หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 706 ฆ่า!
บทที่ 706 ฆ่า!
“ที่รัก เห็นอะไรเหรอ?” หญิงสาวในชุดบิกินี่ถามด้วยความสงสัย
“เธอคิดว่าจะมีใครในโลกนี้บินได้ไหม?”
เฉินเฉินถามขณะลดมือที่ถือกล้องส่องทางไกลเอาไว้ ระหว่างนั้นก็ใช้มืออีกข้างขยี้ตา
“ถ้าคนบินได้ หมูก็ปีนต้นไม้ได้แล้ว”
“คนจะบินได้ยังไง! ไม่มีปีกซะหน่อย แล้วก็ไม่ใช่ซูเปอร์แมนด้วย”
หญิงสาวอีกสองคนส่ายหัวขณะกล่าว
เฉินเฉินยกกล้องส่องทางไกลเล็งไปทางเรือยอร์ชลำหรูอีกครั้ง มองสองร่างที่ถือดาบเหาะไปมา
“ที่รัก มานี่สิ” เฉินเฉินจูงหญิงสาวข้างกายมาก่อนหยิกต้นขาเธอ
“โอ๊ย เจ็บ…” เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“เจ็บเหรอ ถ้าเจ็บก็แปลว่าไม่ใช่ฝันน่ะสิ ร้ายกาจจริง ๆ ในโลกนี้จะมีคนบินได้ยังไง หรือว่าพวกเขาจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์กลางทะเลกันนะ” เฉินเฉินพึมพำ
กลางท้องทะเล
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงเลือดขึ้นหน้า แสงส่องจากดาบใช้ที่ฟาดฟันกันไม่หยุดหย่อน เบื้องล่างคือผืนน้ำที่ระเบิดไปทั่ว ปลาทะเลที่โชคร้ายหลายตัวตายจากพลังที่แผ่มาจากแสงของดาบ
“ตัดแสงเหนือ…”
ร่างของฉู่มู่เฟิงเหาะลอยกลางอากาศสูงขึ้นเป็นเป็นสิบเมตรก่อนหยุดลง ทว่าทันใดนั้นปราณที่โหมกระหน่ำราวกับพายุก็ซัดใส่ถังหลินเฟิงอย่างต่อเนื่อง
“ทักษะการโจมตีของสำนักเต๋าตงจีเหรอ นายนามสกุลฉู่จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
“ก็ได้ ในเมื่อนายไม่ยอม งั้นก็อย่ามาโทษว่าฉันโหดร้ายแล้วกัน”
“ดาบชางหง ออกไปจัดการซะ…”
ถังหลินเฟิงปล่อยดาบออกไปด้วยแววอาฆาต ดาบก่อตัวคล้ายสายรุ้งยาวกลายเป็นคมดาบทรงพลัง เข้าปะทะราวกับฝนฟ้าถล่ม
บนเรือยอร์ช
เซี่ยหลู่นั่งแทะเมล็ดแตงโม สายตาดูครุ่นคิดหนัก
“เจ้าโง่สองคนนั้นน่าสมเพชจริง ๆ ถ้าใครตายที่นี่ขึ้นมาคงเป็นที่สนใจแน่ สำนักดาบซูซันกับสำนักเต๋าตงจีต้องมาตามเอาคืนแน่” เซี่ยหลู่กล่าว
“ถ้าหนึ่งในพวกเขาตาย คุณจะเดือดร้อนเอานะ” โจวอี้เตือน
“ฉันเป็นศิษย์สำนักโอสถแล้วนะ จะต้องกลัวใครอีก”
เธอพ่นเมล็ดแตงโมและเอ่ยอย่างเย่อหยิ่งขณะสั่นขาไปมา
“…”
เขาพลันรู้สึกว่าการชักชวนเธอเข้าสำนักโอสถเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุด เป็นเทพธิดาทรงเสน่ห์ที่ไหนกัน ก็แค่ผู้หญิงวุ่นวายคนหนึ่งเท่านั้น
ทว่าหากหนึ่งในสองคนนี้ตายก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอยู่ดี สำนักโอสถไม่เกรงกลัวสำนักดาบซูซันหรือสำนักเต๋าตงจี อีกทั้งสองคนนี้ยังสู้กันเพราะความหึงหวง แล้วจะเกี่ยวข้องอะไรกับเซี่ยหลู่กัน อย่างมาก…ก็พูดได้เพียงแค่เสน่ห์ของเธออันตรายเกินไป
การมีเสน่ห์ผิดตรงไหนกัน?
ไม่เลย!
ดังนั้นไม่ว่าใครจะตายหรือบาดเจ็บสาหัสก็ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ และไม่เกี่ยวข้องกับสำนักโอสถด้วย
เหนือท้องทะเลห่างออกไป
เพียงไม่กี่นาที ถังหลินเฟิงและฉู่มู่เฟิงก็งัดวิชามาใช้สารพัด ผืนน้ำกระเพื่อมอย่างรุนแรง ดาบปะทะดาบส่งแสงบดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ แรงระเบิดรุนแรงทำให้ทะเลสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณยิ่งกว่าเดิม
“ไอ้คนสกุลถัง เซี่ยหลู่ถูกกำหนดมาให้คู่กับฉันโว้ย! ในโลกนี้ไม่มีใครแย่งเธอไปได้หรอก” ฉู่มู่เฟิงโผเข้าปะทะพร้อมดวงตาแดงก่ำ ปราณดาบราวกับคลื่นรุนแรง ฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“ถ้าเธอไม่ยอมตกลงปลงใจด้วย เธอก็ไม่ได้เป็นผู้หญิงของนายแล้ว อีกอย่างฉันตามจีบอู๋ซินเยว่ต่างหาก คิดว่าฉันจะหมางเมินคนที่ชอบแล้วหันไปคบกับเซี่ยหลู่เหรอ โง่หรือเปล่าเนี่ย?”
ถังหลินเฟิงรูดนิ้วกับคมดาบจนเลือดเคลือบดาบยาว แสงจากดาบก็แดงฉานขึ้นมา ทำให้พลังของดาบเพิ่มขึ้นในทันที
“เอาเลยสิ!”
ถังหลินเฟิงส่งพลังไปสู่ดาบ พลังฟ้าดินจากทุกสารทิศและพลังดวงดาวโอบล้อมดาบทันที หลังกวัดแกว่งดาบ ดาบก็ขยายขึ้นเป็นสิบเมตร
“ถ้าเอ็งไม่ชอบเซี่ยหลู่แล้วมาสู้กับฉันทำไมวะ!?” ฉู่มู่เฟิงขึ้นเสียงบอก
การต่อสู้ดุเดือดเต็มที ทั้งเขาและถังหลินเฟิงบาดเจ็บจากการโจมตีใส่กัน มีแผลจากดาบกันทั้งคู่ ส่วนเสื้อผ้าก็เลอะไปด้วยคราบเลือด
“เป็นเอ็งต่างหากที่อยากสู้กับฉันน่ะ!” ถังหลินเฟิงตวาดกลับ
ในจังหวะต่อมา! ทั้งสองใช้ท่าไม้ตายแทบจะพร้อมเพรียงกัน กระแสปราณจากดาบทำลายไปทั่วบริเวณ ท้องทะเลเบื้องล่างปะทุขึ้นกลายเป็นระลอกคลื่นนับไม่ถ้วน ทั้งสองร้องโอดครวญพร้อมกัน สองร่างกระเด็นถอย แผลจากดาบบนตัวลึกขึ้น
ห่างออกไป
เฉินเฉินหน้าซีด ริมฝีปากสั่นเทา เขายืนอึ้งมองผู้ฝึกยุทธ์สู้กันอย่างดุเดือด สีหน้าเต็มไปด้วยความตกะลึง
ทรงพลัง! แข็งแกร่งมาก! แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ในหนังหรือละครยังไม่มีพลังเท่านี้เลยไม่ใช่หรือ?
เมื่อมองจากรัศมีหลายกิโลเมตร จึงทำให้เห็นแต่ท่าทางน่าเกรงขาม ราวกับโลกถูกดาบแบ่งผ่าออกจากกัน
เฉินเฉินรู้สึกว่าต่อให้อยู่ห่างออกมาเป็นพันเมตร เขาก็อาจถูกดาบฟันไม่เหลือชิ้นดีได้
“เทพเจ้า!”
“สองคนนี้… จะเป็นไอดอลของฉันต่อจากนี้ไปเลย”
“มีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ในโลกนี้จริง ๆ ด้วย”
“อยากฝึกด้วยจัง แล้วก็อยากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ด้วย จะสู้เพื่อผดุงคุณธรรมเอง และจะพยายามให้ถึงที่สุด”
“ลุยเลย!”
เฉินเฉินกำหมัดเหวี่ยงไปมาหลายครั้ง
อีกด้านหนึ่งบนเรือยอร์ช
โจวอี้ละสายตามามองเซี่ยหลู่ที่นั่งแทะเมล็ดแตงโมอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “พวกเขาบาดเจ็บกันหมดแล้ว ถ้าสู้ต่อไปคนใดคนหนึ่งได้ตายแน่ ส่วนอีกคนสภาพก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากัน จะไม่ไปห้ามจริงเหรอ?”
“พวกเขาอยากสู้กันเอง แล้วทำไมฉันต้องสนใจด้วย” เธอเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกเขาไม่ได้เป็นคนไม่ดี จำเป็นต้องมาตายที่นี่ด้วยหรือไง” โจวอี้ท้วง
“อะไรเล่า อยู่ ๆ ก็เกิดเป็นพ่อพระขึ้นมาเหรอ?” เธอขมวดคิ้วพลางโยนเปลือกเมล็ดแตงโมทิ้ง
“ผมแค่ไม่อยากให้ใครตายโดยใช่เหตุ” โจวอี้ตอบ
เธอลุกขึ้นเดินไปที่ขอบเรือ สองมือไพล่หลังขณะจ้องคนสองคนที่สู้กันอยู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“โจวอี้ นายต้องรู้ไว้ว่าโลกผู้ฝึกยุทธ์โหดร้ายมาก ตายก็ต้องตาย พวกเขาจะเอาตัวรอดในโลกได้ก็ต้องมีประสบการณ์การสู้จริง ฉันว่าก่อนหน้านี้พวกเขาอาจจะไม่ค่อยได้ลงสนามสักเท่าไหร่”
“ยิ่งไปกว่านั้น ความเป็นความตายของคนอื่นมันเกี่ยวข้องกับฉันตรงไหนกัน”
“ฉันปกป้องคนที่ฉันเป็นห่วง ฆ่าคนที่ต้องการทำร้ายฉัน”
“ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนเลือดเย็น ก็แค่โลกผู้ฝึกยุทธ์มันโหดร้ายเกินไป”
“อีกอย่างฉันเองก็เป็นนักธุรกิจ การทำธุรกิจก็ต้องได้ค่าตอบแทนสิ”
“ฉู่มู่เฟิงมาตามตอแยทำให้ฉันเดือดร้อน ต่อให้ไม่อยากฆ่าเขาก็ยังอยากให้ทุกข์ทรมานอย่างหนักอยู่ดี”
“ส่วนถังหลินเฟิงก็ตื๊อเพื่อนแสนดีของฉันอย่างอู๋ซินเยว่ไม่เลิก ฉันเชื่อว่าเธอก็อยากสั่งสอนเขาเหมือนกันแหละ”
“ในเมื่อพวกเขาอยากกัดกันเป็นหมาก็ปล่อยให้พวกเขาทำไปเถอะ”
“ใครตายก็ช่วยเก็บศพแล้วกัน”
“ส่วนใครรอดแต่บาดเจ็บสาหัส บางทีเราอาจเสนอขายยาฟื้นฟูในราคาสูงก็ได้นะ”
โจวอี้นิ่งเงียบไปขณะจ้องแผ่นหลังของเธอ เขาเข้าใจว่าสิ่งที่เธอบอกมีเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยหลู่ยังไม่ใช่คนใจดำ แค่เธอผ่านประสบการณ์เลวร้ายมาโชกโชน จึงชีวิตด้วยตรรกะเช่นนี้เท่านั้นเอง!
เธอไม่ยอมเข้าไปแทรกแซง และปล่อยให้เจ้าโง่ทั้งสองห้ำหั่นกันเอง! การที่ฝ่ายหนึ่งตายและฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บไม่ใช่จุดจบที่ดี
ตายและถูกฝังร่างในท้องทะเลกว้างใหญ่ เพื่อให้ไม่ไปตามตอแยผู้หญิงของใครอีกเป็นการดีที่สุด
ทันใดนั้นเซี่ยหลู่ก็หันมา
เธอมองหน้าเขาและเอ่ยเสียงเข้ม “ฉันทนมองพวกเขาตายได้ แต่ในโลกนี้ถ้ามีใครกล้าทำร้ายนาย ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิต ฉันก็จะส่งพวกเขาไปเกิดใหม่ให้ได้”