หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 707 คำเตือน
บทที่ 707 คำเตือน
การต่อสู้ระหว่างถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงใกล้จะสิ้นสุดลงไปทุกที อย่างไรเสียถังหลินเฟิงก็เพิ่งบรรลุระดับระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ยังห่างจากฉู่มู่เฟิงที่บรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์ไปแล้วเมื่อปีก่อน
ครู่เดียวพวกเขาก็สู้กันอย่างดุเดือด ทว่ามันดำเนินไปเพียงไม่นาน ถังหลินเฟิงก็ต้านไม่ไหวอีกต่อไปความบาดหมางนี้ว่ากันง่าย ๆ เกี่ยวข้องกับผู้หญิงทั้งสิ้น อีกทั้งยังไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาหลงรักอีกด้วย
“ฉู่มู่เฟิง ฉันยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่านายอยู่บ้าง แต่ถ้าฉันตั้งใจจริง ๆ นายต่างหากที่จะเป็นฝ่ายตาย” ถังหลินเฟิงคว้าบอลโลหะขึ้นมา
แววตาฉู่มู่เฟิงวูบไหว ทว่าเขาดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังถืออะไรอยู่ในมือ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปและเผยให้เห็นแววหวั่นเกรง
เขารู้จักสิ่งนั้นดี อัสนีโลหะที่หลอมโดยนักหลอมสร้างอาวุธจากตำหนักหมื่นประดิษฐ์ สิ่งนั้นทรงพลังมาก แม้แต่พวกที่อยู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ยังอาจตายได้จากแรงระเบิด
“ในเมื่อนายยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว ต่อไปก็อยู่ให้ห่างเซี่ยหลู่” ฉู่มู่เฟิงเอ่ยเสียงเย็น
“เหอะ!” ถังหลินเฟิงส่งเสียงค่อนแคะ
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเรียกได้ว่ามาถึงจุดจบแล้ว พวกเขาเหาะไปยังเรือยอร์ชหรู ทันใดนั้นก็เห็นเซี่ยหลู่กับชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งแทะเมล็ดแตงโมพลางพูดคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ท่าทางเหมือนกำลังรับชมการแสดงอยู่ด้านหัวเรือ
อะไรกัน? หรือเซี่ยหลู่มาดูการต่อสู้ดุเดือดของพวกเขาที่นี่
น่าสนใจขนาดนั้นเลย?
ทันใดนั้น พวกเขาก็เห็นชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะโยนเปลือกเมล็ดแตงโมทิ้งก่อนจะลุกขึ้นก้าวไปทางขอบเรือ
โจวอี้มองทั้งสองเหาะกลับมาพร้อมบาดแผลบนร่างกาย เขาพ่นลมหายใจ กระแสปราณระลอกใหญ่กดดันพวกเขา ร่างของโจวอี้ค่อย ๆ ลอยขึ้น เท้ายกเหยียบก้าวไปกลางอากาศ เขาขวางทางทั้งสองกลับไปที่เรือยอร์ช
“นายเป็นใคร?”
“หมายความว่ายังไง?”
สีหน้าถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงเปลี่ยนไปทันที พวกเขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมมาหา และยังรู้ว่าคนนี้ระดับการฝึกสูงกว่าตนเอง
“ไม่ได้มีอะไร แค่จะเตือนว่าต่อไปนี้อยู่ให้ห่างจากอู๋ซินเยว่กับเซี่ยหลู่ซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดหัวพวกนายแล้วโยนร่างลงทะเลให้เป็นอาหารฉลาม”
โจวอี้เอ่ยด้วยท่าทีเหี้ยมเกรียม
“เก่งมาจากไหนถึงได้อวดดีขนาดนี้ อู๋ซินเยว่กับเซี่ยหลู่เกี่ยวข้องอะไรกับนาย ทำไมถึงได้กล้ามาเตือนเรา” ถังหลินเฟิงถามอย่างเกรี้ยวกราด
“ในหมู่คนรุ่นใหม่ ไม่มีหน้าไหนกล้าท้าทายเรา แล้วนี่ไปเอาความกล้าที่ไหนมา อย่ามาทำเก่งนะโว้ย!” แม้ฉู่มู่เฟิงจะเจ็บหนัก แต่จิตวิญญาณนักสู้ยังคุกรุ่น
“ก็คนตรงหน้านี่ไง” โจวอี้ตอกกลับและเอื้อมมือไปด้านหลัง
ทันใดนั้นเอง พี่จินก็พุ่งเข้าไป พร้อมไม้เท้าหัวมังกรที่เข้ามาอยู่ในมือโจวอี้
“อยากรู้ว่าทำไมถึงได้มาเตือนน่ะเหรอ จะบอกให้สามข้อแล้วกัน ข้อแรกคือซินเยว่เป็นแม่ของลูกฉัน ข้อสองคือเซี่ยหลู่เป็นผู้หญิงของฉัน และข้อสามคือฉันแข็งแกร่งกว่าพวกนาย” โจวอี้เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
“พูดบ้าอะไรกัน?”
“พูดจาหมา ๆ ออกมาชัด ๆ”
ถังหลินเฟิงและฉู่มู่เฟิงโกรธขึ้นมาทันที
พวกเขาจ้องหน้าโจวอี้ขณะยกดาบขึ้น เตรียมพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ
“ฮ่า ๆ…”
เสียงหัวเราะเริงร่าดังมาจากปากเซี่ยหลู่ เธอโยนเปลือกเมล็ดแตงโมทิ้งก่อนจะเหาะขึ้นกลางอากาศมาอยู่ข้างโจวอี้ มือเรียวสวยคล้องแขนเขาพลางมองถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิง
“เขาพูดถูก อู๋ซินเยว่ท้องลูกชายเขาอยู่ ฉันเองก็เป็นหนึ่งในผู้หญิงหลายคนของเขา พวกคุณควรรู้ความจริงข้อหนึ่ง บุปผาโปรยร่วงด้วยมีใจ สายนทีไหลผ่านไร้ไมตรี[1] ซินเยว่กับฉันคบกับพวกคุณไม่ได้หรอก”
ทอดสะพานให้ก็แล้ว ทำทุกสิ่งอย่างเพื่อเขาก็แล้ว แต่เขายังไม่เหลียวแลไม่เห็นคุณค่า
“เซี่ยหลู่ คุณ…” ฉู่มู่เฟิงหัวเสียขึ้นมา
“อะไรเล่า เรื่องหัวใจบังคับกันได้ที่ไหน พวกคุณเป็นอัจฉริยะหายากของสำนัก แต่ผู้ชายของฉันก็แข็งแกร่งกว่าอยู่ดี” เธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
เมื่อได้ยินแบบนี้เขาก็ปวดใจขึ้นมา ถังหลินเฟิงหน้าเสีย สายตาเต็มไปด้วยแววเหลือเชื่อ เขาจ้องหน้าเธอพร้อมถามว่า “พูดจริงเหรอ? อู๋ซินเยว่…ตั้งท้องลูกของเขาจริงเหรอ?”
“ใช่สิ สี่ห้าเดือนได้แล้ว” เธอยิ้ม
“นายเป็นใครกันแน่?” ถังหลินเฟิงมองหน้าโจวอี้และกัดฟันกรอด
“คิดจะฉวยโอกาศทำร้ายคนอื่นตอนถามถึงพื้นเพหรือไง ถ้าอย่างนั้นก็คงยิ่งโง่ เพราะไม่ว่าจะเป็นฉัน อู๋ซินเยว่ หรือเขา เราต่างก็เป็นศิษย์สำนักโอสถทั้งนั้น” เธอยิ้ม
สำนักโอสถ?
เซี่ยหลู่กับอู๋ซินเยว่เป็นศิษย์สำนักโอสถตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงสบตากันแล้วก็รู้สึกว่าเธอกำลังพูดจาเหลวไหล
โจวอี้สังเกตท่าทีของพวกเขา ก่อนจะค่อย ๆ ยกไม้เท้าหัวมังกรในมือและเอ่ยเสียงเรียบ
“พวกเธอเป็นศิษย์สำนักโอสถของเราจริง ๆ แต่เพิ่งเข้าร่วมได้ไม่นาน ฉันเองก็เป็นศิษย์สำนักโอสถ ไม้เท้าในมือตอนนี้ก็เป็นหลักฐานพิสูจน์ได้”
ไม้เท้าหัวมังกร?
อาวุธของเจ้าสำนักโอสถงั้นเหรอ?
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงเคยรู้เรื่องไม้เท้าหัวมังกร และดูออกในทันทีว่าเป็นของแท้
นี่เป็นเรื่องจริง!
ทว่าไม้เท้าหัวมังกรเป็นของของเจ้าสำนักโอสถ ทำไมถึงได้มาอยู่ในมือของชายคนนี้ได้?
ฉู่มู่เฟิงมองหน้าถังหลินเฟิงและถามเสียงเข้ม “นายอยากจะสู้หรือเปล่า?”
“สู้สิ!” อีกฝ่ายว่าพลางกัดฟันกรอด
สู้เหรอ? นี่ไม่ใช่สงครามหรอกหรือ?
โจวอี้มองพวกเขาแล้วอดค่อนแคะไม่ได้
การต่อสู้แค่ต้องลุ้นผลแพ้ชนะ แต่การทำสงครามเป็นเรื่องของความเป็นความตาย สองคนนี้อ่อนกำลังอยู่แล้ว ทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มสู้ด้วยซ้ำ! โจวอี้คว้ามือเซี่ยหลู่และกลับไปยังหัวเรือ ระหว่างนั้นก็จับตามองพวกเขาอย่างใกล้ชิด ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ฉันให้เวลาพวกนายฟื้นตัวสองชั่วโมง แล้วจะไปเล่นงานให้น่วมเลย”
เซี่ยหลู่รีบคว้าขวดสองขวดออกมาและหัวเราะ “พวกคุณบาดเจ็บกันอยู่ เขาไม่อยากฉวยโอกาสนี้ ฉันเลยมาเสนอความช่วยเหลือ! นี่เป็นโอสถฟื้นฟูชั้นดีเลยนะ ถ้าพวกคุณอยากได้ ฉันจะขายให้”
โอสถฟื้นฟูของสำนักโอสถ?
พวกเขาคล้อยตามและนึกสนใจ
“คุณขายเท่าไหร่?” ถังหลินเฟิงถามเสียงเข้ม
“ยาฟื้นฟูขวดละสองร้อยแก่นวิญญาณ” เธอเอ่ยเสียงดัง
“เซี่ยหลู่ บ้าไปแล้วเหรอ? ขนาดยาฟื้นฟูในตลาดมือยังขายกันอย่างมากแค่ห้าสิบแก่นวิญญาณเลย กล้าดียังไงมาขายสองร้อย เห็นเราเป็นคนโง่เหรอ?” เขาท้วงด้วยท่าทีก้าวร้าว
“คุณนี่มันไม่ฉลาดเลย! ไม่อย่างนั้นคุณจะสู้กันไปเพื่ออะไรล่ะ” เธอว่าอย่างไม่ยี่หระ “นี่เป็นโอกาสเดียวนะ จะซื้อหรือเปล่า? ถ้าสู้กับผู้ชายของฉันทั้งที่บาดเจ็บจะต้องโดนเล่นงานปางตายเอาได้นะ อาจจะกลายเป็นขี้ปากของคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์ก็ได้”
การพ่ายแพ้น่าสังเวชถึงขนาดนั้นเลย?
พวกเขาทั้งคู่คิดหนัก
พวกเขาไม่อยากแพ้ ยิ่งแพ้เจ้าหมอนี่ยิ่งไม่ได้เด็ดขาด
มันเป็นศักดิ์ศรีของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดศัตรูหัวใจ หรือระบายความโกรธและหึงหวงก็ตาม
“ผมซื้อ” ถังหลินเฟิงกัดฟันตอบ
“ผมก็ซื้อ” ฉู่มู่เฟิงตอบแบบกระชากเสียง
เซี่ยหลู่อารมณ์ดีและโยนขวดยาให้พวกเขา ก่อนจะยื่นมือไปพร้อมเอ่ยว่า “ส่งแก่นวิญญาณมาให้ฉันสิ!”
“เดี๋ยวจ่าย วันนี้ไม่ได้เอามาด้วย” ถังหลินเฟิงกล่าว
“ไม่มีปัญหา มาทำใบรับรองการเป็นลูกหนี้ไว้ก่อน”
เธอบอกขณะส่งสัญญาณให้พี่จิน
ใบรับรองการเป็นลูกหนี้?
ทำไมต้องทำใบรับรองการเป็นลูกหนี้กับแค่สองร้อยแก่นวิญญาณด้วย?
พวกเขารู้สึกเหมือนโดนดูถูก
ทว่า…เมื่อนึกถึงการต่อสู้หลังจากนี้ ก็ได้แต่จำยอมทำใบรับรองการเป็นลูกหนี้กับเซี่ยหลู่
[1] บุปผาโปรยร่วงด้วยมีใจ สายนทีไหลผ่านไร้ไมตรี หมายถึง การหลงรักข้างเดียว