หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 594 ยอมรับหรือไม่?
บทที่ 594 ยอมรับหรือไม่?
เมื่อ โจวอี้มาถึงเมืองจินหลิง เขาได้ก็พบกับผู้คนมากมาย ได้พบหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เขาขาดกำลังคนเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น!
เขาจึงต้องการฝึกฝนพลังตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่กลับมีปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างที่ส่งผลต่อตัวเขา สาเหตุที่เขาล่าช้ามาจนถึงตอนนี้เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าตนต้องฝึกฝนต่อไปอย่างไร
แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาไปที่เจิ้งเฉิง และได้เห็นบริษัทรักษาความปลอดภัยโกลเด้นชิลด์ของเกาจิ้งชาง จู่ ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่า ตนเองก็สามารถจัดตั้งบริษัทรักษาความปลอดภัยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการรับสมัครหรือฝึกฝน และเขาเองก็ยังมีกลุ่มคนสนิทของตนเองอยู่
ในที่สุดชายหนุ่มก็ตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่คนที่คุ้นเคยกับตนเองก่อน
ทั้งจี้หมิงเจิ้นและเหลียงเสี่ยวป๋อ รวมไปถึงอีกสี่คนที่มาด้วยกัน พวกเขามีบุคลิกที่ดูมั่นใจมาก ทั้งยังเป็นทหารปลดประจำการ คนเหล่านี้ล้วนดุดันและเคยเห็นเลือดมาแล้ว พวกเขาทุกคนมีพรสวรรค์ที่เหมาะแก่การซื้อตัวมาเพื่อฝึกฝน
เมื่อถึงเวลา 10.00 น.
โจวอี้รีบไปที่โรงน้ำชาปาซาน ถึงแม้โรงน้ำชาจะยังคงปิดอยู่ แต่วันนี้โจวอี้ได้โทรบอกซีชิงอิ่งไว้แล้ว โรงน้ำชาแห่งนี้จึงยังเปิดไฟสว่างไสวอยู่
ที่ประตูโรงน้ำชา
ซีชิงอิ่งยืนอยู่ท่ามกลางหิมะด้านนอกด้วยรองเท้าบูตสีเทา เธอทอดสายตามองออกไปไกลจนสุดปลายถนน ดวงตาคู่งามของเธอเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง เธอเฝ้ารอโจวอี้เพราะไม่ได้เจอเขามานานแล้ว
ปกติแล้วในช่วงเวลานี้ เธอมักจะส่งข้อความสักสองประโยคไปถึงโจวอี้ หนึ่งคือข้อความเพื่ออวยพรปีใหม่ และอีกข้อความหนึ่งเพื่อถามว่าโจวอี้จะมาดื่มชากับเธอตอนไหน แต่เขากลับยุ่งมากจนไม่มีเวลามาที่นี่
ในที่สุดวันที่เธอรอคอยก็มาถึง หญิงสาวมองไปยังรถยี่ห้อ Knight XV ที่กำลังขับมาจากระยะไกล เมื่อรถขับมาถึง แววตาของเธอก็ถึงกับเปล่งประกายทันทีเมื่อเห็นร่างของโจวอี้เดินลงมาจากรถ ซีชิงอิ่งรีบสาวเท้าไปบนพื้นหิมะเพื่อไปพบกับอีกฝ่าย
“ไม่ได้มานานเลยนะ”
“มีเรื่องให้ต้องยุ่งตลอดเวลาเลย!” โจวอี้ยิ้มอย่างเหนื่อยล้าพร้อมกับส่ายหัว
“ยังยุ่งอีกนานเลยเหรอ?” เธอเอ่ยถาม
“อีกหน่อยมันจะดีกว่านี้ และผมพยายามจะไม่ไปจากเมืองจินหลิงแล้ว” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปด้านใน “ไม่ได้เจอกันนาน ดูสวยขึ้นนะ สบายดีใช่ไหม? ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนนะ?”
“ฉันแข็งแรงดี น่าจะอยู่ได้อีกนาน” เธอล่าวด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าๆ!”
เมื่อทั้งสองเข้าไปในโรงน้ำชา ซีชิงอิ่งแนะนำให้โจวอี้ขึ้นไปที่ห้องสำนักงานบนชั้นสามแต่ชายหนุ่มปฏิเสธ เขาเลือกที่จะไปที่ชั้นสองแทน
“ชงชาเลย! เดี๋ยวหวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวจะตามมาทีหลัง” โจวอี้กล่าว
“ได้!”
ตอนที่โจวอี้ปฏิเสธที่จะขึ้นไปบนชั้นสามนั้น ซีชิงอิ่งรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินว่าหวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวกำลังมาที่นี่ด้วย เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเพราะอะไรเขาถึงปฏิเสธเธอ อารมณ์หมองมัวของเธอเมื่อครู่จึงสลายหายไปในทันที
หลังจากนั้นราว ๆ สิบนาที หวงไห่เทาและเฉิงฮ่าวมาถึงในเวลาไล่เลี่ยกัน
“โจวอี้ ฉันเคยนายแล้วใช่ไหมว่าตอนเย็นแบบนี้เราควรนัดรวมตัวกันที่พาราไดซ์คลับ แต่ทำไมนายถึงยังเรียกพวกเรามาที่นี่อีก ตอนเย็นแบบนี้เราจะมานั่งดื่มชาอยู่ได้ยังไง” หวงไห่เทากล่าวพร้อมกับถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามโจวอี้
“มันมีเหตุผลบางอย่างน่ะ” โจวอี้พูดด้วยท่าทีสบาย ๆ
“เกิดอะไรขึ้น?” หวงไห่เทาตกตะลึง
เฉิงฮ่าวทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะนั่งลงอย่างเงียบ ๆ
“เหล่าหวง คุณเป็นผู้มีอิทธิพลในเมืองจินหลิง คุณคุ้นเคยกับเมืองนี้ดี คุณช่วยบอกผมเกี่ยวกับบริษัทรักษาความปลอดภัยในเมืองจินหลิงหน่อยได้ไหม?” โจวอี้ถามในสิ่งที่เขาอยากรู้
“ที่นี่มีบริษัทรักษาความปลอดภัยขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียว มีชื่อว่าบริษัทรักษาความปลอดภัยสตาร์สกรีม และมีบริษัทรักษาความปลอดภัยขนาดเล็กอีกเกือบสิบแห่ง แต่ถึงจะมีอีก ก็ไม่มีบริษัทรักษาความปลอดภัยขนาดกลางและเล็กรายไหนที่สามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันนี้ได้เลย ” หวงไห่เทากล่าว
“ไม่มีที่พิเศษกว่านี้แล้วเหรอ?” เฉิงฮ่าวถามพลางส่ายหัว
“ที่ไหน?” หวงไห่เทาถามด้วยความสงสัย
“บริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun” เฉิงฮ่าวตอบ
“อ่า ใช่ ฉันลืมบริษัทรักษาความปลอดภัยนี้ไปเลยจริง ๆ” หวงไห่เทาตบหน้าผากของตนก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ และพูดต่อ “บริษัทรักษาความปลอดภัยนี้พิเศษมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีอยู่แค่ไม่กี่คน แต่พวกเขาล้วนเป็นคนที่มีความสามารถระดับสูงในวงการนี้ พวกเขาแตกต่างจากคนอื่น เพราะพวกเขาจะทำงานเป็นบอดี้การ์ดเท่านั้น ไม่ใช่งานประจำวันหรืองานซ่อมบำรุงตามคำสั่ง”
“พวกเขาล้วนเป็นคนระดับสูงใช่ไหม?” โจวอี้ดูประหลาดใจ
“ใช่ สมาชิกรักษาความปลอดภัย 3-Gun มาจากสองที่ด้วยกัน ที่แรกคือ พวกเขาเป็นทหารระดับหัวกะทิที่ปลดประจำการแล้ว และอีกที่ก็คือผู้ที่จบมาจากโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน”
เฉิงฮ่าวหยิบบุหรี่ออกมาก่อนจะยื่นให้ทั้งสองคน จากนั้นก็จุดบุหรี่ของตนเอง “ฉันรู้จักหัวหน้าของบริษัทรักษาความปลอดภัย 3-Gun”
“เขาคือใคร?” โจวอี้ถาม
“เขาคือเหมิงเทียนอ้าว จากทางตอนเหนือของมณฑลเจียงซู อำเภอเฟิงเฉิง ฉันคิดว่าเขาจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์” เฉิงฮ่าวตอบ
“ทำไมคิดแบบนั้น?” โจวอี้ขมวดคิ้ว
“หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยชุดแรกอยู่ในระดับหัวกะทิที่ทั้งพิเศษและทรงพลังมาก แต่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอพูดขึ้นมาว่า เหมิงเทียนอ้าวน่ะแข็งแกร่งและมีพลังเยอะกว่าเขาอีก” เฉิงฮ่าวกล่าว
“หัวหน้าคนนั้นเป็นเป็นผู้ฝึกยุทธ์หรือเปล่า?” โจวอี้ถาม
“ไม่ใช่ แต่หลังจากที่เขาฝึกชี่กงอย่างหนัก เขาก็กลายเป็นคนแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม”
โจวอี้ฟังจบก็ได้แต่พยักหน้าเงียบ ๆ
ในขณะที่พวกเขาสนทนากันอยู่นั้น ซีชิงอิ่งก็เดินเข้ามาพร้อมกับถาดน้ำชา เธอตกเป็นเป้าสายตาของบุรุษทั้งสามทันที เธอยิ้มและพูดขึ้นว่า “ฉันแค่มาชงชาให้พวกคุณ ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ไม่มีอะไร” โจวอี้ส่ายหัว
หวงไห่เทาเห็นเช่นนั้นก็ขยิบตาให้โจวอี้ทันที
สกปรก!
โจวอี้สบถในใจ จากนั้นก็พูดต่อ “ที่จริงแล้วที่ผมเรียกทั้งสองคนมามี่นี่เพราะผมต้องการที่จะเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยในเมืองจินหลิง ผมต้องการสถานที่ที่เหมาะสม โปรดแนะนำผมด้วย!”
เปิดบริษัทรักษาความปลอดภัย?
หวงไห่เทามีสีหน้าแปลก ๆ
เฉิงฮ่าวเดาจุดประสงค์ของโจวอี้ออกในทันที ดังนั้นเขาจึงถามออกไปว่า “นายต้องการจะฝึกคนสนิทของนาย?”
“ใช่!” โจวอี้ไม่ได้คิดจะปกปิด
“รู้ไหมว่ามีที่ไหนที่เหมาะ ๆ บ้าง ไห่เทา?” เฉิงฮ่าวหันมาถาม
“เอ่อ…ฉันคิดไม่ออกจริง ๆ ” หวงไห่เทาส่ายหัวและยิ้มแห้ง
“ฉันมีข้อเสนอ แต่…” เฉิงฮ่าวพูด
“พี่เฉิง ถ้าคุณมีอะไรจะพูดก็พูดมาเลย ชิงอิ่งกับเหล่าหวงไม่ใช่คนนอก” โจวอี้สบตากับเฉิงฮ่าวและเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายทันที
“เดี๋ยว…”
ถึงแม้หวงไห่เทามักจะประมาทอยู่เสมอ แต่เขาก็เป็นฉลาดมาก เขาจึงยกมือขึ้นและมองมาที่เฉิงฮ่าวด้วยสายตาจริงจังและถามว่า “นายทำงาน ให้โจวอี้เหรอ?”
คำถามของชายหนุ่มทำให้เฉิงฮ่าวและโจวอี้ตกตะลึงพร้อมกัน
วินาทีต่อมา พวกเขาหรี่ตาลงพร้อมกัน
ซีชิงอิ่งเองก็เป็นคนฉลาด เธอมองสีหน้าของชายทั้งสามก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้ แต่เธอก็เก็บมันไว้ในใจและไม่ได้แสดงงท่าทีใด ๆ ออกมา หญิงสาวหันไปยุ่งกับงานชงชาของเธอต่อ
“ฉันจะทำทุกอย่างที่เขาขอให้เต็มที่และดีที่สุด ถ้าเขาไม่ชอบละก็ ฉันก็จะขายชีวิตให้เขาแทน” เฉิงฮ่าวพูดอย่างใจเย็น
“พี่เฉิง นี่มันไม่เหมาะ” โจวอี้ส่ายหัว
“การเป็นคนรวยมันก็ดี แต่ฉันอยากที่จะแข็งแกร่งขึ้น มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องการ แต่ถ้านายไม่ต้องการที่จะยอมรับฉัน ฉันก็พร้อมยอมรับผลของมัน” เฉิงฮ่าวกล่าว
โจวอี้สูบบุหรี่และเงียบไป
ชายหนุ่มรู้ว่าเฉิงฮ่าวเต็มใจทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อเขา และอีกฝ่ายก็ทำสิ่งต่าง ๆ ให้เขามากว่าครึ่งปีแล้ว
เพียงแต่ระหว่างพวกเขายังมีกำแพงบางอย่างขวางกั้นอยู่ แต่วันนี้คำถามของหวงไห่เทาและคำตอบของเฉิงฮ่าวค่อนข้างที่จะชัดเจน
เขาจะยอมรับได้หรือไม่?
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฉิงฮ่าวเปลี่ยนไปในเชิงผลประโยชน์ พวกเขาจะไม่ใช่เพื่อนหรือคู่หูกันอีกต่อไป เฉิงฮ่าวจะกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
ไม่… เขายังสามารถรักษาความสัมพันธ์กับเฉิงฮ่าวได้
แต่ในใจของเฉิงฮ่าว จะไม่เกิดความไม่พอใจขึ้นมาแน่หรือ?