หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 724 นักโทษที่ถูกใจ
บทที่ 724 นักโทษที่ถูกใจ
“ลูกแก้ววิเศษ”
เห็นได้ชัดว่าเวิงหลิวกุ้ยไม่อยากอธิบายมากนัก จึงตอบไปเพียงเท่านั้นและบอกวิธีการใช้กับโจวอี้
“พอถึงคราวคับขันก็ให้ส่งพลังดวงดาวเข้าไป…ก่อนโยนใส่ศัตรู มันก็จะกลายเป็นสายฟ้าออกไปโจมตี”
“พลังโจมตีรุนแรงไหม?” โจวอี้ถาม
“อืม ผู้ฝึกยุทธ์ต่ำกว่าระดับบรรพจารย์ยุทธ์ที่ไม่ได้ใส่เสื้อคุ้มกันหรือป้องกันเอาไว้ย่อมตายแน่นอน ต่อให้เป็นคนแข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ถ้าถูกโจมตีไม่ทันตั้งตัวก็อาจจะเจ็บหนัก” เวิงหลิวกุ้ยกล่าว
ขนาดนั้นเลย?
โจวอี้ดูตกใจ เขาพลิกลูกแก้วดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง
“คุณจะยกให้ผมเหรอ?”
“เจ้านี่ไม่มีประโยชน์กับเราหรอก” เวิงหลิวกุ้ยบอก
“งั้นก็ตามนั้นครับ!”
โจวอี้ยักไหล่และเก็บลูกแก้วลงไป หลังจากนั้นเขาก็พบปัญหา นั่นก็คือตอนนี้พวกเขาไม่สามารถเดินดูของต่อไปได้แล้ว ทุกคนมองมาทางพวกเขาเป็นตาเดียว พลังที่เวิงหลิวกุ้ยปล่อยมาเมื่อครู่นี้ดึงดูดความสนใจของทุกคน
โจวอี้คิดว่าการที่อยู่ ๆ ผู้ฝึกยุทธ์ผู้น่าเกรงขามปรากฏตัวในตลาดมืดใต้ดินไม่มีทางที่จะไม่เป็นที่สังเกต
“เราแวะไปที่คุกสักหน่อยดีไหม?” โจวอี้ชวน
“ได้สิ” เซี่ยหลู่ตอบเสียงเริงร่า
ผู้ฝึกยุทธ์ในโลกนี้อาจไม่ต้องการเข้าไปในคุก แต่เธอไม่ปฏิเสธ เพราะมีผู้ฝึกยุทธ์มากกว่ายี่สิบคนใต้บังคับบัญชา ส่วนใหญ่ซื้อตัวมาจากคุกในตลาดมืดใหญ่ ๆ ในจีน สำนักและนิกายอื่น ๆ อาจไม่เห็นว่าคนร้ายเหล่านี้เป็นคน
ทว่าเธอต่างออกไป
เธอต้องการสร้างกองกำลังขึ้นมาเพื่อปกป้องเธอ ปกป้องเหมืองแก่นวิญญาณ และปกป้องความมั่งคั่งของเธอ
ทางเดินไปทางเหนือทอดยาวไปมากกว่ายี่สิบเมตร ก่อนจะพบลิฟต์ตัวหนึ่ง หลังจากที่ทั้งสี่คนลงลิฟต์ พวกเขาก็มาถึงพื้นที่โล่งกว้างขนาดราว ๆ สนามฟุตบอลสองสนาม มีคุกเหล็กอยู่สี่แถว รวมแล้วหลายร้อยกรง แต่ละกรงทำมาจากเหล็กผสมหลายสิบกรง ซึ่งกักขังผู้ฝึกยุทธ์ผู้กระทำผิดไว้
“ซื้อตัวฉันออกไปสิ ฉันจะยอมภักดีถวายหัวเลย!”
“ซื้อฉันสิ! ฉันเป็นปรมาจารย์เชียวนะ เกือบจะบรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้วด้วย ปกป้องความปลอดภัยให้ได้แน่นอน”
“ฉันมีพลังลมนะ! ถ้าอยากเหาะบนฟ้าได้นาน ๆ ก็ซื้อฉันออกไปสิ”
“ฉันเชี่ยวชาญทักษะหลายอย่างเลยนะ ซื้อฉันไปไม่ขาดทุนแน่นอน!”
“ซื้อตัวฉันออกไปนะ! ฉันจะยกชีวิตให้เลย ต่อให้ต้องฆ่าคนวางเพลิงก็ยอม”
เสียงโซ่กระแทกไปมาดังปะปนกับเสียงนักโทษที่ถูกคุมขังในกรง ส่วนใหญ่เกาะลูกกรงและตะโกนลั่นพร้อมแววตาเว้าวอน
แน่นอนว่ามีบางส่วนทำเพียงแค่เหลือบมองพวกเขาและนั่งเงียบอยู่ในกรงขัง สีหน้าไร้แววโหยหาอิสรภาพ ไม่ได้ทุกข์ทนกับการถูกคุมขัง มีแต่ความชินชาและเฉยเมยกับทุกสิ่ง
“นักโทษพวกนี้เป็นใคร?” โจวอี้ถาม
“พวกเขาเกือบทั้งหมดเป็นผู้ฝึกยุทธ์นี่แหละ และเพราะเคยเป็นศิษย์สำนักใหญ่มาก่อนก็เลยถูกซื้อ สำนักพวกนั้นแอบซื้อตัวคืนไป ส่วนจะถูกจัดการยังไงก็ขึ้นอยู่กับพรรคพวกเดิมจะตัดสินใจ”
“อืม!”
โจวอี้พยักหน้ารับ สายตากวาดมองบรรดาหญิงชายทั้งสูงวัยและอ่อนวัยในชุดมอมแมม ในสิบคนนี้มีเพียงสองคนที่สะดุดตาเขา
คนแรกคือหญิงสาวผิวขาวร่างผอม อายุราวสิบแปดสิบเก้า เธอสวมเสื้อผ้ารุ่งริ่งเปื้อนเลือด ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวกับหญ้าแห้ง เธอไม่ได้พูดอะไร ทว่าสายตาที่จ้องพวกเขาเต็มไปด้วยแววอ้อนวอน ค่าตัวของเธออยู่ที่หนึ่งพันสองร้อยแก่นวิญญาณ
ส่วนอีกคนที่เตะตาโจวอี้คือชายหนุ่มผมบลอนด์ แม้ว่าจะนั่งไขว่ห้างหน้าตายแต่ก็ดูออกว่าเจ้าตัวเป็นคนกำยำ หากลุกยืนคงสูงเกินสองเมตร ผิวที่โผล่พ้นเสื้อผ้าเต็มไปด้วยแผลเป็น บ่งบอกถึงประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน ค่าตัวของเขาอยู่ที่หนึ่งพันแปดร้อยแก่นวิญญาณ
“แพงชะมัด!”
โจวอี้อดไม่ได้ที่จะตกใจ เขามีแก่นวิญญาณอยู่บ้าง ทั้งที่ได้มาจากการแลกเปลี่ยนกับเซี่ยหลู่และวิธีการอื่น ๆ รวมกันแล้วมีแค่แปดร้อยกว่า ๆ เท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการซื้อตัวชายผมบลอนด์เลยด้วยซ้ำ แค่หญิงสาวคนนั้น เขายังไม่มีปัญญา
“มีนักโทษที่ถูกใจเหรอ?”
สาวสวยวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ตามมาด้วยชายบึกบึนอีกสองคน
“ราคาแพงเกินไปน่ะครับ” โจวอี้บอกพลางยิ้มเจื่อน
“น้องชายไม่รู้อะไรซะแล้ว ของถูกไม่ดีหรอกนะ ส่วนของดีย่อมไม่ถูก” เธอยิ้ม
“นั่นก็มีเหตุผล” โจวอี้ยิ้มก่อนจะถามว่า “นักโทษผู้ชายผมบลอนด์คนนั้นของคุณค่าตัวแพงที่สุดงั้นเหรอ?”
“เปล่า! คนที่ค่าตัวแพงที่สุดยังมาไม่ถึงน่ะ อีกสองชั่วโมงน่าจะถึงแล้วล่ะ” เธอยกยิ้ม
“ใครเหรอ ค่าตัวกี่แก่นวิญญาณ?” เขาถามด้วยความสงสัย
“หลังจากนักโทษถูกส่งมาที่นี่ ตัวตนก่อนหน้านี้ของพวกเขาก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วล่ะ ถ้าคุณอยากรู้เรื่องนี้ก็ซื้อตัวไปถามเอาเองนะ” เธอกวาดตามองกรงเหล็กก่อนเอ่ยสำทับ
“นักโทษที่กำลังจะมาถึง ราคาแปดพันแก่นวิญญาณ”
“แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?” โจวอี้ตกตะลึง
“แปดพัน ห้ามต่อรอง” เธอหัวเราะ
โจวอี้เคยคิดว่าตนเองร่ำรวยมากแล้ว แต่เมื่อได้ยินราคาก็ทำให้รู้ว่าตนเองยังยากจนมากนัก
แปดพันแก่นวิญญาณ!
แพงอะไรขนาดนั้นกัน?
เขาย้อนนึกถึงราคาแก่นวิญญาณในตลาดมืดซึ่งอยู่ที่ห้าพันล้านหยวน แปดพันแก่นวิญญาณคิดเป็นเงินถึงสี่สิบล้านล้านหยวน
บ้าไปแล้ว!
ถ้ามีเงินขนาดนั้น ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ต่อให้ถลุงเงินทุกวัน ตายไปก็ยังใช้ไม่หมด
นักโทษคนนี้พื้นเพมาจากไหนถึงได้ค่าตัวแพงขนาดนี้ ระดับการฝึกจะแข็งแกร่งระดับไหนกัน
“พอจะบอกได้ไหมว่าระดับยุทธ์ของเขาอยู่ระดับไหน?” เซี่ยหลู่โพล่งถามขึ้น
“ได้สิ เขาเป็นผู้แข็งแกร่งในระดับบรรพจารย์ยุทธ์” เธอตอบพลางยกยิ้ม
เซี่ยหลู่นึกสนใจขึ้นมา ถึงจะอยากซื้อแต่ก็ลังเลอยู่บ้าง
นักโทษคนนี้แข็งแกร่งเกินไป เธอเกรงว่าซื้อตัวไปแล้วต่อไปจะไม่สามารถควบคุมได้ หากอีกฝ่ายมุ่งร้ายขึ้นมาอาจเป็นอันตรายกับตนเองได้
โจวอี้นึกสนใจในตัวนักโทษคนนี้เช่นกัน เขาไม่อยากรีบกลับ จึงตัดสินใจอยู่รอดูว่าจะเป็นอย่างไร
“เซี่ยหลู่ โอสถทลายขอบเขตขายได้กี่แก่นวิญญาณ?” เขาถาม
“สักสี่พันได้” เธอตอบ
“แล้วโอสถทลายขอบเขตระดับสวรรค์ล่ะ?” เขาถามต่ออีก
“อย่างน้อยห้าพันแก่นวิญญาณ ฉันมาประมูลที่ตลาดมืดเมื่อหกปีก่อน เห็นว่าปิดประมูลไปที่ห้าพันสี่ร้อยแก่นวิญญาณ”
โจวอี้ฟังแล้วก็ลูบอกตัวเองทันที เพราะขวดยาที่ถูกเก็บเอาไว้ในอกเสื้อเป็นโอสถทลายขอบเขตระดับสวรรค์สองขวด!