หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 709 อาจารย์! ในที่สุดผมก็ได้พบคุณ!
ตอนที่ 709 อาจารย์! ในที่สุดผมก็ได้พบคุณ!
พลังดวงดาวพลุ่งพล่านไหลเวียนไปตามชีพจรคล้ายแม่น้ำเชี่ยวกรากแผ่ซ่านไปทั่วกาย ต่อให้โจวอี้ไม่ใช้พลังจากไม้เท้าหัวมังกรรวมกับพลังดวงดาว แต่เขาก็กำราบถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงได้แล้ว
ทว่าเขาไม่ได้สนใจจะเอาเป็นเอาตายกับสองคนนี้ พลังจากอักขระ ‘ยากเข็ญ’ ถูกปลดปล่อยออกมาทันที เกิดกระแสลมพัดในรัศมีเป็นกิโลเมตรในบริเวณที่ทั้งสามตะลุมบอนกันอยู่ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีผลต่อความเร็วและวิถีลมอีกด้วย
ถังหลินเฟิงและฉู่มู่เฟิงรู้สึกต่างออกไป พวกเขารู้ดีถึงความผิดปกติ ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนติดหล่มโคลน
เกิดอะไรขึ้น?
พวกเขาหวาดหวั่นแต่ยังแข็งใจไม่ยอมก้าวถอย
โจวอี้มองเหยียดและปล่อยพลังจากอักขระ ‘เพิ่ม’
ทันใดนั้นเอง ลมหายใจพลันถี่กระชั้น แสงทองพวยพุ่งจากไม้เท้าหัวมังกร ด้วยความเกื้อหนุนของปราณฟ้าดินและปราณอีกนับไม่ถ้วน
เขาเข้าปะทะกับดาบหวังให้อีกฝ่ายสิ้นท่า
ปัง[
เคร้ง!
ง่ามนิ้วของถังหลินเฟิงฉีกขาด ดาบยาวในมือสั่นระริก ร่างกายเหมือนว่าวผุพังที่กระเด็นลอยร่วงลงไปในท้องทะเล
ดาบยาวในมือฉู่มู่เฟิงหักทีละน้อย คมดาบแตกร้าวกดลึกเข้าเนื้อจนเห็นกระดูก เจ้าตัวพ่ายแพ้ร่วงลงทะเลห่างออกไปหลายร้อยเมตรเช่นกัน
“แค่ทีเดียวก็ทนไม่ไหวซะแล้ว”
โจวอี้ยืนตระหง่านด้วยท่าทีภาคภูมิใจ
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงกระอักเลือดขณะโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ทว่าทันทีที่ผุดขึ้นมาก็ได้ยินคำพูดของโจวอี้ ความโกรธและไม่ยอมแพ้ปะปนกับความอึ้ง ทำให้พวกเขาสำลักและกระอักเลือดอีกครั้ง
พ่ายแพ้!
พ่ายแพ้สิ้นท่า!
ต่อให้พวกเขาอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้วก็ตาม!
ถึงจะร่วมมือกันก็ยังพ่ายแพ้อีกฝ่ายอย่างง่ายดายอยู่ดี
น่าอับอาย!
พวกเขาตกอยู่ในไฟแห่งความอับอายขายหน้า!
ทั้งคู่ต่างเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนัก โดยเฉพาะในหมู่ศิษย์รุ่นใหม่ แม้แต่ผู้อาวุโสหลายคนยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา ทว่ากลับมาพ่ายแพ้ศัตรูหัวใจ
บนเรือยอร์ชลำหรู เซี่ยหลู่มองโจวอี้ยืนตระหง่านด้วยความพึงพอใจ รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาก ผู้ชายใจดีคนนี้เด็ดขาดเมื่อต้องลงมือ ผู้ชายเงียบขรึมคนนี้แข็งแกร่งกว่าอัจฉริยะขี้อวดพวกนั้น เขามีทั้งเงิน อำนาจ พื้นเพ ความเฉลียวฉลาด ความหล่อเหลา และเอาใจใส่คนอื่น เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก!
“พี่จิน ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ชีวิตนี้ได้มาเจอกับเขา” เซี่ยหลู่กล่าว
“ฉันเองก็คิดว่าเจ้านายโชคดีเหมือนกัน” พี่จินเอ่ยโดยไม่ลังเล
เซี่ยหลู่ชะงักไปเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เธอหันไปมองคนพูดและยิ้มให้พลางเอ่ยว่า “พี่จินภักดีกับซินเยว่จริง ๆ ตอนนี้ก็ยังพูดถึงเธอเลย”
“ฉันแค่พูดถึงเรื่องที่เจ้านายของฉันอุ้มท้องลูกของคุณโจวค่ะ” พี่จินกล่าวเสียงไร้อารมณ์
อุ้มท้อง? พูดอย่างกับไม่มีใครรู้อย่างนั้นแหละ!
เซี่ยหลู่กลอกตาและหันไปมองโจวอี้
อีกด้านห่างจากเรือยอร์ช
เฉินเฉินตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็นถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงถูกเล่นงาน
แข็งแกร่ง! แข็งแกร่งมาก!
สองรุมหนึ่งยังซัดสองคนนั้นกระเด็นได้อย่างง่ายดาย
ท่านอาจารย์เก่งกาจมาก!
เขาลดกล้องส่องทางไกลลงและหัวเราะร่ากับหญิงสาวในชุดบิกกินี่ข้างตัวสองคนที่อ้าปากหาวอยู่ “ให้คนออกเรือพาฉันไปใกล้เรือยอร์ชทางนั้นที”
“ที่รัก จะไปทำอะไรที่นั่น รู้จักคนบนเรือหรือไง?” เธอถาม
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ ไม่ต้องมาสงสัย ทำตามฉันบอกก็พอ”
“จ้า”
โจวอี้เหยียบลงบนผืนน้ำ รองเท้าแตะลงบนท้องทะเลขณะเดินกลับไปยังเรือยอร์ชลำหรู
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงที่อยู่ด้านหลัง แม้จะอับอายขายหน้าแต่ก็รู้ดีแล้วว่าด้อยกำลังกว่าโจวอี้มาก พวกเขาคาดเดาว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายน่าจะอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นปลายแล้ว
เซี่ยหลู่โผเข้าไปหาโจวอี้และจัดเสื้อผ้าให้เขาด้วยความรักใคร่ แม้เธอจะยิ้มแต่ก็ไม่วายจงใจบ่น “ทำไมถึงได้ต้องทุ่มเทสู้ขนาดนี้ด้วย ดูสิ เสื้อผ้ายับไปหมดแล้ว”
“แค่ก!”
โจวอี้กระแอมสำลักอย่างพูดไม่ออก
ถังหลินเฟิงกับฉู่มู่เฟิงด้านหลังยอมแพ้กับคำพูดของเธอ
พวกเขาอยากจะบ้าตาย และรู้สึกขายหน้าจนอยากดำน้ำให้จมลงไปซะ
เสื้อผ้าของโจวอี้แค่ยับ แต่สภาพพวกเขาล่ะ? ไม่เพียงแต่มีแผลเต็มตัว เสื้อผ้ายังขาดวิ่นไปหมดและถูกเลือดอาบย้อมเป็นสีแดง
ต่อให้ไม่มองกระจกก็รู้ว่าสภาพน่าอนาถแค่ไหน
เซี่ยหลู่ไม่รู้ความคิดของพวกเขา เธอควงแขนโจวอี้และมองมาพร้อมรอยยิ้ม
“เป็นยังไงบ้าง ฉันเลือกผู้ชายได้ดีไหม ต่อไปจะจีบสาวก็พิจารณาตัวเองหน่อย ถ้ามีคู่เป็นคนเก่งอยู่แล้วก็ตัดใจซะเถอะ”
ให้ตายเถอะ…คำสบถมากมายผุดขึ้นในใจพวกเขา โดยเฉพาะฉู่มู่เฟิงที่หลงรักและตามจีบเธอ ใบหน้าของเขาแดงค่อนไปทางม่วงคล้ำ ลมหายใจฟึดฟัดถี่ระรัว
ถ้าหาก…ถ้าหากไม่อยู่กลางทะเล เขาคงอยากมุดหน้าหนีไปแล้ว ชีวิตนี้จะไม่มีทางโผล่หน้ามาให้เซี่ยหลู่เห็นอีกเป็นอันขาด
“มาแล้วสินะ” โจวอี้โพล่งขึ้น
“อะไรมาเหรอ?” เซี่ยหลู่มีท่าทีงุนงง
เมื่อมองตามสายตาของเขาก็เห็นเรือที่จอดอยู่ไกล ๆ เริ่มมุ่งหน้าเข้ามาหา
ไม่นาน ระยะห่างระหว่างเรือทั้งสองก็เหลือเพียงไม่กี่สิบเมตร
เฉินเฉินลุกขึ้นยืนบนหัวเรือ สายตาจ้องไปยังโจวอี้ที่โดดเด่นเป็นสง่า แม้แต่เซี่ยหลู่แสนสวยยังถูกมองข้ามไป
“ท่านอาจารย์! ผมชื่อเฉินเฉิน ในที่สุดศิษย์คนนี้ก็ได้พบคุณแล้ว!”
เฉินเฉินในกางเกงขาสั้นสีสดใสและเสื้อแขนกุดยกแขนขึ้นสูงขณะคุกเข่าคารวะโจวอี้ การกระทำของเขาทำให้พวกพ้องด้านหลังงุนงง รวมถึงหญิงสาวในชุดบิกินี่ทั้งสี่คน
ท่านอาจารย์เหรอ?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
โจวอี้มองเซี่ยหลู่ ก่อนจะหันไปหาพี่จิน ถังหลินเฟิง และฉู่มู่เฟิง และเห็นว่าคนเหล่านั้นทำหน้าฉงนเช่นกัน
“เป็นศิษย์ของใครละเนี่ย?” โจวอี้ถาม
ทันใดนั้นทั้งสี่ก็ส่ายหน้าพร้อมกัน
โจวอี้งุนงง ไม่ใช่ศิษย์ของพวกเขาเหรอ แล้วเป็นศิษย์ของใครกัน อยู่ ๆ ดันมีศิษย์โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้งั้นเหรอ?
“นายชื่อเฉินเฉินเหรอ?” ชายหนุ่มถาม
“ถ้าจะให้ตอบท่านอาจารย์ ศิษย์ชื่อเฉินเฉินครับ เฉินที่แปลว่าตะวันออก และเฉินที่มาจากยามเช้า รวมกันเป็นเฉินเฉินครับ”
“เสียสติไปแล้วเหรอ? มาเรียกฉันว่าอาจารย์ทำไม?” โจวอี้เอ่ยเสียงแข็ง
“ผมเพิ่งเห็นด้วยตาตัวเองว่าคุณแสดงพลังเอาชนะผู้ฝึกยุทธ์ขาดลอย ดังนั้นต่อจากนี้ไปผมมุ่งมั่นจะนับถือคุณเป็นอาจารย์ไปตลอดชีวิต ได้โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วย ต่อไปจะยอมตายแทนเลยครับ”
เฉินเฉินยังคงคุกเข่าเว้าวอนโดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
“…”
โจวอี้กระอักกระอ่วนกับคำพูดของอีกฝ่ายอยู่บ้าง ทันใดนั้นเขาก็คร้านจะพูดกับผู้ชายประสาทกลับคนนี้ จึงหันไปบอกกับพี่จินว่า “ผมว่ากลับกันเถอะ!”
“ค่ะ!” เธอพยักหน้าและกลับไปยังห้องขับเรือ
เมื่อได้ยินคำพูดของโจวอี้ เฉินเฉินก็โพล่งขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ อย่าเพิ่งรีบไปสิ! พาศิษย์กลับไปด้วย ผมมีเงินกับสมบัตินะ เมื่อกี้ยังคิดจะขโมยสมบัติทั้งหมดของพ่อเอามาเพื่อแสดงความเคารพคุณเลย!”
“ขืนเรียกฉันว่าอาจารย์อีกครั้ง เชื่อไหมว่าฉันได้ฆ่านายแน่” โจวอี้ขู่ทั้งที่ยิ้ม
“ท่านอาจารย์ ผมขอฝากตัวเป็นคนของคุณ ตายไปก็จะเป็นผีของคุณ ต่อให้อยากฆ่าผมก็ห้ามผมเรียกคุณว่าอาจารย์ไม่ได้หรอกครับ พ่อผมมีสมบัติเป็นกระตัก มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่จอมยุทธ์ทั้งหลายอยากได้กันด้วยนะครับ!” เฉินเฉินโพล่งบอก
“ฉันไม่สนใจ”
“ไม่นะ ท่านอาจารย์ คุณต้องสนใจแน่ ถึงไม้เท้าของคุณ…จะวิเศษมาก แต่บ้านผมยังมีอาวุธอีกเยอะ ผมยินดียกให้คุณเลยนะครับ” อีกฝ่ายยังคงโน้มน้าว
“ทั้งเงิน สาวสวย และ…อะไรก็ได้ ถ้าผมมีแล้วคุณชอบ ผมจะยกให้หมดเลยครับ!”