หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 710 คนช่างตื๊อ
บทที่ 710 คนช่างตื๊อ
กลิ่นหอมโชยมา เงาสาวสวยอยู่ตรงหน้าเขา หากเป็นก่อนหน้านี้เฉินเฉินคงตื่นเต้นกับความสวยชวนตกตะลึงนี้ ทว่าตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย เมื่อนิ้วเรียวสวยฟาดแก้มเขา เสียงตบหน้าดังก้องในหูทุกคน ร่างของเฉินเฉินกระเด็นร่วงตกน้ำทันที
“โห…”
จากนั้นเซี่ยหลู่ก็เหยียบบนผิวน้ำและลากเขาขึ้นมา โยนเขาขึ้นกลางอากาศท่ามกลางเสียงตบที่ยังดังให้ได้ยิน
“อยากจะตอบแทนเหรอ?”
“อยากจะส่งสาวสวยมาเหรอ?”
“ไม่เห็นหัวฉันเลยหรือไง!”
“ฉันเอาแกตายแน่!” เซี่ยหลู่ต่อว่าและลงมือทันที
เฉินเฉินถูกเล่นงานจนเจ็บปวดปางตาย เธอไม่ได้ลงไม้ลงมือหนัก แต่เป็นการทรมานเฉินเฉินซะมากกว่า
“พระเจ้าช่วย! เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรน่ะ คนบินได้เหรอ?”
“สาวสวยคนนั้น… เป็นมีจอมยุทธ์อย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันฝันไปหรือเปล่าเนี่ย?”
“พระเจ้าช่วย!”
คนบนเรือยอร์ชรวมถึงสาวที่อยู่ในชุดบิกินี่อุทานด้วยความแตกตื่น เมื่อเห็นเฉินเฉินถูกเซี่ยหลู่เหาะเข้ามาทำร้าย พวกเขาพากันตกใจกันสุดขีด
“พอได้แล้ว ทำไมต้องไปถือสาเด็กไร้หัวคิดแบบนี้ด้วย” โจวอี้ส่ายหน้าพลางรั้งเธอเอาไว้ สายลมพันโอบรอบเอวและขาของเธอ เจ้าตัวไม่ขัดขืน ยอมให้ดึงกลับมาอยู่ตรงหน้าเขา
ส่วนเฉินเฉิน…แม้ว่าโจวอี้จะไม่อยากเสวนาด้วย แต่ก็ยังลากตัวกลับขึ้นมาบนเรือยอร์ชให้
ก่อนจะแยกย้ายกลับ โจวอี้กับเซี่ยหลู่กลับไปยังห้องโดยสารและนั่งสังเกตการณ์ผ่านกระจกอยู่ในห้องอาหาร พวกเขามองถังหลินเฟิงและฉู่มู่เฟิงที่อยู่ทางหัวเรือ ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ดีแก่ใจ
“ฉันรับรองได้เลยว่าพวกเขาไม่มีทางมาตามรังควานฉันกับซินเยว่อีก” เซี่ยหลู่เอ่ยพลางยิ้มและถอนสายตาออกมา “ด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีของพวกเขา วันนี้ความมั่นใจถูกทำลายจนป่นปี้แล้ว ฉันเชื่อว่าพวกเขาได้จำบทเรียนนี้ไปชั่วชีวิตแน่”
“ผมรังแกหนักเกินไปเหรอ?” โจวอี้ถาม
“จะเรียกว่ารังแกได้ยังไง พวกเขากล้ามาแย่งผู้หญิงของนายนะ! ไม่ฆ่าพวกเขานี่ก็ถือว่าไว้หน้าแค่ไหนแล้ว” เธอรวมตัวเองเป็นหนึ่งในผู้หญิงของโจวอี้
“สงวนท่าทีหน่อยเถอะ” เขาว่าปราม
“สงวนท่าทีอะไรกัน นายตัดสินใจให้ฉันเป็นผู้หญิงของนายแล้ว แค่พูดถึงมันจะทำให้ฉันดูเก็บอาการน้อยลงเหรอ” เธอท้วงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
เรือยอร์ชอีกลำลอยอยู่บนท้องทะเล ในที่สุดเฉินเฉินที่ถูกเล่นงานน่วมจนเจ็บไปทั่งร่างและนอนอยู่บริเวณหัวเรือก็ฟื้นขึ้นมา
“ตามไป! ตามเรือลำนั้นไป!”
เฉินเฉินตะโกนและชี้ไปทางเรือยอร์ชลำหรูที่แล่นห่างออกไป แม้การถูกทำร้ายจะเจ็บปวด แต่มันก็ไม่สามารถทำลายความมุ่งมั่นที่จะฝึกยุทธ์ของเขาได้
“เฉินเฉิน ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นจอมยุทธ์เหมือนกันเหรอ?”
ชายหนุ่มอีกคนถามขึ้นทั้งที่ยังตัวสั่น
“ใช่” เฉินเฉินตอบ เขาดูออกว่าคนในเรือยอร์ชหรูของผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเยี่ยเฉิงน่าจะเป็นจอมยุทธ์ทั้งหมด และเขาเองก็ต้องการเป็นศิษย์เช่นกัน โดยนับถือหนุ่มหล่อผู้แข็งแกร่งเป็นท่านอาจารย์
ต่อให้ถูกทุบตีหรือหมางเมิน ก็ยังจะดึงดันและทำให้อีกฝ่ายยอมรับให้ได้
เรือยอร์ชสองลำแล่นอยู่บนท้องทะเล ลำหนึ่งนำหน้า ลำหนึ่งตามหลัง ทั้งสองลำแล่นไปอย่างรวดเร็ว
บนเรือยอร์ชที่แล่นตามหลัง เฉินเฉินให้คนหาโทรโข่งมาให้
ระยะห่างของเรือทั้งสองมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อห่างกันหลายร้อยเมตร เขาก็ตะโกนลั่น
“ท่านอาจารย์! ผมเฉินเฉิน! ขอประกาศไว้ตรงนี้ว่าต่อไปนี้คุณจะกลายมาเป็นอาจารย์ของผม!”
“ไม่ว่าจะยอมรับผมหรือไม่ คุณก็จะเป็นอาจารย์ในใจผม!”
“พอกลับเข้าเมือง ผมจะจัดการให้คนป่าวประกาศทางหนังสือพิมพ์ โฆษณาโทรทัศน์ โลกโซเชียล และโทรบอกทุกคนเลยด้วย… บอกเลยว่าผมจะทำให้คนนับล้านรู้ว่าคุณเป็นอาจารย์ของผม!”
“อีกอย่างผมก็ต้องเตรียมตัวแสดงการตอบแทบคุณด้วย!”
“ถ้าคุณต้องการเงิน ผมก็จะให้ ถ้าคุณต้องการผู้หญิง… แค่ก ๆ…ถ้าต้องการลูก ผมก็จะมีให้ ต่อให้ต้องผลาญสมบัติของพ่อ ศิษย์คนนี้ก็จะไม่อิดออดเลย!”
“ผม…”
ฟิ้ว!
ร่างหนึ่งปรากฏตรงหน้าเขาในทันใด โจวอี้คว้าคอเฉินเฉินแล้วลากกลับไปในห้องอาหารบนเรือยอร์ช
โครม!
โจวอี้โยนเฉินเฉินทิ้งก่อนจะยกชาร้อนขึ้นจิบ และหันไปมองอีกฝ่ายที่ปีนขึ้นมาและถามขึ้นว่า “อยากตายหรือไง?”
ตุบ!
เฉินเฉินคุกเข่าลงและส่ายหน้าระรัว “ท่านอาจารย์ ผมไม่ได้อยากตาย ต่อไปผมจะอยู่เคียงข้างคอยรับใช้ และตายเพื่อคุณ”
“ฉันไม่สนใจ” โจวอี้กล่าว
“ครับ ผมรู้ว่าท่านอาจารย์ไม่ได้ขาดแคลนอะไร แต่ศิษย์คนนี้โง่เง่าเอง”
“ยังไงผมก็มีใจมุ่งมั่นอยากจะเรียนรู้วิชาการต่อสู้นะครับ เชื่อผมเถอะ!” เฉินเฉินเว้าวอน
โจวอี้แทบอดใจที่จะถีบอีกฝ่ายไม่ได้
“พรืด..”
เซี่ยหลู่หัวเราะและมองใบหน้าบวมช้ำของเฉินเฉินหลังจากที่ถูกเธอเล่นงาน
เธอยิ้มก่อนจะพูดว่า “โจวอี้ อยู่ ๆ ฉันก็รู้สึกว่าเจ้าหมอนี่มีความสามารถนะ เจอคนสวยอย่างฉันยังไม่ตกหลุมรัก แต่กลับตามตอแยคุณแทน”
“เขาหน้าหนากว่าคุณซะอีก” โจวอี้เหน็บแนม
“ฮ่า ๆ…” เซี่ยหลู่ยิ้มร่าเริง
เขาส่ายหน้าจนปัญญา ก่อนจะหันมองเฉินเฉินและถามว่า “พ่อนายเป็นใคร?”
“เฉินเหว่ยเย่ครับ เป็นนักธุรกิจร่ำรวยในเมืองเยี่ยเฉิง ถ้าคุณลักพาตัวผมไปและเรียกค่าไถ่สักล้านแปดหยวน พ่อผมจะหามาให้ได้ภายในวันเดียวแน่นอน” เฉินเฉินบอกด้วยความภาคภูมิใจ
“แสดงว่านายเป็นทายาทรุ่นสองเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ผมเป็นทายาทรุ่นสองของตระกูลเศรษฐี ในหมู่ทายาทรุ่นสองในเมืองเยี่ยเฉิง ไม่มีใครไม่รู้จักผม” เจ้าตัวบอกและบอกด้วยท่าทีปลาบปลื้ม
“พวกเศรษฐีนี่เอง!” เซี่ยหลู่โพล่งขึ้น
“เศรษฐีใหญ่ซะด้วย!” โจวอี้พยักหน้า
“ท่านอาจารย์ กับภรรยา…ท่านอาจารย์ คิดว่าพวกเศรษฐีไม่มียางอายเหรอ?” เฉินเฉินถาม
ภรรยาของท่านอาจารย์เหรอ?
โจวอี้แทบอยากจะยกมือฆ่าอีกฝ่าย
ทว่าสายตาเซี่ยหลู่เป็นประกายเมื่อได้ยินคนเรียกเธอว่าภรรยาท่านอาจารย์เป็นครั้งแรก
“ไม่เลว ๆ ดูเหมือนพอถูกฉันซัดเข้าหน่อยก็คิดได้ขึ้นมาสินะ นายไม่ได้เป็นเศรษฐีหน้าด้านอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้นายทำตัวได้ดีมาก”
แววตาเฉินเฉินสดใสขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนเขาจะค้นพบหนทางได้เรียนรู้วิชาจากท่านจารย์แล้ว แม้จมูกจะช้ำและใบหน้ายังบวมอยู่ก็ตาม
เขาหัวเราะและยกยิ้มมุมปากจนเจ็บเล็กน้อย ทว่ายังพยายามยิ้มและบอกอย่างอารมณ์ดี “ขอบคุณที่ชมครับ อาจารย์หญิง ดูแล้วไม่น่าเป็นคนท้องถิ่นใช่ไหมครับ ไม่ต้องห่วง มีผมอยู่ด้วย ต่อไปคุณกับท่านอาจารย์เดินไปที่ไหนในเยี่ยเฉิงก็ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องด้วยแน่”
“ฮ่า ๆ น่าสนใจดีนี่” เธอหัวเราะ
“ก็พูดไปงั้นแหละ แบบนี้โม้เกินไปชัด ๆ” โจวอี้กลอกตาพลางเอ่ยเสียงแข็ง
“ท่านอาจารย์ ผมไม่ได้โม้นะ อย่างน้อยพ่อผมก็เป็นนักธุรกิจชื่อดังในเมืองเยี่ยเฉิง มีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้านหยวน ในฐานะลูกชายคนเดียวของเขา ต่อไปนี้ผมจะไม่ครอบครองมรดกแต่เพียงผู้เดียวแล้ว เพราะถ้าคุณต้องการเงินก็บอกมาได้เลยนะครับ ผมสัญญาว่าจะส่งเงินขึ้นรถไปให้เลย”
เขากล่าวให้การรับรอง
“…”
โจวอี้ดูออกว่าชายคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงลูกเศรษฐีเท่านั้น แต่ยังเป็นพวกแกะดำอีกด้วย