หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 582 โทษตัวเอง
บทที่ 582 โทษตัวเอง
โจวอี้ต่อสู้และฆ่าคน จิตใจแข็งแกร่งยิ่งกว่าหิน
ทว่าการได้ยินน้ำเสียงอันสั่นเครือของลูกสาวที่บอกเขาว่า ‘พ่อ เหมียวเหมี่ยวคิดถึงพ่อมาก’ และยังเห็นเธอร้องไห้ออกมา ทั้งหมดนี้ทำให้หัวใจของเขาถึงกับแตกสลายทันที
จู่ ๆ เขาก็รู้สึกผิดและโทษตัวเอง
จุดประสงค์ที่เขามาที่จินหลิงคืออะไร?
ฉันมาที่นี่เพื่อดูแลลูกสาวของฉัน!
แล้วผลลัพธ์ล่ะ?
เขามักจะวิ่งไปทั่วมั่วไปหมด บางครั้งก็ล่อไปสิบวันเนื่องจากธุระและสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องจัดการ
โจวอี้จำชื่อเล่นบัญชีโต่วอินของเขาได้ในทันที
ซูเปอร์แด๊ดดี้!
เป็นซูเปอร์แด๊ดดี้ภาษาอะไร?
แค่ทำให้ลูกสาวมีความสุขยังไม่ได้!
โจวอี้สูดหายใจเข้าลึกและพุ่งไปข้างหน้า เขาอุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขนทันที เขาเป็นพวกที่ชอบใช้พละกำลังอย่างมาก แต่ก็กลัวที่จะทำร้ายเธอ เขาจึงพยายามควบคุมพลัง คอยโอบกอดเธอไว้ และปกป้องเธอด้วยความรัก
“ลูกสาวของพ่อ พ่อผิดเอง จากนี้ไปพ่อจะพยายามไม่ไปไหน จะอยู่ด้วยกันและปกป้องเหมียวเหมี่ยว ตกลงไหม?” โจวอี้พูดเบา ๆ ที่หูของลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด
“อื้ม!”
ถังเหมียวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างหนักแน่น ทว่าน้ำตายังคงรินไหล
“พ่อคะ…” ถังเสี่ยวรุ่ยวิ่งไปหาโจวอี้ เธอเงยหน้าขึ้นและอ้าแขนออก
“เสี่ยวรุ่ย” โจวอี้จับมือถังเสี่ยวรุ่ยไว้เพื่อปรับบรรยากาศและบรรเทาอารมณ์ของลูกสาว เขาจงใจยิ้มและพูดว่า “โอ้ พ่อไม่ได้เจอลูก ๆ มาสองสามวัน รู้สึกว่าพวกลูก ๆ น้ำหนักขึ้นหลายกิโลจนกลายเป็นหมูอ้วนซะแล้ว ดูท่าว่าจะกินอิ่มนอนหลับสบายดีกันนะ”
“ไม่ค่ะ!”
“เราไม่ใช่หมูอ้วน”
ถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ยโวยวาย
“ฮ่า ฮ่า ได้ ๆ ในเมื่อพวกลูกบอกว่าไม่ งั้นก็คือไม่ ลูก ๆ ยังเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยของพ่อ เจ้าหญิงน้อยที่สวยงามและน่ารักที่สุด” โจวอี้หัวเราะ ก่อนจะพยักหน้าให้หานโหรวแล้วเดินกลับมาพร้อมกับลูกสาว “กลับบ้านกันเถอะ วันนี้พ่อจะทำอาหารให้ลูกสาวสุดที่รักทั้งสองคน”
“เย่! เหมียวเหมี่ยวชอบกินอาหารฝีมือพ่อ” ถังเหมียวเหมี่ยวปรบมือ แต่ก็ยังคงแสดงความกังวลออกมาเล็กน้อยและกระซิบว่า “พ่อคะ ถ้าเรากินมากเกินไป เราจะกลายเป็นหมูอ้วนจริง ๆ เหรอ?”
“ไม่ ๆ” โจวอี้ยิ้ม
“ดีจัง ฮิฮิ…”
บ้านเป็นสถานที่แห่งความสุขเสมอ
และเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ก็เป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดเสมอ
โจวอี้ทำอาหาร และถังหว่านก็ช่วยทำอาหารเช่นกัน เด็ก ๆ อยู่ในครัว สร้างปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง แต่มันยิ่งสร้างบรรยากาศแห่งชีวิตให้มีความสุขได้อย่างวิเศษ
ภายในห้องนั่งเล่น เหม่ยหลานเสียสิทธิ์ในการทำอาหารไปแล้ว แต่แทนที่จะโกรธ เธอกลับยิ้มออกมา
เฉินซานและอิงหงนั่งอยู่ที่โซฟาและกระซิบบางอย่าง ในขณะที่หานโหรวนั่งอยู่ที่โซฟาและมองไปที่ห้องครัวเป็นครั้งคราวพร้อมกับยิ้มจาง ๆ
เวลานี้ที่บ้านมีแขก
ซุนเม่าไฉปรากฏตัวท่ามกลางหิมะ เขามาพร้อมกับพ่อค้าสมุนไพรจีนที่มีชื่อเสียงอีกสี่คน ซึ่งล้วนเป็นเจ้าของกิจการที่ร่ำรวย
โจวอี้ออกไปทักทายพวกเขาแค่ครู่เดียว จากนั้นก็กลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง
ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดของโจวอี้คือเขาควรเตรียมมื้ออาหารและรับประทานอาหารดี ๆ กับภรรยาและลูก ๆ
หลังมื้ออาหาร ถังหว่านและลูกสาวสองคนขึ้นไปที่ชั้นสอง ส่วนโจวอี้เชิญซุนเม่าไฉและพ่อค้าสมุนไพรจีนทั้งสี่มาที่ห้องอาหาร คราวนี้เหม่ยหลานรับหน้าที่จัดโต๊ะอาหารให้พวกเขา
นอกจากซุนเม่าไฉแล้ว สีหน้าของพ่อค้าสมุนไพรทั้งสี่ดูไม่ค่อยดีนัก เพราะโจวอี้ทำให้พวกเขาต้องรอนานกว่าหนึ่งชั่วโมง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีปฏิบัติต่อแขกที่ดีนัก
“หมอโจว เรามาจนถึงเมืองจินหลิงเพื่อรักษาหน้าของเม่าไฉ แต่เวลาของเราก็มีค่ามากเช่นกัน ไหน ๆ คุณก็ขอให้เขาเชิญเรามา ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็เข้าเรื่องเถอะ!” หยางตี๋ ชายในชุดเสื้อคลุมแบบจีนและไว้หนวดกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“อย่ากังวลเลย ผมจะให้ของขวัญคุณก่อนที่จะพูดอะไร หวังว่าคุณคงจะชอบมัน” โจวอี้ตบมือเล็กน้อย จากนั้นอิงหงก็เข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางสีดำใบเล็ก
จากนั้นเธอก็เปิดกระเป๋าใบนี้ออกมาท่ามกลางสายตาของพ่อค้าสมุนไพรทั้งสี่คน
“หกขวดต่อคน ทั้งหมดนี้เป็นของขวัญจากผมให้พวกคุณทั้งคนสี่คน” โจวอี้ยิ้ม
“นี่คืออะไร?” หยางตี๋รู้สึกคุ้นเคยกับขวดหยกเหล่านี้ เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านดูฉลากบนขวด
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็เปลี่ยนสีหน้ากะทันหันเช่นกัน
ยาต้มอี้เฉิน?
นี่คือยาต้มหายากที่ว่า?
จริงหรือหลอก?
สายตาของพวกเขาทั้งสี่เคลื่อนออกจากขวดหยกและมองไปที่ใบหน้าของโจวอี้
“คุณพูดถูก นี่คือยาต้มอี้เฉินจริงๆ ว่ากันตามตรงนะ ถ้าคุณทราบดี คุณจะรู้ว่ายาต้มอี้เฉินที่ขายอยู่ในตลาดนั้นผมเป็นคนทำเอง” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คุณทำเองเหรอ?” หยางตี๋เบิกตากว้าง
“คุณคิดว่าผมจำเป็นต้องโกหกคุณเหรอ?” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มจาง ๆ
“เอ่อ…”
หยางตี๋พูดไม่ออก และอีกสามคนก็เพียงส่ายหัว
แน่นอนว่าโจวอี้ไม่จำเป็นต้องโกหกพวกเขา
พวกเขาก็แค่มาพูดคุยแบบกะทันหัน แต่โจวอี้กลับให้ยาต้มอี้เฉินแก่พวกเขาตั้งหกขวด นี่มันไม่ใช่เรื่องแปลกเหรอ?
ยาต้มอี้เฉินที่ถูกนำมาขายทอดตลาดมีราคาพุ่งถึงสองล้านหยวนต่อขวด แต่แม้จะมีเงินก็ยังไม่อาจหาซื้อได้ โจวอี้ให้ยาต้มอี้เฉินหกขวดมาในคราวเดียว ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นเงิน 12 ล้านหยวน!
แน่นอนว่าสำหรับพวกเขาแล้ว เงินมากกว่า 10 ล้านหยวนนั้นไม่ได้มีค่าอะไรเลย
ยาต้มอี้เฉินนั้นพิเศษเกินไป!
ยาชนิดนี้มีค่าในสายตาของพวกเขามาก
“หมอโจว ของขวัญที่คุณให้เรามีค่ามากเกินไป และตอนนี้เราไม่กล้ารับมันง่าย ๆ บอกฉันทีว่าทำไมคุณถึงเชิญเรามาที่นี่!” หวังเยว่หลุนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“พวกคุณทั้งสี่คนเป็นพ่อค้าสมุนไพรที่มีชื่อเสียงในจีน ผมจึงอยากซื้อสมุนไพรจากคุณ และยังจะขอให้พวกคุณซื้อพวกสมุนไพรมาขายต่อให้ผมด้วย” โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมาส่งให้แต่ละคน
“หมอโจว ถ้าคุณต้องการซื้อวัตถุดิบยา ยังไงก็มีวัตถุดิบยามากมายในตลาดวัตถุดิบยาของจินหลิงนี่นา คุณไม่จำเป็นต้องเชิญเราหรอก” หยางตี๋หรี่ตาลงด้วยความแปลกใจ
“ผมต้องการวัตถุดิบยาจำนวนมาก และตลาดวัตถุดิบยาจินหลิงเพียงแห่งเดียวไม่เพียงพอ” โจวอี้จุดบุหรี่สูบไปสองที จากนั้นพูดต่อไปว่า “ดังนั้นผมต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ ไม่ว่าพวกคุณจะได้วัตถุดิบยามามากแค่ไหน ขอแค่คุณภาพดี ผมซื้อหมด”
“ทำไมคุณถึงต้องการซื้อสมุนไพรมากมายขนาดนี้?” หวังเยว่หลุนถามด้วยความสงสัย
“คุณเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ์ไหม? แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องสำนักโอสถไหม?” โจวอี้ถาม
ทั้งสี่คนมองหน้ากันทันที
พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ค้าสมุนไพรจีน และยังเป็นผู้ค้าสมุนไพรจีนรายใหญ่ พวกเขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักโอสถ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ในตำแหน่งสูงสุดในจิตใจของพวกเขา
หยางตี๋เปลี่ยนสีหน้าไปทันทีและถามอย่างเร่งรีบว่า “คุณต้องการจะซื้อวัตถุดิบยาจำนวนมากจากเรา แล้วเอาไปขายต่อให้สำนักโอสถเหรอ?”