หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 713 เตาที่เจ็ด
บทที่ 713 เตาที่เจ็ด
ณ ท่าเรือซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร เฉินเหว่ยเย่พร้อมด้วยผู้บริหารหลายคนจากบริษัทของเขากำลังตรวจสอบท่าเรือ นี่เป็นท่าเรือส่วนตัวขนาดเล็กและเป็นดินแดนของเขา
“เธอตอบตกลงหรือยัง?” จู่ ๆ เฉินเหว่ยเย่ก็ถามขึ้น
“ยังครับ!”
“เราต้องหาทางทำให้เธอตอบตกลง เราต้องให้สินค้าของสตาร์มูนกรุ๊ปของเธอเข้าออกผ่านท่าเรือของเรา บอกเธอว่าตราบใดที่เธอตกลง เราจะเสนอราคาที่ต่ำกว่าตลาดและให้ส่วนลด 10% สำหรับค่าเช่าโกดัง” เฉินเหว่ยเย่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ครับ ผมจะติดต่อคุณอู๋ซินเยว่ในภายหลัง”
“อืม!”
เฉินเหว่ยเย่พยักหน้าและกำลังจะพูดคุยเรื่องอื่น ๆ ต่อ ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาและเห็นว่าเป็นพ่อบ้านที่โทรมา ซึ่งมันทำให้เขางงงวย
เขารู้ว่าหากไม่มีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นที่บ้าน พ่อบ้านมักจะไม่โทรหาเขา
อาจเป็นเพราะ…ลูกชายของเขาก่อเรื่องอีกแล้วงั้นเหรอ?
ทันทีที่เฉินเหว่ยเย่นึกถึงเรื่องนี้ เขาก็รีบกดรับสายทันทีและถามว่า “ลุงฟู่ โทรมามีอะไรหรือเปล่า?”
“นายท่าน คุณควรกลับบ้านเดี๋ยวนี้ มีเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น”
“เรื่องใหญ่อะไร?” ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีของเฉินเหว่ยเย่เข้มข้นขึ้นมา
“คือว่านายน้อย เขาพาชายหนุ่มคนหนึ่งกลับมาบ้าน แล้วก็เรียกว่าอาจารย์ตลอดเวลา และแสดงความเคารพอย่างยิ่ง ประจบสอพลอต่อหน้าอีกฝ่าย ที่สำคัญที่สุด เขาพาคนที่เรียกว่าอาจารย์ไปที่ชั้นใต้ดินชั้นสอง คุณคงรู้อยู่แล้วว่าที่ใต้ดินชั้นสองมีอะไร ถ้าเกิด…”
“ไอ้เด็กเวร! ลุงฟู่ ห้ามไว้ก่อน! อย่าให้พวกมันออกจากบ้านจนกว่าฉันจะกลับ ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้แหละ!” เฉินเหว่ยอี้คำราม
หัวใจของเขากำลังสั่นสะท้าน
ทำไมน่ะเหรอ?
เพราะที่ชั้นใต้ดินชั้นสองเป็นที่เก็บของของปู่และของตัวเขาเองมาตั้งสี่สิบหรือห้าสิบปีก่อน ข้างในมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วน แม้แต่ชิ้นที่ถูกที่สุดก็อาจขายได้เป็นล้านหยวนในตลาด
แต่ว่าลูกชายสารเลวของเขา!
กี่ครั้งแล้ว? กี่ครั้งแล้วที่เขาแอบขายสมบัติของเขา?
นับครั้งไม่ถ้วน!
แต่ครั้งนี้เลวร้ายยิ่งกว่านั้น เพราะดันพาคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้าน!
เป็นไปได้ไหมว่าหมอนั่นวางแผนที่จะเก็บข้าวของและมอบสมบัติทั้งหมดของเขาให้อย่างลับ ๆ?
ไอ้เฉิน ไอ้เด็กเชี่ย!
เฉินเหว่ยเย่ไม่สนใจธุรกิจที่นี่อีกต่อไป หลังจากคุยกับลูกน้องไม่กี่คำ เขาก็รีบไปที่รถ
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเฉินเหว่ยเย่หลายคนมองหน้ากันขณะที่พวกเขาเฝ้าดูเฉินเหว่ยเย่รีบร้อนออกไป
“พนันว่านายน้อยของเราก่อปัญหาใหญ่อีกแล้ว”
“เราจำเป็นต้องพูดด้วยเหรอ? ไอ้สารเลวนั่นช่วยอะไรไม่ได้นอกจากสร้างปัญหาทุก ๆ สองสามวัน ถ้าฉันมีลูกชายแบบนั้น ฉันจะตีเขาให้ตายเลย”
“ถูกต้อง ถ้าฉันมีลูกชายแบบนี้ ฉันคงจะฆ่าเขาไปแล้ว เจ้านายของเราเป็นคนดีขนาดนี้แต่ดันมีลูกอัปรีย์ซะได้”
“มันคือโชคชะตา!”
“อย่าพูดถึงมันเลย ถึงแม้ลูก ๆ ของเราอาจไม่ร่ำรวยหรือมีอิทธิพลเท่าเจ้านายของเรา แต่อย่างน้อยพวกเขาก็มีความสามารถล่ะนะ!”
“ฮ่า ๆ จริงด้วย”
“ไปดื่มกันไหม”
“ไปกันเถอะ!”
ณ วิลล่าของตระกูลเฉิน ที่ห้องใต้ดินชั้นสอง
โจวอี้ตามเฉินเฉินออกจากลิฟต์และเห็นห้องโถงเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 10 ตารางเมตรอยู่ข้างหน้าซึ่งมีประตูโลหะฝังอยู่ในผนัง
เฉินเฉินป้อนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว และประตูโลหะก็เปิดโดยอัตโนมัติ ภายในมีพื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตรที่ตกแต่งอย่างหรูหรา และมีของหลากหลายในตู้กระจกต่าง ๆ ดูคร่าว ๆ แล้ว คาดว่ามีมากกว่าสองร้อยรายการ
นอกจากนี้ โจวอี้ยังพบว่าภายในมีเครื่องใช้ในบ้านทุกชนิด
“นี่คือคลังสมบัติของพ่อนายใช่ไหม ความชื้นข้างในก็พอเหมาะ น่าจะมีเครื่องลดความชื้นด้วยใช่ไหมเนี่ย?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“มี!”
เฉินเฉินหัวเราะเบา ๆ จากนั้นพลันโบกมือและพูดด้วยความภาคภูมิใจ “ท่านอาจารย์ ดูสิ! อยากได้อะไรเอาไปเลยนะ เดี๋ยวผมแพ็กให้เอง”
“ฮ่า ๆ!”
โจวอี้หัวเราะ เขารู้สึกว่าถ้าพ่อของเฉินเฉินได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งพูด คนคนนั้นอาจจะกระอักเลือดด้วยความโกรธ
ชายหนุ่มไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาสมบัติใด ๆ หลังจากได้ยินการโอ้อวดของเฉินเฉิน เขาก็แค่ต้องการเห็นมันด้วยตัวเอง
“ค่อนข้างดีเลยนะเนี่ย เครื่องทองสำริด เครื่องลายคราม ภาพเขียน และภาพวาดโบราณ…” โจวอี้เดินจากด้านซ้ายไปทางด้านหน้า และเมื่อใดก็ตามที่เขาเห็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เขาจะหยิบมันขึ้นมาและตรวจสอบ
เฉินเฉินเผยรอยยิ้มสดใสเมื่อได้ยินคำชมของโจวอี้
สิ่งที่เขากลัวตอนนี้ไม่ใช่ว่าโจวอี้จะเอาของไป แต่กลัวว่าจะไม่เอาอะไรไปเลยต่างหาก
เขาต้องการเป็นศิษย์ จึงจำเป็นต้องมอบของขวัญมากมายเพื่อเป็นการแสดงถึงความกตัญญู
โจวอี้กวาดตามองอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเวลาของเขามีจำกัด และอีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะถึงเวลาเที่ยง เขาต้องกลับไปทำอาหารให้ทัน
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำยาต้มสำหรับอู๋ซินเยว่และลูกของเธอ
“อาจารย์ อย่าเอาแต่มองสิครับ! อยากได้อะไรเอาไปเลย ตราบใดที่คุณชอบ มันก็เป็นของคุณ” เฉินเฉินเห็นโจวอี้หยิบของทีละชิ้นแล้ววางกลับเข้าที่เดิม จู่ ๆ เขาก็รู้สึกไม่พอใจ
“แค่มองก็พอ” โจวอี้ยิ้ม
“อย่าทำแบบนั้น ถ้าคุณไม่เอาอะไรก็หมายถึงว่าคุณกำลังดูถูกผมที่เป็นศิษย์ของคุณนะ ผมขอร้อง เอาไปสักอย่างเถอะ!” เฉินเฉินเริ่มอ้อนวอน
โจวอี้เมินเฉยต่อคำพูดนี้และกวาดตาดูสิ่งของต่อไป
ในที่สุดก็สำรวจมาถึงจุดสิ้นสุด เขาหันไปทางด้านขวา ก่อนจะเห็นเตาหลอมสีทองที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
“นี่คือเตาปรุงยาที่นายพูดถึงหรือเปล่า?” โจวอี้ถาม
“ใช่! พ่อผมใช้เงินไปหลายสิบล้านเลยนะเพื่อซื้อมันมา” เฉินเฉินชำเลืองมองไปยังเตาหลอมทองสำริด จากนั้นมองไปที่โจวอี้แล้วถามว่า “เอามั้ยจารย์ ถ้าเอา ผมจะให้คนขนไปให้”
“ไม่จำเป็น!”
โจวอี้ตรวจสอบมันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหัว
แท้จริงแล้วมันเป็นของเก่า แต่เทียบไม่ได้กับเตาหลอมสยบวิญญาณของเขา
เขารู้สึกผิดหวัง ดังนั้นเขาจึงเร่งความเร็วเมื่อกวาดสายตาดูสิ่งของที่เหลือ
ทันใดนั้น! เขาพลันชะงักอยู่กับที่และจ้องมองไปยังเตาหลอมขนาดเล็กภายในตู้กระจก
เตาหลอมสยบวิญญาณ?
ของจริงหรือของปลอม?
มีเตาหลอมสยบวิญญาณเพียงเก้าชิ้นในโลก เขามีหกชิ้น ขาดอยู่อีกสาม แต่มันจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?
เขาฝันไปหรือเปล่า?
หรือว่า…
โจวอี้ชี้ไปที่เฉินเฉิน ก่อนจะวิ่งไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มบีบแขนของเฉินเฉินทันที
“โอ๊ย! เจ็บ…อาจารย์ หยิกผมทำไมครับเนี่ย?” เฉินเฉินร้องด้วยความเจ็บปวด
“ฉันแค่อยากรู้ว่าฉันฝันไปหรือเปล่า ในเมื่อนายเจ็บก็แปลว่าฉันไม่ได้ฝันไป” โจวอี้หันหลังกลับและเดินไปหยิบเตาหลอมสยบวิญญาณออกจากตู้กระจก
ถูกต้อง!
นี่คือเตาหลอมสยบวิญญาณ
โจวอี้ปลดปล่อยญาณสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาทันที ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับภายในของเตาหลอมสยบวิญญาณนี้
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาเห็นจารึกที่อยู่ภายใน และเมื่อเขาป้อนพลังแห่งดวงดาวของเขา เข้าไป แสงสีแดงนั้นก็ไหลจากปลายนิ้วผ่านแขนของเขาเข้าไปในร่างกายของเขาทันที
ทันใดนั้น!
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขาก็เผยให้เห็นอักขระพิเศษที่กำลังเปล่งแสงสีแดงจาง ๆ