หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 652 เปลี่ยนใจ
บทที่ 652 เปลี่ยนใจ
โจวอี้ได้พบกับโจวถงในเย็นวันนั้น
โจวถงยังคงดูเหมือนคนโง่เง่า เขาถูกลากเข้าไปในห้องรับประทานอาหารของโรงแรมวินน์ พาเลซ แต่ยังรู้สึกลังเลและส่งเสียงเอะอะโวยวายเพราะต้องการกลับไปเล่นเกม
“เด็กน้อย ไม่เจอกันนานเลยนะ” โจวอี้ยืนขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้ม
“โจวอี้?”
โจวถงตกตะลึง ความลังเลบนใบหน้าของเขาหายไปทันที และถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ เขาวิ่งไปหาโจวอี้และตะโกนด้วยความดีใจ
“พี่มาที่นี่เพื่อมาเล่นเกมกับผมใช่ไหม? พี่รู้วิธีเล่นเกมนี้หรือเปล่า? นี่เป็นเกมที่สนุกมากเลยนะ มันคือเกมฆ่าคน!”
โจวยี่ยิ้มและตบไหล่อีกฝ่าย “กินข้าวก่อน เสร็จแล้วฉันจะเล่นเกมกับนาย โอเคไหม?”
“อืออือ!” โจวถงยิ้มอย่างพึงพอใจ
เสี่ยวมาวหรือแมวน้อยผู้พาโจวถงเข้ามาในห้องถึงกับประหลาดใจและถอนหายใจ “ร้ายกาจมาก เสี่ยวถงเคยพบนักหลอมโอสถมาก่อนหน้านี้หนึ่งถึงสองครั้งแล้วใช่ไหม? แต่ทำไมคราวนี้เขาถึงดูดีใจกับคุณโจวจังเลยล่ะ? หรือว่าเขาจะเริ่มจดจำคนที่เคยเจอมาก่อนได้บ้างแล้ว?”
เกาเฟิงยิ้มเล็กน้อย “อาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นพี่น้องกัน!”
คำอธิบายนี้…
โจวอี้มองไปยังเกาเฟิงและพยักหน้าให้
จากนั้นจึงดึงโจวถงไปนั่งที่พร้อมยื่นตะเกียบให้ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า “กินเยอะ ๆ กินอิ่มแล้วร่างกายจะได้แข็งแรง”
“ผมกินไปแล้ว” โจวถงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“โจวถง นอกจากชอบกินแล้วนายชอบอะไรอีก?” โจวอี้ถาม
“ผมชอบฝึกยุทธ์และเล่นเกม แล้วก็ชอบเอาชนะคนด้วย คนเลวพวกนั้นสู้ผมไม่ได้หรอก” โจวถงพูดพร้อมชูกำปั้นของเขาขึ้นมา
“ไม่เลวนี่ เสี่ยวถงเก่งมากเลย” โจวอี้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ขณะที่แววตาเป็นประกาย
เขาเอ่ยถามต่อไปด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนว่านายจะอายุยี่สิบปีแล้วใช่ไหม? นอกจากชอบฝึกยุทธ์ ตีคน และเล่นเกมแล้ว นายชอบอย่างอื่นไหม อย่างเช่น ชอบผู้หญิง?”
“แค่กแค่ก…”
“พรูด…”
เกาเฟิงสำลักชาที่อยู่ในปาก
เสี่ยวมาวซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างเกาเฟิงก็สำลักอาหารในปากเช่นเดียวกัน
การแสดงออกของทั้งสองราวกับตกตะลึงอย่างมาก
“ผู้หญิงเหรอ? ไม่ชอบ… ไม่สิ เสี่ยวมาวก็เป็นผู้หญิง ผมชอบเธอมาก! เเล้วก็อันเล่ย แล้วก็… มี… แม่บุญธรรม แม่บุญธรรมของผมก็เป็นผู้หญิง เสี่ยวถงชอบพวกเธอมาก” โจวถงกล่าวพลางยกมือขึ้นนับนิ้ว
“เสี่ยวถง ฉันหมายความว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่นายจะต้องแต่งงานและมีภรรยา?” เมื่อพบว่าโจวถงไม่เข้าใจ โจวอี้จึงถามอย่างตรงไปตรงมา
“แต่งงานและมีภรรยา?”
“ทำไมต้องแต่งงานด้วยล่ะ? เสียเวลามากเลย เสียเวลาเล่นที่สุดเลย”
“ไม่แต่ง ไม่แต่ง ผมไม่อยากแต่ง!”
โจวถงส่ายศีรษะสุดแรง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขยะแขยง
โจวอี้ตบหน้าผากตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไร
เขารับรู้ได้ทันทีว่าสมองของโจวถงต้องได้รับการรักษาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ต้องทำให้กลายเป็นคนปกติเท่านั้น อีกฝ่ายจึงจะเข้าใจความหมายของการแต่งงานและมีลูก และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของตระกูลโจวในการสืบสกุลจะได้ไม่ตกอยู่ที่เขาคนเดียว
เกาเฟิงจ้องมองโจวอี้และโจวถงด้วยสีหน้าขบขัน แต่แอบชื่นชมพวกเขาอยู่ในใจ นี่มันพี่น้องร่วมสายเลือดชัด ๆ
กี่ครั้งแล้วนะที่ได้เห็นอะไรแบบนี้?
เขาเริ่มเป็นห่วงเด็ก ๆ เหล่านี้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือโจวถงที่ต้องเป็นเหมือนกับเด็กไปตลอดชีวิต
อีกอย่าง คนอย่างเสี่ยวถง… ผู้หญิงคนไหนจะอยากอยู่กับเขา?
“น้องโจว ทำไมเราไม่รอพูดถึงเรื่องการแต่งงานของเสี่ยวถงหลังจากที่เขาดีขึ้นล่ะ” เกาเฟิงชี้ไปที่หัวของตนและพูดด้วยรอยยิ้ม
“อืม ผมคงใจร้อนไปหน่อย” โจวอี้ยิ้ม
ทุกคนต่างมีความสุขกับมื้อค่ำนี้
โจวถงซึ่งปกติจะงี่เง่าและหุนหันพลันแล่น ทว่าวันนี้ค่อนข้างมีมารยาทขณะรับประทานอาหาร
ทั้งเกาเฟิงและเสี่ยวมาวพบว่าโจวถงสนิทสนมและเชื่อฟังโจอี้เป็นอย่างมาก
แววตาของโจวอี้ที่จ้องมองมายังโจวถงก็เต็มไปด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังมี…ความรักที่เต็มเปี่ยมในแววตานั้นด้วย
“เจ้านายคะ มีโอกาสเป็นไปได้ไหมที่โจวอี้กับโจวถงจะเป็นพี่น้องกัน?”
เสี่ยวมาวฉวยโอกาสขณะที่โจวอี้นำอาหารมาให้โจวถง เธอจึงกระซิบกระซาบกับเกาเฟิง
“อย่าพูดอะไรไร้สาระ” เกาเฟิงตำหนิเบา ๆ
เขารู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจวอี้และโจวถงดี แต่ก็ไม่ได้คิดจะบอกเรื่องนี้กับใคร
เรื่องการสังหารหมู่ตระกูลโจวนั้นพิเศษเกินไป หากผู้คนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโจวอี้และโจวถง รวมถึงรู้ว่าพวกเขาเป็นลูกหลานของตระกูลโจว แม้จะผ่านไปกว่ายี่สิบปี พวกเขาก็ยังต้องตกอยู่ในอันตราย
ทันใดนั้น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เขาก็ต้องผงะในทันที
เขาพลันตระหนักได้ว่าการที่โจวอี้เสนอขายทรัพยากรการฝึกให้เขาในราคาต่ำ แสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง…เพื่อปิดปากเขาใช่หรือไม่?
โจวอี้คนนี้…ไม่ง่าย!
โจวอี้ลุกขึ้นไปจ่ายค่าอาหาร แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ เกาเฟิงได้เช่าห้องสูทที่ดีที่สุดในโรงแรมวินน์พาเลซให้กับโจวอี้ และเขาสามารถอยู่ที่นั่นได้นานเท่าที่ต้องการ
เกาเฟิงไม่ได้เร่งรีบที่จะจากไป หลังจากสั่งให้เสี่ยวมาวออกไปก่อน เขาก็พาโจวถงไปหาโจวอี้ในห้องพัก
เขารู้ว่าโจวอี้ยังมีคำถามสำคัญที่ยังไม่ได้เอ่ยถามโจวถง
ทว่าจวบจนกระทั่งเวลาสี่ทุ่ม โจวอี้ก็ยังไม่ได้ถามโจวถงว่าต้องการไปกับตนหรือไม่ ดังนั้นเกาเฟิงจึงฉวยโอกาสขณะที่โจวถงไปเข้าห้องน้ำเอ่ยถามโจวอี้ “น้องโจว นายจะพาเสี่ยวถงกลับไปไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่ลองถามความคิดเห็นเขาหน่อยล่ะ?”
“ผมเปลี่ยนใจแล้ว” โจวอี้ยิ้ม
“เปลี่ยนใจแล้ว?”
“ถูกต้อง ผมรู้สึกว่าการได้ใช้ชีวิตและพักผ่อนในมาเก๊าอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับโจวถง แต่…” โจวอี้ลังเลที่จะพูด
“แต่อะไร?” เกาเฟิงถามด้วยความประหลาดใจ
“ผมหวังว่าพี่จะหาทางทำให้โจวถงแต่งงานได้ภายในหนึ่งปี หากพี่ทำได้ ผมสัญญาว่าเขาจะอยู่เคียงข้างพี่ต่อไป ที่ผมขอแบบนี้เพราะแม้ว่าตระกูลโจวของเราจะถูกศัตรูฆ่าตายจนศพเกลื่อนไปทั่วผืนดิน ผมก็จะได้ไม่ต้องกลัวว่าตระกูลโจวจะไม่มีผู้สืบสกุล” โจวอี้พูดอย่างจริงจัง
เกาเฟิงเข้าใจในทันที
หาผู้หญิง!
หากเขาต้องการจะหาผู้หญิงให้โจวถง นับประสาอะไรกับแค่หนึ่งคน ต่อให้เป็นร้อยคนเขาก็หาให้ได้
ความหมายของโจวอี้นั้นชัดเจนมาก ตราบใดที่โจวถงสามารถสืบสายเลือดของตระกูลได้ ทุกอย่างล้วนโอเค
เกาเฟิงหายใจเข้าลึกและให้คำสัญญาอย่างจริงจัง
“อย่างช้าที่สุดใช้เวลาไม่เกินหนึ่งปี ฉันรับประกันได้ว่าเสี่ยวถงจะต้องได้แต่งงานแม้เขาจะยอมตายมากกว่าเชื่อฟังและปฏิบัติตามก็เถอะ และฉันก็จะให้ผู้หญิงคนนั้นตั้งท้องลูกของเขาด้วย”
“ขอบคุณมากครับพี่เกา” โจวอี้กล่าว
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เขาเป็นลูกบุญธรรมของฉัน ฉันเองก็หวังจะได้เห็นเขาแต่งงานเหมือนกัน” เกาเฟิงกล่าว
เมื่อโจวอี้ได้รับการยืนยันจากเกาเฟิง เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
ดังนั้นเช้าวันรุ่งขึ้น เขาจึงมายังโถงฝึกยุทธ์ที่โจวถงมักจะอาศัยอยู่
ในขณะนี้ ห้องโถงฝึกยุทธ์มีชีวิตชีวามาก ผู้ฝึกยุทธ์หลายสิบคนกำลังออกกำลังกาย
มีชายหญิงร่างกำยำจำนวนมากในหมู่พวกเขา
“โจวอี้ เรามาสู้กันดีไหม?” โจวถงยืนอยู่ข้างเวทีและถามอย่างตรงไปตรงมา
“นายเอาชนะฉันไม่ได้หรอก” โจวอี้ยิ้ม
“พ่อบุญธรรมเคยบอกว่า เราจะรู้ว่าสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้หรือไม่ก็ต่อเมื่อลงมือต่อสู้แล้ว”
“งั้นฉันจะสู้กับนายก็ได้ แต่ถ้านายแพ้ห้ามร้องไห้นะ”
โจวถงแสดงท่าทางมีความสุขในทันใด เขากระโดดขึ้นไปบนสังเวียนทันที และตะโกนบอกชายที่แข็งแกร่งสองคนด้านบนที่กำลังต่อสู้
“ทุกคนออกไปก่อน! ฉันจะสู้กับโจวอี้!” เสียงของเขาดังก้องจนทุกคนในห้องโถงฝึกยุทธ์ได้ยินอย่างชัดเจน