หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 595 บททดสอบ
บทที่ 595 บททดสอบ
บรรยากาศภายในห้องชงชาเงียบสงบอบอุ่นราวกับฤดูใบไม้ผลิ อากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชา
หวงไห่เทากลับไปแล้วโดยไม่แม้แต่จะจิบชาเลยด้วยซ้ำ
เขารู้ว่าโจวอี้กำลังคิดอะไรอยู่ หากเขายังอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงจะส่งผลต่อการตัดสินใจของอีกฝ่าย
เวลาล่วงเลยไปพักใหญ่
โจวอี้เงยหน้าขึ้นช้า ๆ มองไปที่เฉิงฮ่าวแล้วถามว่า “เรื่องนี้คุณจริงจังใช่ไหม?”
“อันที่จริง ฉันตัดสินใจไปแล้ว” เฉิงฮ่าวยิ้ม
“เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ต้องลงมือเลย!” โจวอี้ยกถ้วยชาขึ้น เขาจิบชาหอมกรุ่นเบา ๆ แล้วพูดว่า “ผมอยากฟังความคิดเห็นจากคุณ”
“ควรซื้อบริษัทรักษาความปลอดภัยซะ” เฉิงฮ่าวกล่าว
“ซื้อกิจการ?”
“ใช่ ซื้อกิจการ” ดวงตาของเฉิงฮ่าวทอประกาย เขาจุดบุหรี่ให้โจวอี้แล้วพูดต่อ “ถ้านายรู้เบื้องลึกเบื้องหลังและภูมิหลังของเหมิงเทียนอ้าวชัดเจนมากพอ บริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun น่ะย่อมเหมาะสมที่สุดแล้ว”
เหมิงเทียนอ้าว?
บริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun?
โจวอี้ยืนขึ้นและพูดว่า “ไปตลาดมืดกันเถอะ! ผมคิดว่าเราจะได้คำตอบที่เราต้องการจากที่นั่น”
“ฉันไปด้วยได้ไหม?” ซีชิงอิ่งถามขึ้นทันที
“ชิงอิ่ง กลับไปพักผ่อนเถอะ! ฉันเชื่อว่าเธอรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตลาดมืด มันไม่เหมาะหรอกที่เธอจะตามไป” โจวอี้กล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นของชายหนุ่ม ซีชิงอิ่งก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
เธอไม่ได้สนใจอะไรในตลาดมืดหรือสิ่งที่ โจวอี้ต้องการตรวจสอบ เธอแค่อยากใช้เวลากับโจวอี้ให้มากขึ้นกว่านี้อีกสักนิด แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นานก็ตาม
“แล้ว…การบ่มเพาะของเธอตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” โจวอี้ถามทันทีเมื่อเขาเดินออกมาจากโรงน้ำชา
“ผู้อาวุโสสองคนนั้นบอกฉันว่า อีกเพียงครึ่งก้าว ฉันก็จะสามารถทะลวงขอบเขตได้แล้ว” ซีชิงอิ่งกล่าว
“การบ่มเพาะของเธอเร็วมาก พยายามทะลวงขอบเขตของศิลปะการต่อสู้ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ผมจะให้ยาเพื่อช่วยในการฝึกฝนนะ” โจวอี้กล่าว
“อืม!” ซีชิงอิ่งพยักหน้าอย่างเงียบงัน
ณ ตลาดมืด
หลังจากที่โจวอี้และเฉิงฮ่าวมาถึง พวกเขาก็สวมแมกส์เพื่อปิดบังตัวตน
ทั้งสองตรงไปที่ด้านในสุดเพื่อซื้อข้อมูล ข้อมูลนี้ใช้เงินจำนวนมากตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ เมื่อได้ข้อมูลของเหมิงเทียนอ้าวมาแล้ว ทั้งสองจึงทราบว่าเหมิงเทียนอ้าวเป็นผู้ฝึกยุทธ์จริง ๆ
“อำเภอเฟิงเฉิง ทางตอนเหนือของมณฑลเจียงซู มาจากเมืองซงโหลว”
“ส่วนวิธีการบ่มเพาะนั้น… ผู้อาวุโสทุกคนในตระกูลเสียชีวิตไปเมื่อเก้าปีก่อน ลูกสาวของพวกเขาเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยาแตกสลาย จนทั้งสองต้องหย่าร้างกัน”
“หลังจากใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศสามปี ฉันคิดว่าเขาได้ไปเข้าร่วมกับองค์กรทหารรับจ้าง”
“หลังจากกลับจีนไปเมื่อหกปีที่ก่อน เขาก็ได้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเมืองจินหลิงและก่อตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun”
“สมาชิกของบริษัท 32 คน ล้วนเป็นสมาชิกชั้นแนวหน้าของวงการธุรกิจรักษาความปลอดภัย…”
“สงสัยจะเป็นกึ่งปรมาจารย์?”
“…”
หลังจากได้อ่านข้อมูลของเหมิงเทียนอ้าวแล้ว โจวอี้ก็คิดไตร่ตรองอย่างเงียบ ๆ ถึงความเป็นไปได้
“เรามีโอกาสแล้วล่ะ” เฉิงฮ่าวกล่าวอย่างครุ่นคิด
“ว่าไงนะ?” โจวอี้ถาม
“นายเป็นศิษย์ของสำนักโอสถ อีกทั้งยังมีทรัพยากรในการฝึกฝนมากมายอยู่ในมือ เขาเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ เขาต้องอยากแข็งแกร่งขึ้นเหมือนฉันแน่ ถ้าเขาต้องการทรัพยากรการเพื่อฝึกฝนให้มากขึ้น ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการติดตามนาย” เฉิงฮ่าวกล่าว
“มันยากนะที่เราจะตัดสินว่าเขาเป็นคนยังไง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเขามีประสบการณ์อะไรมาบ้างในระหว่างสามปีที่เขาอยู่ต่างแดน” โจวอี้กล่าว
“คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอาจมีข้อมูลข่าวกรองในช่วงสามปีที่เขาอยู่ต่างประเทศ” เฉิงฮ่าวเสนอ
“ผมจะลองถามดู” โจวอี้กล่าว พร้อมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและโทรหาจางหม่านเยว่
บ่ายโมงตรง
โจวอี้ก็ได้รับข้อความจากจางหม่านเยว่
ข้อมูลที่โจวอี้ได้มาไม่เพียงรวมถึงข้อมูลขององค์กรทหารรับจ้างที่เหมิงเทียนอ้าวเข้าร่วมในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ด้วย
พ่อและอารองของเหมิงเทียนอ้าวต่างก็เป็นกึ่งปรมาจารย์ แต่เมื่อ 16 ปีก่อน พวกเขาดันไปทำให้ยอดฝีมือบางคนไม่พอใจ จึงได้ถูกอีกฝ่ายฆ่าตายในที่สุด
“เขาอยากล้างแค้นคนที่ฆ่าพ่อของเขา คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้ยอดฝีมือคนนั้นฆ่าพ่อและลุงของเหมิงเทียนอ้าว?” โจวอี้ถาม
“มันก็พูดยาก” เฉิงฮ่าวส่ายหัว
“ทำไมเราไม่ตรวจสอบดู” โจวอี้ถาม
“ตรวจสอบยังไง?”
“คุณรู้ไหมว่าปกติแล้วเหมิงเทียนอ้าวมักจะอยู่ที่ไหน?” โจวอี้ถาม
“เขามักจะอยู่ที่บริษัทรักษาความปลอดภัยของเขานั่นแหละ ทุกคนที่รู้จักเขาต่างก็รู้เรื่องนี้”
“งั้นไปหาเขากันเถอะ”
“ตอนนี้?” เฉิงฮ่าวตกใจ
“ไปกันเถอะ! ผมมีวิธีสืบหาว่าใครเป็นศัตรูของเหมิงเทียนอ้าว” โจวอี้กล่าวอย่างมั่นใจพร้อมกับยกยิ้ม
อำเภอฉีเซีย
บริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun มีพื้นที่ขนาดใหญ่
ที่นี่มีอาคารสูง 5 ชั้นอยู่ 2 หลัง และบ้านสไตล์ตะวันตกอีก 2 ชั้นพร้อมลานขนาดเล็ก
บ่ายสองโมง
สองร่างที่อยู่บนกำแพงสูงกำลังตรวจสอบพื้นที่ที่มีกล้องวงจรปิด เมื่อเห็นมุมอับ พวกเขาก็สบโอกาสเข้าไปและซ่อนตัวอยู่ในความมืดบริเวณสนามหญ้า
“จัดการหมาป่าสองตัวนั้นให้หมดสติซะ แล้วรอผมข้างนอก” โจวอี้กระซิบ
“ได้!”
เฉิงฮ่าววิ่งไปปรากฏตัวต่อหน้าหมาป่าสองตัวที่นอนอยู่ข้างประตูภายในพริบตา ทันทีที่พวกมันกระโดดขึ้นมา หมาป่าทั้งสองก็ถูกกำปั้นสายฟ้าฟาดจนหมดสติ
โจวอี้พุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ เขาเข้าไปในลานบ้านทันทีก่อนจะก้าวเข้าสู่ตัวบ้านด้วยประตูหลักด้านหน้า
ภายในห้องนอนใหญ่บนชั้นสอง
บนเตียงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องนอนหนานุ่ม ชายหญิงคู่หนึ่งนอนอยู่บนนั้น ฝ่ายชายคือเหมิงเทียนอ้าว และฝ่ายหญิงที่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขาก็คือผู้ช่วยที่ควบตำแหน่งคู่หมั้นของเขา
“พะ…”
เสียงไฟแช็กดังก้องในห้องนอนใหญ่
เหมิงเทียนอ้าวตื่นตัวอย่างรวดเร็วแม้เสียงจะไม่ได้ดังมากนัก ชายหนุ่มตื่นขึ้นและกระโดดขึ้นจากเตียงทันที
ทันใดนั้น รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงพร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัวที่บังเกิดขึ้น
ภายในห้องนอนสลัว ๆ เขามองเห็นคนที่เขาไม่รู้จักอยู่ในห้อง
อีกฝ่ายนั่งไขว่ห้างอย่างเกียจคร้านบนเตียงเสริมตรงมุมห้อง และจุดบุหรี่สูบอย่างเงียบ ๆ
นั่นใคร?
ศัตรูเหรอ?
ใบหน้าเหมิงเทียนอ้าวดูบิดเบี้ยว ดูเหมือนว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายก็อยู่ในขั้นปรมาจารย์ หากอีกฝ่ายต้องการฆ่าเขาจริง ๆ เขาคงถูกอีกฝ่ายฆ่าตายในขณะที่หลับไปแล้ว
“แกเป็นใคร?” เหมิงเทียนอ้าวถามด้วยโทนเสียงต่ำ
“ตื่นแล้วเหรอ ขอโทษที่มาขัดจังหวะตอนที่นายกำลังฝันหวานนะ” โจวอี้ยิ้ม
“แกเป็นใคร มีจุดประสงค์อะไรถึงมาโผล่ที่นี่กลางดึก?” เหมิงเทียนอ้าวกระโดดลงจากเตียงและถามอย่างระมัดระวัง
“เหมิงเทียนอ้าว ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อสิบหกปีก่อน นายน่าจะเพิ่งอายุสิบหกใช่ไหม?” โจวอี้ถาม
“แกหมายความว่ายังไง?”
“ไม่เข้าใจเหรอ ฉันขอเตือนอีกครั้ง พ่อกับแม่ของนายตายไปสิบหกปีแล้ว ฉันก็แค่สงสัยว่าอาจารย์ของฉันช่วยชีวิตนายไว้เพื่อล้างแค้นให้พวกเราทีหลังหรือเปล่า แต่นี่มันผ่านมาสิบหกปีแล้ว ดูเหมือนนายจะลืมความเกลียดชังนี้ไปแล้วสินะ”
“แกเป็นศิษย์ของคนคนนั้นเหรอ?” ทันใดนั้น สีหน้าของเหมิงเทียนอ้าวก็เปลี่ยนไป และจิตสังหารของเขาก็ระเบิดออกมาในทันที
“เหมิงเทียนอ้าว อาจารย์ของฉันมีชื่อ ถ้านายกล้าพูดไม่คิดอีกครั้ง เชื่อไหมว่าฉันจะฆ่านายเดี๋ยวนี้เลย” โจวอี้จงใจเปิดเผยจิตสังหาร “หรือว่านายลืมเรื่องการล้างแค้นนั่นไปแล้วเหรอ?”
“ถึงแม้จะผ่านไปเป็นร้อย ๆ ปี แต่ฉันก็ยังจำชื่อกัวหรูไห่ได้ และฉันก็จำไอ้พวกสารเลวอย่างนิกายเร้นลับนั่นได้” เหมิงเทียนอ้าวหันไปมองคู่หมั้นของเขาที่เพิ่งตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นนั่ง “แกมาที่นี่เพราะแค่อยากจะตัดรากถอนโคนทิ้งใช่ไหม ถ้างั้นก็ปล่อยผู้หญิงไปซะ แล้วมาสู้กัน!”