หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 598 ราคาสมุนไพรพุ่งขึ้น!
บทที่ 598 ราคาสมุนไพรพุ่งขึ้น!
โจวอี้ไม่เคยกังวลว่าเขาจะหาเงินไม่ได้ แต่เงินทุนที่จำเป็นสำหรับการซื้อสมุนไพรนั้นแพงไม่เบา จึงกลัวว่าต่อให้มีอีกเป็นพันล้านก็คงไม่พอ
แต่หากมีคนให้ยืมเงินสักร้อยยี่สิบล้านหยวน หรือไม่ก็ 1.8 พันล้านหยวน แรงกดดันที่ว่านี้ก็คงจะบรรเทาลงมาก
แต่…
ถ้าต้องยืมเงินอีกเป็นพันล้านหยวน เขาก็เกรงว่าคงจะมีมิตรสหายเพียงไม่กี่คนที่สามารถจ่ายได้
“เฮ้อ…”
โจวอี้จุดบุหรี่สูบ คิดถึงเพื่อนรวย ๆ ที่มีอยู่อย่างเงียบ ๆ ซึ่งคนแรกที่นึกถึงคือหวงไห่เทา และเฉิงฮ่าว
หากเป็นเฉิงฮ่าวคงไม่มีปัญหา เขาคิดว่าถ้าขอไปตรง ๆ อีกฝ่ายก็คงจะไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อย ส่วนหวงไห่เทา อีกฝ่ายก็น่าจะมีเงินจำนวนมากอยู่ในมือเช่นกัน เพราะท้ายที่สุดแล้วคนคนนี้ก็ทำเงินได้มากมายจากการขายยาต้มอี้เฉินในครั้งแรก
เดี๋ยวก่อน!
ยาต้มอี้เฉินงั้นเหรอ?
แววตาของโจวอี้เป็นประกาย
ยาต้มอี้เฉินหนึ่งขวดสามารถขายได้ในราคาสูงถึงสี่แสนหยวน ดังนั้นยาต้มอี้เฉินหมื่นขวดย่อมสามารถขายได้ในราคาสูงถึงสี่พันล้านหยวน
แล้วถ้าเขาร่วมมือกับหวงไห่เทาอีกครั้งล่ะ?
โจวอี้เพิ่งเกิดความคิดนี้ขึ้นมา และตัดสินใจได้ในทันที
ตอนนี้เขาจะชักช้าไม่ได้ ในเมื่อมีโอกาสทำเงิน ชายหนุ่มก็ต้องคว้าเอาไว้!
หลังจากคิดอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง โจวอี้ก็ออกเดินทาง
หยางกรุ๊ป
หยางเซี่ยวหางกำลังประชุมอยู่ในห้องประชุม จู่ ๆ เลขาของเขาก็เข้ามากระซิบใส่หูสองสามประโยค จากนั้นก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้เขา
“พวกนายคุยกันไปก่อนเลย ฉันต้องรับสายนี้” หยางเซี่ยวหางพูดและเดินออกจากห้องประชุมพร้อมโทรศัพท์มือถือ
ครู่ต่อมา
เขาเดินออกมาที่ด้านนอก เอาโทรศัพท์มือถือแนบหู แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องโจว ทำไมถึงคิดโทรหาฉันวันนี้ล่ะ? อยากไปดื่มกันงั้นเหรอ?”
“คือแบบนี้นะพี่หยาง ผมอยากถามว่าคุณสนใจยาต้มอี้เฉินอีกไหม?” เสียงของโจวอี้ดังลอดมาจากโทรศัพท์มือถือ
“ยาต้มอี้เฉิน? แน่นอนสิ! ฉันมั่นใจว่าคงไม่มีใครไม่สนใจยาต้มอี้เฉินเท่าฉันแล้วล่ะ” หยางเซี่ยวหางหัวเราะ
“ถ้าอย่างนั้น คุณต้องการซื้อมันไหม ผมมียาอยู่ทั้งหมดสองหมื่นขวด ขวดละสี่แสน และผมจะขายให้คุณได้มากสุดหมื่นขวด สนใจไหม?” โจวอี้หัวเราะ
“ฉันซื้อแน่นอน!”
หยางเซี่ยวหางกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
นี่เป็นเรื่องใหญ่ และมันก็เป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เขาสามารถฟันกำไรได้มหาศาล!
เพราะหากซื้อทั้งหมื่นขวดในราคาสี่พันล้านหยวน เขาก็สามารถเพิ่มราคาของพวกมันเป็นสองเท่าได้เลยหากนำไปขายอีกทอด!
“ผมต้องการเงินตอนนี้เลย แต่ผมยังไม่มีเวลาในการกลั่นยาต้มอี้เฉิน ถ้าคุณคิดจะซื้อจริง ๆ ก็ให้เงินผมก่อน แล้วอีกสองเดือนผมจะให้ยาต้มอี้เฉินกับคุณหมื่นขวด” โจวอี้กล่าว
“ไม่มีปัญหา! ฉันจะสั่งฝ่ายการเงินให้โอนเงินให้นายโดยเร็วที่สุด” หยางเซี่ยวหางพูดเสียงเข้ม
“คุณต้องการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรไหม?”
“ไม่ต้อง ๆ”
จากนั้น โจวอี้ก็วางสายพร้อมกับเผยยิ้มบนใบหน้า
ชายหนุ่มวางแผนที่จะปรุงยาต้มอี้เฉินสองหมื่นขวด โดยจะขายหมื่นขวดแรกให้กับหยางเซี่ยวหาง และให้เฉิงฮ่าวช่วยขายอีกหมื่นขวดที่เหลือ ซึ่งเขาคิดว่ารายได้จากทั้งสองทางนี้น่าจะมากพอให้เขาสามารถซื้อสมุนไพรได้!
สิบวันต่อมา
โจวอี้ยืนอยู่หน้าโกดังในพื้นที่โรงงาน และกำลังมองไปที่จางหม่านเยว่ ซึ่งกำลังแสดงท่าทีกระดากอายต่อหน้าเขาด้วยความขบขัน
ราคาของสมุนไพรพุ่งสูงขึ้น!
และเมื่อเทียบกับสิบวันก่อน มันก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเลยทีเดียว!
แท้จริงแล้ว แม้ว่าเขาจะกว้านซื้อสมุนไพรมามากมายในช่วงสิบวันที่ผ่านมา และทุ่มเงินไปมากกว่าแปดพันล้านหยวน แต่เขาก็คงยังไม่สามารถทำให้ราคาของสมุนไพรสูงขึ้นได้มากนัก ดังนั้นเหตุผลหลักที่ราคาเพิ่มก็เพราะบรรดาคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอยู่เบื้องหลัง!
สามวันก่อน
หัวหน้าของแต่ละภูมิภาคที่สำคัญของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ได้เริ่มตรวจสอบการสั่งซื้อสมุนไพรผ่านช่องทางต่าง ๆ จากนั้นพวกเขาก็พบกับความจริงอันน่ากลัว เพราะสมุนไพรในตลาดลดลงอย่างมาก รวมถึงปลายทางของการจัดส่งก็ล้วนแต่ถูกขนไปที่เมืองจินหลิง!
ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องขึ้นราคา!
อย่างไรก็ตาม เมื่อหนึ่งวันที่ผ่านมา มีกองกำลังจำนวนมากเริ่มที่จะซุ่มซื้อสมุนไพรเช่นกัน ทำให้ราคาของสมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อมีคู่แข่งเข้ามาแย่งซื้อ และเพราะเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลนี้เอง เวลานี้จางหม่านเยว่จึงมาปรากฏตัวต่อหน้าโจวอี้
“ประธานเหลียงคิดจะทำอะไรกันแน่?” โจวอี้ถาม
“ใช่ ๆ” จางหม่านเยว่พูดอย่างเก้อเขิน ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า “ท่านประธานขอให้ฉันถามว่าคุณ ว่าจะซื้อเพิ่มอีกเท่าไหร่? เพราะตอนนี้บรรดานิกายและตระกูลต่าง ๆ ก็พากันแย่งซื้อเหมือนกัน ทำให้ราคาเพิ่มเป็นเท่าตัว และถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ราคาของสมุนไพรจะสูงขึ้นจนอาจก่อให้เกิดเหตุวุ่นวายได้”
“ทุกคนย่อมสามารถซื้อสมุนไพรได้ตามความสามารถและกำลังทรัพย์ที่มี อะไรก็เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เหรอ? เมื่อมีความต้องการ ราคาของสินค้าในตลาดก็ย่อมต้องสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ที่สามารถซื้อได้ก็ซื้อต่อไป ส่วนผู้ที่ไม่สามารถซื้อได้ก็คงได้แต่ยืนดูอยู่เงียบ ๆ” โจวอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ มันก็…” จางหม่านเยว่พูดไม่ออก
เธอรู้ว่าสิ่งที่โจวอี้พูดมานั้นฟังดูสมเหตุสมผล แต่คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงนั้น โดยเฉพาะประธานเหลียง… เขาคนนั้นทั้งรักทั้งชังโจวอี้เลยน่ะสิ
เพราะในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา โจวอี้ได้มีส่วนร่วมและให้การช่วยเหลือต่อคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอย่างมาก ตอนที่เกิดอุบัติเหตุใหญ่ช่วงนั้นก็มีสมาชิกระดับสูง ๆ หลายสิบคนของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงที่ได้รับการช่วยเหลือจากโจวอี้!
แต่!
โจวอี้กลับใช้คุณงามความดีนี้ไปสั่งซื้อวัตถุดิบอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ตอนนี้สมุนไพรส่วนใหญ่ในตลาดมาอยู่ที่โจวอี้เกือบหมด!
ดังนั้น เวลานี้คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงจึงอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่ต้องเผชิญหน้ากับสำนักและตระกูลใหญ่ ๆ ทั้งหลายเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องมาปะทะกับโจวอี้ด้วย
“ลืมไปเถอะ ในเมื่อประธานเหลียงเปิดปากพูดแบบนั้นแล้ว ผมจะหยุดซื้อเอง” โจวอี้หัวเราะ
“จริงเหรอคะ?” จางหม่านเยว่ดูประหลาดใจ
“ผมจะโกหกคุณไปทำไม? เชิญจัดการได้เลย!” โจวอี้โบกมือเป็นเชิงให้หญิงสาวลงมือ
ไม่กี่นาทีต่อมา
โจวอี้ได้โทรออกสองสามสาย เพื่อแจ้งให้คนของเขาทราบและบอกให้พวกเขาหยุดซื้อสมุนไพร
อันที่จริง… แม้ว่าเหลียงชิงไห่จะไม่ทำแบบนี้ แต่ชายหนุ่มก็กำลังจะหยุดซื้อสมุนไพรพวกนี้อยู่พอดี
…เพราะเขาเหลือเงินเพียง 1.8 พันล้านหยวนเท่านั้น!
เงินนี้ไม่ควรใช้ออกไป เพราะเขาตั้งใจที่จะให้หวงไห่เทานำเงินก้อนที่ว่านี้ไปสร้างโรงเรียน! รวมทั้งใช้เพื่อลงทุนในธุรกิจทางการแพทย์กับตระกูลหนี่ในปิงเฉิง และยังต้องลงทุนกับเซี่ยหลู่แห่งเซินเจิ้น
“หัวหน้า ผู้หญิงคนนี้มาจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงงั้นเหรอ?” เหมิงเทียนอ้าวปรากฏตัวต่อหน้าโจวอี้และถามเบา ๆ
“ใช่ จางหม่านเยว่ เธอเป็นรองผู้ตรวจการมณฑลเจียงซู นายไม่รู้จักเธองั้นเหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“พอทราบมาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจ” เหมิงเทียนอ้าวตอบ
เมื่อสิบวันก่อน เขาสัญญาว่าจะภักดีต่อโจวอี้ ซึ่งก่อนที่จะตกลงเช่นนั้น เขาก็ได้ส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์ของโจวอี้ จึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายรู้จักกับคนใหญ่คนโตในเมืองจินหลิง ทั้งยังมีนิสัยดี โจวอี้ได้บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง ซื้อที่ดิน สร้างโรงเรียน และพยายามรับเลี้ยงเด็กเร่ร่อน ซึ่งทำให้เขารู้สึกดีเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่คนเลวร้ายแน่นอน!
หากเขาติดตามโจวอี้ เขาก็คงไม่ต้องกังวลว่าโจวอี้จะทำร้ายหรือหักหลังเขา!
“เหล่าเหมิง ก่อนหน้านี้มีบางอย่างที่ฉันยังไม่ได้บอกนาย แต่ตอนนี้.. ฉันสามารถบอกนายได้แล้ว” โจวอี้ยิ้ม
“อะไรงั้นเหรอ?” เหมิงเทียนอ้าวถาม
“นอกเหนือจากการเป็นศิษย์ของสำนักโอสถแล้ว ฉันยังมีอีกตัวตนหนึ่ง นั่นคือฉันเป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงในเมืองจินหลิง หรือประธานเหลียงชิงไห่ ฉันก็คุ้นเคยกับพวกเขาพอควรเลยทีเดียว” โจวอี้หัวเราะ