศ ผมเดาว่าโจวอี้ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเท่านั้น แต่น่าจะดำรงตำแหน่งระดับสูงในคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงด้วย”
“ล้อเล่นรึเปล่า? เท่าที่ฉันรู้ ชายแซ่โจวคนนั้นเคยอยู่แต่ในป่าในเขา และเพิ่งออกมาที่เมืองจินหลิงเมื่อครึ่งปีก่อน ถังหว่านต้องทนทุกข์ทรมานมากเพราะเขาอยู่หลายปี…” หลี่ชิวม่านกล่าวด้วยความสับสน
“ผมไม่ได้ล้อเล่น”
เกาจิ้งชางสูดหายใจเข้าลึกและพูดต่อ “หูจินหรงเป็นคนแบบไหน ผมคิดว่าคุณน่าจะรู้ แต่เขายินดีขายห้องหรูมูลค่าเกือบหนึ่งพันล้านหยวนให้กับโจวอี้ในราคาแค่หนึ่งหยวน คุณคิดว่ามันหมายความว่ายังไงล่ะ?”
“เอ่อ…”
หลี่ชิวม่านเริ่มตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง
ทว่านอกจากความตกใจแล้ว เธอยังมีความสุขอีกด้วย
แม้ว่าเธอจะชอบแข่งขันกับถังหว่านมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอก็นับถือถังหว่านและมองว่าถังหว่านเป็นเหมือนน้องสาวที่ดี ช่วงที่ถังหว่านต้องทนทุกข์ทรมานมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เธอก็กังวลเช่นกัน ตอนนี้ถังหว่านสามารถมีความสุขได้แล้ว ซึ่งเธอก็ยินดีกับถังหว่านจากใจจริง
ทว่าแม้ใจของเธอจะมีความสุข แต่ปากของเธอก็ยังไม่ตรงกับใจ “ยัยผู้หญิงโง่คนนั้น อย่ามาร้องไห้กับฉันอีกก็แล้วกัน!”
“ฮ่า!”
จู่ ๆ เกาจิ้งชางก็ดูมีความสุขขึ้นมา
หูจินหรงสานสัมพันธ์กับโจวอี้ได้ก่อน แน่นอนว่ามันทำให้เขารู้สึกอารมณ์เสีย ทว่าเมื่อเขาคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างภรรยาของเขากับถังหว่าน เขาก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมา เขาสามารถสร้างสัมพันธ์กับโจวอี้ได้อย่างง่ายดายเช่นกันนี่นา!
บางครั้งเส้นสายก็ดีกว่าเงินหลายเท่า!
“ภรรยาครับ ถังหว่านมาถึงถิ่นของเราแล้ว เราควรจะเชิญเธอมาบ้านเราและรับประทานอาหารด้วยกันสักหน่อย จริงไหม?” เกาจิ้งชางแนะนำด้วยรอยยิ้ม
“นี่คุณเป็นนกรู้เหรอไง?” หลี่ชิวม่านรู้สึกตกตะลึงและพูดว่า “พรุ่งนี้เย็นฉันเพิ่งนัดถังหว่านกับโจวอี้ให้มาทานอาหารเย็นที่บ้านเรา ฉันจะให้คุณทำอาหารเลี้ยง”
“โจวอี้จะมาด้วยเหรอ? เขาอยู่ที่เจิ้งโจวด้วยงั้นเหรอ?” เกาจิ้งชางตกใจ
“ใช่!” หลี่ชิวม่านพยักหน้า
“เยี่ยม พรุ่งนี้ผมจะทำอาหารให้สุดฝีมือเลย” เกาจิ้งชางตบต้นขาตัวเองและยิ้มออกมา
“ดี…”
คฤหาสน์ตระกูลหู
หูจินหรงนั่งอยู่บนโซฟามองดูลูก ๆ ทั้งสี่ของเขาอย่างเงียบ ๆ แต่ความโกรธของเขากำลังแผดเผาอยู่ในใจ
เหวินเยว่กระสับกระส่ายด้วยสายตากังวล
“หูเส้าฮุย คืนนี้แกกลับไปเก็บข้าวของเสื้อผ้าของแกเลยนะ พรุ่งนี้เช้าไปดูแลโครงการล่าสุดนั่นของฉันที่กำลังจะเปิดตัว แกต้องไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย!” หูจินหรงกล่าวอย่างเมินเฉย
“พ่อครับ ผม…”
“ถ้าแกไม่เห็นด้วยหรือคิดจะปฏิเสธ ฉันสามารถเขียนพินัยกรรมใหม่ ตัดสิทธิ์มรดกทั้งหมดของแกในอนาคตได้ แกจะไม่ได้ส่วนแบ่งในมรดกของตระกูลหูแม้แต่แดงเดียว” หูจินหรงกล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ผม…ผมจะไป” หูเส้าฮุยก้มหน้ารับด้วยสีหน้าซีดเผือด
“หูเส้าคุน ฉันได้ขอให้ใครบางคนจองตั๋วเครื่องบินให้แกแล้ว และจัดมหาวิทยาลัยให้แกที่ต่างประเทศ ไปต่างประเทศและเรียนต่อที่นั่นซะ! ถ้าแกไม่มีใบปริญญามาให้ฉันเห็นในอีกสี่ปีข้างหน้า แกจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากเงินปันผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่พอให้แกประทังชีวิตไปได้เรื่อย ๆ กิน ๆ แล้วก็ตายไปอย่างคนไร้ค่า!” หูจินหรงกล่าว
“ผมไม่ไป! ผมเรียนจบมหาลัยแล้ว ผมจะไปเรียนต่ออีกทำไม…”
“ถ้าแกไม่ไป ฉันจะแก้พินัยกรรมใหม่ ตัดแกออกจากสิทธิ์ในการรับมรดกทั้งหมดแน่นอน แกจะไม่ได้รับทรัพย์สินของตระกูลหู” หูจินหรงมองไปยังลูกชายคนที่สองของเขาแล้วพูดอย่างเฉียบขาดเช่นกัน
“…”
หูเส้าคุนดูโกรธ แต่เมื่อเห็นว่าพ่อของเขาไม่ได้ล้อเล่น เขาก็ต้องพยักหน้ายอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก
“หูซินหยิง บริษัทเสื้อผ้าในเครือบริษัทของตระกูลเรามีสาขาในเซี่ยงไฮ้ ไปเป็นผู้จัดการฝ่ายขายที่นั่นซะ! ฉันบอกผู้จัดการทั่วไปของบริษัทที่นั่นแล้ว เขาจะจัดการทุกอย่างให้หลังจากที่แกไปถึง” หูจินหรงกล่าว
“หนูจะไป แต่ขอถามเหตุผลหน่อยได้ไหมว่าทำไม?” หูซินหยิงกำหมัดแน่น
“ไม่มีเหตุผล!” หูจินหรงตอบอย่างเย็นชา
“…”
หูซินหยิงเงียบไปทันที
“หูเส้าเหวิน คุกเข่าลง!” หูจินหรงสั่ง
คุกเข่าลง?
คุกเข่าลงทำไม?
หูเส้าเหวินตกตะลึงและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเขาพบว่าแม่ของเขาส่ายหัวพลางมองมาที่เขา เขาก็พูดไม่ออก
เกิดอะไรขึ้น?
ท้ายที่สุด หูเส้าเหวินก็คุกเข่าลงต่อหน้าหูจินหรง สีหน้าเต็มไปด้วยความงงงวย
ปัง!
หูจินหรงยกมือขึ้นและทุบถ้วยบนหัวของหูเส้าเหวิน
“อา… พ่อตีผมทำไมเนี่ย?” หูเส้าเหวินเอามือกุมศีรษะและพบว่าตัวเองหัวแตกเลือดอาบ
“ไอ้เด็กโง่! ยังมีหน้ามาถามฉันอีกว่าทำไม! ต่อให้แกจะกระทืบพ่อของเทียนซูฉวนฉันก็ไม่สนใจ แต่แกรู้ไหมว่าวันนี้แกสร้างปัญหาให้ฉันมากแค่ไหน!” หูจินหรงพูดด้วยความโกรธ
“วันนี้ผมไม่ได้สร้างปัญหาอะไรอื่นนอกจากจัดการเทียนซูฉวน ก็แค่นั้นเอง?” หูเส้าเหวินแย้ง
“แกมันโง่! โง่ฉิบหาย! โง่กว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก!” หูจินหรงพูดด้วยความโกรธ “ไหนแกบอกฉันมาซิว่าตัวตนและอาชีพของถังหว่านคืออะไร?!”
“นักร้องดัง!”
“ใช่ เธอเป็นนักร้อง แล้วเธอเคยเปิดเผยเรื่องการแต่งงานมาก่อนหรือเปล่า?!”
“ดูเหมือน…จะไม่เคยเลย…” หูเส้าเหวินดูเหมือนจะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง และเสียงของเขาก็ค่อย ๆ อ่อนลง
“ในฐานะนักร้อง เธอจะต้องปกปิดข่าวการแต่งงานให้ดีที่สุด แต่วันนี้แกทำเรื่องโง่ ๆ อะไรลงไป หา?! แค่เพื่อประจบเธอ แกเลยเรียกเธอว่าป้าในที่สาธารณะ? คนเป็นร้อย! แกเปิดโปงข่าวการแต่งงานของเธอต่อหน้าคนเป็นร้อย ๆ! แกอยากประจบประแจงเธอหรือทำให้เธอเกลียดแกกันแน่!” หูจินหรงถามด้วยความโกรธ
“…”
หูเส้าเหวินโง่งมไปในทันที
เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าการกระทำของเขาไม่ได้ประจบประแจงอีกฝ่ายเลย แต่มันเป็นการสร้างปัญหาให้อีกฝ่ายแทน!
“หูเส้าเหวิน แกรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่แกออกจากห้องจัดเลี้ยงตอนเที่ยงนั่น?” หูจินหรงถามด้วยความโกรธ
“ก…เกิดอะไรขึ้นเหรอครับพ่อ?” หูเส้าเหวินถามอย่างโง่เขลา
“ตำรวจปิดกั้นห้องจัดเลี้ยง และสมาชิกหลายสิบคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงควบคุมแขกหลายร้อยคนทันที และบังคับให้แขกทุกคนลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ ซึ่งเนื้อหาก็คือห้ามไม่ให้ผู้ใดเผยแพร่ข่าวการแต่งงานของถังหว่าน!” หูจินหรงกัดฟันกรอดขณะพูด
“หา…”
หูเส้าเหวินอ้าปากค้าง
หูเส้าฮุย หูเส้าคุน และหูซินหยิงที่อยู่ในห้องโถงก็อ้าปากค้างเช่นกัน
เรื่องตำรวจนั้น พวกเขาไม่สนใจ
แต่คนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงมาได้ยังไง?
ทำไมต้องบังคับให้ผู้คนหลายร้อยคนลงนามในข้อตกลงการรักษาความลับ?
มีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกันระหว่างถังหว่านและคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงเหรอไง?