หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 712 อาจารย์ คุณโคตรเจ๋งเลย!
บทที่ 712 อาจารย์ คุณโคตรเจ๋งเลย!
เฉินเฉินจ้องมองอู๋ซินเยว่ด้วยความงุนงง จากนั้นจึงหันไปมองโจวอี้ เขาใช้เวลาครู่หนึ่งในการฟื้นตัวจากอาการช็อก
คุณพระช่วย! อาจารย์ของเขามีระบบโกงรึเปล่าเนี่ย?
อาจารย์เขารายล้อมไปด้วยผู้หญิงและมีความสุขกับชีวิตที่หรูหรา แม้แต่ชีวิตจักรพรรดิก็คงไม่ดีไปกว่านี้แล้ว จริงไหม?
เฉินเฉินชื่นชมแต่ไม่ได้นึกอิจฉาโจวอี้
แม้ว่าเขาจะเกเรไปหน่อย แต่เขาก็ฉลาดมากและรู้ว่าคนอย่างเทพธิดาอู๋นั้นไม่ได้อยู่ในชนชั้นเดียวกับเขา
เขามองไปที่โจวอี้ด้วยสายตาชื่นชม
“ผมจะไปเตรียมสมุนไพร” โจวอี้พูดก่อนจะเดินไปที่ห้องครัว
“อาจารย์ครับ ให้ผมช่วยไหมครับ?”
“ถ้ายังเรียกฉันว่าอาจารย์อีก ฉันจะหักขานายแน่”
“โห่จารย์อ่ะ…”
อู๋ซินเยว่จ้องมองตามหลังโจวอี้และเฉินเฉิน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสน
แม้ว่าเธอจะมีสถานะสูงส่ง แต่เธอก็รู้จักเฉินเฉินที่มีชื่อเสียงในเมืองเยี่ยเฉิง เขาทำสิ่งที่อุกอาจมานับไม่ถ้วนในเมืองเยี่ยเฉิง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เฉินเหว่ยเย่ พ่อของเขาต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งก็เพราะเขา
“ชายคนนั้นมาเป็นศิษย์ของโจวอี้ได้ยังไง?” อู๋ซินเยว่หันมาถามพี่จิน
“ไม่ใช่ค่ะ เขาแค่ทำตัวเหมือนปลิง…” จินหมินอธิบายเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะพยายามกลั้นหัวเราะ “แต่คุณโจวเป็นคนใจดี ถ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น เด็กเฉินนั่นคงได้ไปดำน้ำดูปะการังตลอดชีวิตแล้ว”
“ฉันคิดว่าเจ้านั่นคงได้ประโยชน์ไม่น้อยจากการเกาะติดโจวอี้” อู๋ซินเยว่หัวเราะ
“จริงค่ะ”
ภายในห้องครัวที่กว้างขวาง
โจวอี้มองไปที่ครัวสไตล์ตะวันตกที่ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบ จากนั้นจึงเปิดตู้เย็นในครัว หยิบส่วนผสมต่าง ๆ ออกมา วัตถุดิบเหล่านี้สดมาก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งส่งมาเมื่อเช้า
“ท่านอาจารย์ ให้ผมทำอะไรดี?” เฉินเฉินถกแขนเสื้อขึ้น ดูเหมือนว่าเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่เขาแอบประหม่าเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยทำอาหารมาก่อน นับประสาอะไรกับการเข้าครัว
“ทำอาหารเป็นไหม?” โจวอี้ถาม
“ก็…เอ่อ…ไม่” เฉินเฉินยอมรับอย่างงุ่มง่าม
“ไม่เป็นไร งั้นช่วยเลือกผักหน่อย”
“เลือกยังไงครับ” เฉินเฉินถามด้วยความสงสัย
“ไม่รู้วิธีเลือกผัก?”
“ผมไม่เคยทำมาก่อน”
“ถึงไม่เคยกินหมู นายก็น่าจะเคยเห็นหมูใช่ไหม” โจวอี้ถาม เขาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
“เอ่อ ผมไม่เคยเห็นใครเลือกผักเลย” เฉินเฉินเกาหัว
โอ้ พระเจ้า!
นี่คือผู้ชายที่ไม่เคยใช้แรงงานและไม่รู้พื้นฐานในการใช้ชีวิต ดูท่าว่าคงมีชีวิตที่สุขสบายมาตั้งแต่ยังเด็ก
“แล้วจะมาทำพระแสงอะไร ไป ๆๆ ไปนั่งตรงนู้นเลย” โจวอี้พูดอย่างหงุดหงิด พลางโบกมือไล่เฉินเฉินออกจากห้องครัว
ก่อนหน้านี้ผู้คนจะคอยเอาใจและคอยประคบประหงมเฉินเฉินอยู่เสมอ แต่ประสบการณ์ในวันนี้ช่างพิเศษ
เขาโดนด่า เกือบจะกลายเป็นอาหารฉลาม เห็นเทพเซียนตีกัน และตอนนี้เขาถูกอาจารย์ไล่ตะเพิดด้วยซ้ำ
น่าสนใจ!
เฉินเฉินยืนพิงประตูด้วยรอยยิ้ม เฝ้าดูโจวอี้ทำกับข้าว
เขาคิดว่าอาจารย์ของเขาน่าสนใจยิ่งกว่า
ไม่เพียงแต่โจวอี้จะเป็นชายที่มีอำนาจมากเท่านั้น แต่ยังมีสามภรรยาสี่อนุ ที่สำคัญคือเห็นได้ชัดว่าโคตรรวย แต่ก็ยังทำอาหารได้
จุ๊ จุ๊ จุ๊…
เป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะเชี่ยวชาญในทักษะมีดประเภทนี้โดยปราศจากการฝึกฝนสักสามถึงห้าปี
แต่อาจารย์เขายกมีดขึ้นและสับมันอย่างมืออาชีพ
โอ้ โคตรเจ๋ง!
และเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ อีกฝ่ายสามารถลงครัวและขึ้นเตียงได้ นี่คือต้นแบบของเขา เป็นแบบอย่างสำหรับชีวิตของเขาเอง!
โจวอี้ไม่รู้ว่าเฉินเฉินได้บูชาเขาอย่างมากมายเช่นนั้น เขาแปรรูปส่วนผสมและตุ๋นอาหารสมุนไพรเพื่อบำรุงปราณและเลือดทั้งหมดลงในหม้อตุ๋น
“อาจารย์ คุณใส่สมุนไพรลงในหม้อปรุงอาหารจริง ๆ เหรอ?” เฉินเฉินถามด้วยความประหลาดใจ
“ฉันทำอาหารเป็นยา” โจวอี้กล่าว
“ยา? มีคุณค่าทางโภชนาการมั้ย?” เฉินเฉินถาม
“บำรุงปราณและบำรุงเลือด อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ดื่มสักชามไหมล่ะ?” โจวอี้ถาม และเมื่อเห็นเฉินเฉินพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เขาก็กล่าวเสริมว่า “รู้ไหมว่าประโยชน์ที่มากที่สุดในอาหารของฉันคืออะไร? มันเป็นยาที่ดีสำหรับสตรีมีครรภ์และทารกในครรภ์”
สีหน้าของเฉินเฉินแข็งค้าง จากนั้นเขาก็ส่ายหัว
เขาไม่ต้องการดื่มยาบำรุงครรภ์นี้ทั้งที่ไม่ได้ท้องหรอกนะ
ยานี้ต้องเคี่ยวด้วยไฟอ่อน หลังจากตั้งไฟแล้ว โจวอี้สั่งให้พี่เลี้ยงที่รับผิดชอบทำอาหารมาสองสามอย่าง จากนั้นจึงไปที่ห้องนั่งเล่น
มีเพียงจินหมินเท่านั้นที่อยู่ในห้องนั่งเล่น เธอนั่งอ่านนิตยสารอยู่บนโซฟา
“พวกเขาอยู่ที่ไหนกัน?” โจวอี้ถาม
“เจ้านายและคุณเซี่ยไปที่ชั้นสองค่ะ” จินหมินยืนขึ้น
“อืม อ่านนิตยสารของคุณต่อเถอะ ผมจะออกไปข้างนอกสักหน่อย ผมจะทำอาหารกลางวันนะตอนที่กลับมา” โจวอี้กล่าว
“คุณโจว ที่นี่เรามีพี่เลี้ยงทำอาหารโดยเฉพาะ คุณไม่ต้อง…”
“ไม่เป็นไร นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำ” โจวอี้โบกมือ
ไม่กี่นาทีต่อมา
โจวอี้รับกุญแจรถจากใครบางคนแล้วโยนให้เฉินเฉิน “ขับไป เร็วเข้า ฉันต้องกลับมาที่นี่ก่อนเที่ยง”
“ครับ” เฉินเฉินหยิบกุญแจรถและนั่งประจำที่คนขับทันที
ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 หนึ่งในเกมโปรดของเขาคือการแข่งรถ ดังนั้นทักษะการขับรถของเขาจึงค่อนข้างดี
เขาเปลี่ยนเกียร์ เหยียบคันเร่ง รถคันหรูพุ่งออกไปราวกับกระสุน กระทั่งไปถึงถนนที่ตีนเขาในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากนั้นก็แล่นฝ่าการจราจรต่อไป
สามสิบนาทีต่อมา
รถจอดสนิทอย่างมั่นคงในลานบ้าน
“ว้าว สภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านนายนี่ค่อนข้างดีทีเดียว!” โจวอี้มองไปรอบ ๆ จากนั้นมองไปที่คฤหาสน์สามชั้นข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ ไม่ เมื่อเทียบกับคฤหาสน์บนภูเขา บ้านของผมก็ไม่มีอะไรเลย” เฉินเฉินหัวเราะแห้ง ๆ
บนภูเขา?
นั่นคือคฤหาสน์ของอู๋ซินเยว่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขา?
โจวอี้ไม่ได้อธิบายอะไรมาก เขาเพียงพูดว่า “เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ”
“ครับอาจารย์ ตามผมมาครับ” เฉินเฉินนำทางเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ชั้นหนึ่งท่ามกลางการจับตามองของคนรับใช้ในบ้านหลายคน
ขณะนี้ชายชราคนหนึ่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เขากำลังพูดคุยกับพี่เลี้ยงเด็กสองคน เมื่อเห็นเฉินเฉินกลับมา เขาก็รีบทักทาย ก่อนจะมองไปที่โจวอี้อย่างเฉยชา และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นายน้อย คุณกลับมาแล้ว!”
“คุณปู่ฟู่ พ่อไม่อยู่บ้านใช่ไหม?” เฉินเฉินถาม
“ไม่อยู่ครับ”
“ดีแล้ว!” เฉินเฉินถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงรีบไปที่ลิฟต์ โค้งคำนับและพยักหน้าให้โจวอี้ “อาจารย์ คลังสมบัติของพ่อผมอยู่ที่ชั้นใต้ดินชั้นสอง ลงลิฟต์ไปเถอะ รับประกันว่าคุณจะตื่นตาตื่นใจแน่ ”
“ได้!” โจวอี้พยักหน้า
ด้านหลังคนทั้งสอง
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเขาได้ยินคำพูดของเฉินเฉิน คนอื่นอาจไม่รู้จักนิสัยของนายน้อยคนนี้ แต่เขารู้ดี
เขาไม่รู้ว่าโจวอี้เป็นใคร แต่การที่นายน้อยเรียกโจวอี้ว่าอาจอาจารย์ นั่นอาจบ่งบอกได้ว่าเขาถูกหลอก
นอกจากนี้ เขายังรู้แทบจะในทันทีว่านายน้อยต้องการทำอะไร
นายน้อยกำลังจะขโมยสมบัติจากห้องนิรภัยของผู้เป็นพ่อ!
บางทีอาจจะมอบมันให้กับอาจารย์โง่ ๆ คนนี้
ปัญหากำลังก่อตัวขึ้นแล้ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วรีบออกไปข้างนอก หยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโทรหาเฉินเหว่ยเย่และบอกให้รีบกลับมาหยุดนายน้อยผู้นี้