หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 576 ลงโทษ
บทที่ 576 ลงโทษ
เมืองเจิ้งโจวในเดือนนี้มีกระแสลมโหมกระหน่ำ
ประสบการณ์ในการเปลือยกายและโดนแขวนอยู่บนตึกสูง 40-50 ชั้นคือความทรมานสุด ๆ และน่าหวาดกลัวสุดขีด
ฉีซินไม่เคยคิดว่าเขาจะมีประสบการณ์แบบนี้ในชีวิตของเขา
หนาว!
กลัว!
เขาขอร้องแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล
“ผมจะคืนเงิน ผมจะคืนเงินสิบล้านหยวนให้ ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะ! ผมรู้แล้วว่าผมผิดต่อคุณพี่!” ฉีซินตัวสั่น ขอร้องอ้อนวอนด้วยคำสุภาพยิ่งกว่าเดิม
“สิบล้านหยวนสำหรับฉันเป็นเพียงเงินก้อนเล็ก ๆ ฉันไม่สนใจเลยว่าจะได้มันคืนไหม ตอนนี้ฉันแค่อยากแก้แค้นนาย คนอย่างนายมันเป็นประเภทที่ฉันเกลียดที่สุด ฉันจะแขวนนายไว้แบบนี้จนกว่าฉันจะพอใจ” โจวอี้จุดบุหรี่สูบ เขายิ้มและพูดต่อไปว่า “แต่ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่าเชือกนี้จะแข็งแรงพอจนถึงเวลาที่ฉันพอใจได้ไหม ถ้าไม่ นายก็คงตกลงไปตายห่าข้างล่างนั่นก่อน”
“ค…คุณต้องการอะไรกันแน่?” ร่างกายของฉีซินสั่นสะท้านยิ่งขึ้น
“ฉัน? ที่จริงฉันอยากจะหักแขนขาของนายและเย็บปากนายด้วยซ้ำ แต่ฉันก็คิดได้ว่าทำแบบนั้นมันง่ายเกินไปสำหรับนาย ดังนั้นฉันก็เลยอยากให้นายทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเย็น และได้สัมผัสประสบการณ์ลุ้นว่าจะตกจากตึกนี้ไหม หรือถ้านายรอดไปได้ นายก็ต้องเผชิญกับความอับอายที่ผู้คนได้เห็นนายแก้ผ้าห้อยต่องแต่งอยู่บนตึกนี้นานสองนานยังไงล่ะ” โจวอี้หัวเราะ
“พี่ชาย โปรดยกโทษให้ผมเถอะ! ผมรู้ว่าผมผิดจริง ๆ อันที่จริงผมไม่รู้ว่ามีค่าปิดปากสิบล้านก่อนที่จะขายข่าว ไม่อย่างนั้นผมจะไม่มีวันขายข่าวการแต่งงานของถังหว่านไปเพียงแค่แสนหยวน!” ฉีซินคร่ำครวญ
“อ้อเหรอ?”
โจวอี้เม้มปาก เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนริมดาดฟ้าและสูบบุหรี่ต่อไป
ฉีซินหมดหวัง
เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ยอมดึงเขาขึ้นไปง่าย ๆ แน่ ไม่ว่าจะขอร้องอย่างไรก็ตาม
ดังนั้นเขาจึงได้แต่ภาวนาให้ใครสักคนรู้สถานการณ์ของเขาแล้วโทรหาตำรวจทันที รอให้ตำรวจหรือนักผจญเพลิงมาช่วยเขาจากปีศาจตนนี้!
เวลาผ่านไปทีละน้อย
ฝูงชนเริ่มมามุงดูกันที่ด้านล่าง แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ฉีซินก็ยังไม่เห็นตำรวจโผล่มา นับประสาอะไรกับนักผจญเพลิง
ทำไมกัน?
การรักษาความปลอดภัยของเมืองเจิ้งโจวแย่มากขนาดนี้เลยเหรอ?
หรือว่าไอ้พวกกินภาษีพวกนั้นเอาแต่อู้งาน?
นานมากแล้ว ทำไมไม่มีใครโผล่หัวมาช่วยเลย?
ริมฝีปากของฉีซินเป็นสีม่วงด้วยความหนาวเย็น เขารู้สึกว่าทุกวินาทีที่เขาห้อยอยู่แสนจะเจ็บปวด
ทันใดนั้น เหมือนเขาจะได้ยินเสียงสวรรค์
“ทำอะไรน่ะ! รีบพาสามีฉันขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เฉินเจี๋ยบังเอิญเห็นผู้คนยืนอยู่ด้านล่างของโรงแรมเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และทุกคนก็เงยหน้ามองขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงแรมที่เธออยู่
ตอนนั้นเธอรู้สึกสงสัย หลังจากดื่มกาแฟไปแก้วหนึ่ง เธอขอให้ผู้ช่วยของเธอลงไปชั้นล่างเพื่อดูสถานการณ์
ถัดจากนั้น!
เมื่อเธอรับโทรศัพท์จากผู้ช่วย เธอก็ได้ทราบว่าสามีของเธอถูกแขวนอยู่บนดาดฟ้าตึก และแม้แต่เสื้อผ้าของเขาก็ถูกถอดจนล่อนจ้อน
“โอ้ คุณคงเป็นดาราใหญ่เฉินเจี๋ยใช่ไหม?” โจวอี้ยังคงนั่งไขว่ห้าง จุดบุหรี่อีกครั้ง และถามในขณะที่สูบบุหรี่
“คุณ…คุณคือ… สามีของถังหว่านนี่นา! คุณบ้าหรือเปล่า ทำไมต้องแขวนสามีของฉันไว้แบบนี้!” เฉินเจี๋ยตะโกนด้วยความโกรธ
“ฮ่า ๆ! คุณยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ มานั่งข้าง ๆ แล้วถามสามีตัวดีของคุณเองดีกว่าว่าเขาทำอะไรลงไป!” โจวอี้หัวเราะเยาะ
“ไม่ว่าเขาจะทำอะไร คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! มันผิดกฎหมาย!” เฉินเจี๋ยโกรธจัด
“ผิดกฎหมาย? ฮ่า ๆ ลองคิดดูสิ ฉันแขวนเขาไว้ที่นี่เป็นชั่วโมงแล้วมีใครมาบ้างล่ะ?” โจวอี้หัวเราะอย่างดูถูก
เป็นชั่วโมงแล้ว?
สีหน้าของเฉินเจี๋ยเปลี่ยนไป
เธอตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
มีคนมากมายที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์นี้ที่ชั้นล่าง ไม่มีใครโทรหาตำรวจบ้างเลยเหรอ?
ทำไมตำรวจไม่มาสักที?
ทันใดนั้น เฉินเจี๋ยก็จำได้ว่าโจวอี้รู้จักหูจินหรง ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในเจิ้งโจว และนั่นก็ทำให้หัวใจของเธอเหมือนดิ่งลงไปในหุบเหว
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ค่อย ๆ เดินไปที่ริมดาดฟ้า โดยที่ยังรักษาระยะห่างจากโจวอี้ จากนั้นเธอก็เกาะขอบดาดฟ้าและชะเง้อหน้าพ้นขอบเพื่อมองฉีซินสามีของเธอให้ชัดเจน เธอเห็นเขาตัวสั่นไปหมด
“สามีคะ เขาหมายความว่ายังไง คุณทำให้เขาขุ่นเคืองใจได้ยังไง?” เฉินเจี๋ยถามด้วยความกังวล
“ผม…ผมขายข่าวการแต่งงานของถังหว่าน…” ฉีซินกัดฟันพูด น้ำเสียงของเขาสั่นเทา
“อะไรนะ?”
เฉินเจี๋ยดูเหลือเชื่อ
ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าทำไมโจวอี้ถึงปฏิบัติต่อฉีซินเช่นนี้
พวกเธอได้รับเงิน 10 ล้านหยวนสำหรับการปิดปาก แต่สามีของเธอก็ยังขายข่าวออกไป
นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ
สามีของฉันกล้าทำแบบนั้นได้อย่างไร
“คุณเฉิน ตอนนี้คุณเข้าใจหรือยัง” โจวอี้หัวเราะเยาะและถามว่า “อาเหว่ยสตูดิโอ คุณเคยได้ยินชื่อนี้ไหม?”
“ฉันเคยได้ยินชื่อนี้ ว่ากันว่าเป็นสตูดิโอชื่อดังที่เคยล้วงข้อมูลส่วนตัวของดาราเพื่อแบล็กเมล ถ้าอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ มันก็จะเปิดเผยเรื่องลับส่วนตัวของดาราคนนั้น” เฉินเจี๋ยพยักหน้า
ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้างและถามอย่างเหลือเชื่อว่า “สามีของฉันขายข้อมูลเรื่องการแต่งงานของคุณกับถังหว่านให้กับอาเหว่ยสตูดิโองั้นเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่ข่าวการแต่งงานของฉันกับภรรยา แต่สามีตัวดีของคุณเป็นผู้มีส่วนร่วมอย่างมากในอาเหว่ยสตูดิโอ ฉันส่งคนไปตรวจสอบข้อมูลมาอย่างละเอียดแล้ว เขาขายข้อมูลต่าง ๆ ให้กับอาเหว่ยสตูดิโอไปสี่สิบหกรายการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำเงินไปได้ทั้งหมด 7.4 ล้านหยวน” โจวอี้พูดพลางมองลงไปที่ฉีซิน เขายิ้มและถามว่า “ไอ้คุณฉี ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหม? สี่สิบหกรายการน่ะ”
“ม…ไม่… ผม…ผมขอโทษ ใช่ ๆ ถูกต้องแล้ว” ฉีซินไม่ต้องการยอมรับในตอนแรก เพราะเขารู้ว่าเมื่อภรรยาของเขารู้ว่าเขาทำอะไรลงไปบ้าง แม้ว่าเธอจะไม่หย่ากับเขา แต่เธอก็คงจะทะเลาะกับเขาครั้งใหญ่
ทว่าเมื่อคิดทบทวนดู เพื่อความอยู่รอดของชีวิต เขาต้องยอมรับออกไป
เมื่อเฉินเจี๋ยได้ยินคำสารภาพของฉีซิน เธอก็เหมือนกับถูกฟ้าผ่า
ทันใดนั้น เธอก็จำหัวข้อที่สามีของเธอมักคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว ซึ่งข้อมูลที่อาเหว่ยสตูดิโอได้เปิดเผยต่อสาธารณะก่อนหน้านี้เป็นหลายเรื่องที่เธอเล่าให้สามีของเธอฟัง
เขาหลอกถามฉัน
จากนั้นเขาก็แอบเอาข้อมูลไปขาย
นี่…
ไอ้สารเลวนี่…
เฉินเจี๋ยทั้งโกรธและผิดหวัง
เธอไม่เคยคิดว่าสามีของเธอจะเลวร้ายได้ขนาดนี้
“ฉันขอโทษจริง ๆ คุณโจว” เฉินเจี๋ยกล่าวอย่างขมขื่น
“คุณไม่ต้องพูดขอโทษ! เขาทำผิด ดังนั้นต้องได้รับการลงโทษ” โจวอี้กล่าวอย่างเย็นชา
“คุณโจว ตอนนี้คุณช่วยดึงเขาขึ้นมาก่อนเถอะนะ! เดี๋ยวฉันจะชดใช้ให้คุณเอง” เฉินเจี๋ยกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“โอ้ ไหนคุณบอกมาซิว่าจะชดใช้ให้ผมยังไง?” โจวอี้เลิกคิ้วถาม
“ฉันจะหย่ากับเขา และคืนเงินสิบล้านหยวนให้คุณ นอกจากนี้ ฉันจะขอโทษคุณและถังหว่านอย่างจริงจังด้วย” เฉินเจี๋ยกล่าวพลางก้มหน้าลง
โจวอี้เงียบไป
เขาคิดว่าเฉินเจี๋ยน่าจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำของฉีซินบ้รงเขาจึงไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อทั้งสามีและภรรยาคู่นี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจเฉินเจี๋ยผิดไป
“ผมมีคำขอ” โจวอี้พูดอย่างใจเย็น
“พูดมาเลย!”
“เขาชอบเงินนักใช่ไหม? สิบล้านหยวนไม่พอ ผมจะเอาคืนสามเท่า! นอกจากนี้ ถ้าคุณหย่ากับเขาจริง ๆ คุณต้องไม่ให้อะไรติดตัวเขาไปสักแดง!” โจวอี้กล่าวอย่างเฉยเมย
“ได้ ฉันสัญญา”