หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 726 เจ้านาย ฉันอยากดื่มเลือด
ตอนที่ 726 เจ้านาย ฉันอยากดื่มเลือด
นักโทษสภาพไม่สู้ดียี่สิบคนที่ถูกล่ามโซ่เดินเรียงแถวเข้ามาในคุก ส่วนใหญ่สีหน้าดูสิ้นหวังเต็มที
คนที่รั้งท้ายแถวเป็นชายชราผมขาวทั้งหัว เขาเป็นคนตัวเตี้ย สวมชุดจงซานสีเทา มุมปากมีรอยแผลเป็นเด่นชัด แววตาเฉยชาราวกับเห็นทุกคนตรงหน้าปราศจากชีวิต
โจวอี้รับรู้ได้ถึงพลังร้ายกาจจากอีกฝ่าย
“หม่าเทียนฝูเหรอ?” เหลียงเหล่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังโจวอี้เอ่ยชื่ออีกฝ่ายขึ้นมา
“นั่น…” หม่าเทียนฝูชะงัก สายตาเย็นชากวาดมองมาทางเหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ย
“เราไม่ได้เจอกันมาหกสิบหรือเจ็ดสิบปีแล้วหรือเปล่า? นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะตกอยู่ในสภาพนี้” เหลียงเหล่ยถอนหายใจ
“เหอะ!” หม่าเทียนฝูแค่นเสียงบอก ทว่ากลับถูกแส้ยาวฟาดลงอย่างรุนแรง
ชายบึกบึนเจ้าของใบหน้าโหดเหี้ยมมองมาที่เขาราวกับหมูกับหมาและตะโกนว่า “เดินไป! ถ้าขัดขืน ฉันเล่นงานแกน่วมอีกแน่!”
หม่าเทียนฝูก้าวเท้าเดินต่อ และในที่สุดก็ถูกขังอยู่ในกรงเหล็ก
“ผู้อาวุโสเหลียง คนรู้จักเหรอ?” โจวอี้ถาม
“อืม!”
“ไม่อยากช่วยเหรอ?”
“ช่างเขาเถอะ! เจ้านั่นใช้ชีวิตด้วยความเกลียดชังมาเป็นร้อยปีแล้ว ช่วยเขาไปจะเดือดร้อนสำนักโอสถซะเปล่า” เหลียงเหล่ยส่ายหน้าขณะบอก
“เกลียดชังเหรอ ใครคือศัตรูของเขาครับ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“นิกายเร้นลับไง”
นิกายเร้นลับ?
โจวอี้นึกตงิดใจและนึกบางอย่างขึ้นมาได้ทันที เขาตัดสินใจจะช่วยหม่าเทียนฝู ต่อให้สุดท้ายจะใช้ประโยชน์ไม่ได้ แต่แค่ปล่อยให้เจ้าตัวออกไปเล่นงานนิกายเร้นลับก็ดีแล้ว
“ไปกันเถอะ!” โจวอี้บอก
“อืม!”
พวกเขาเข้ามาสี่คนแต่กลับออกไปหกคน
ไป๋หลิงกับเหลยหลงตามโจวอี้ไปจนกระทั่งพวกเขาทั้งหกออกจากตลาดมืด
ไม่มีใครแอบตามมา เห็นได้ชัดว่าคนในตลาดมืดนั้นไม่ว่าจะเป็นคนซื้อและคนขายของที่มีเจตนาร้ายย่อมหวาดหวั่นกับบรรยากาศอันน่ากลัวที่เวิงหลิวกุ้ยปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้
หลังจากขึ้นรถ โจวอี้ส่งสัญญาณให้เซี่ยหลู่ขับออกไป โดยที่เขานั่งอยู่ที่นั่งผู้โดยสาร รถหลายคันแล่นออกจากลานจอดรถมุ่งหน้าสู่ทางหลวง เซี่ยหลู่หันไปมองชายหนุ่มพลางยิ้มและถามว่า “อยากจะพูดอะไรกับฉันล่ะ?”
“ช่วยผมหน่อยสิ”
“เรื่องอะไร?”
“ส่งคนไปซื้อตัวหม่าเทียนฝูแล้วหาที่ลับให้ที ผมอยากคุยกับเขา” โจวอี้บอก
“โจวอี้ เขาเป็นยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ยุทธ์นะ แถมยังเป็นคนเหี้ยมโหดมากด้วย ถ้าซื้อตัวเขาไปแล้วไม่ใช้พลังสยบเอาไว้จะเกิดเรื่องเดือดร้อนได้นะ” เธอกระซิบท้วง
“ขอแค่ไม่มีใครรู้ว่าผมซื้อตัวเขาก็ไม่มีปัญหาหรอก” เขาตอบ
“จะปิดบังเรื่องนี้กับผู้อาวุโสเหลียงกับผู้อาวุโสเวิงเหรอ?”
“อืม!”
เธอนิ่งเงียบไป ไม่เข้าใจความคิดของเขาสักนิด หม่าเทียนฝูมีระดับการฝึกสูงเกินไป ชวนให้ไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นท่าทีใจเย็นของเขา เธอก็พยักหน้ารับในท้ายที่สุด จากนั้นจึงกดต่อสายจัดการให้ภายในไม่กี่คำ
กลางดึกอันเงียบสงัด ภายในห้องรับรองแขกของคฤหาสน์บนยอดเขา โจวอี้มองไป๋หลิงและเหลยหลงที่อยู่ตรงหน้า เขาโบกมือบอกให้ทั้งสองนั่งลง ก่อนจะหยิบบุหรี่โยนให้เหลยหลงพลางหัวเราะ
“ที่ฉันซื้อตัวมาก็เพราะอยากให้โอกาส อีกอย่างก็ขาดคนมีความสามารถรอบตัวด้วย หวังว่าต่อไปจะช่วยฉันเรื่องนี้ได้นะ”
“ชีวิตของเราเป็นของคุณแล้ว มีอะไรก็สั่งมาได้เลย” เหลยหลงบอกเสียงขึงขัง
“ค่ะ ฉันจะทำทุกอย่างตามที่คุณสั่งเลย” ไป๋หลิงพยักหน้ารัว ก่อนที่สีหน้าจะฉายความลังเลและละล้าละลังถามขึ้นว่า “ช่วยบอกเราว่าคุณเป็นใครได้หรือเปล่าคะ…”
“ได้สิ! งั้นฉันจะแนะนำตัวเองนะ”
“ฉันสกุลโจว โจวอี้ เป็นศิษย์สำนักโอสถ ตอนนี้ทำงานเป็นแพทย์แผนจีนอยู่ที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิง แต่ทุกวันนี้ออกมาตกปลาสามวัน เล่นเน็ตสองวัน เดี๋ยวโรงพยาบาลน่าจะไล่ฉันออกแล้วล่ะ ฮ่า ๆ”
“แล้วฉันก็เป็นเค่อชิงของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงด้วย”
“สองคนที่ติดตามปกป้องความปลอดภัยให้ฉันก่อนหน้านี้คือบรรพบุรุษสำนักโอสถ”
เขาพูดมาถึงตรงนี้ก็ถามขึ้น “อยากจะถามอะไรไหม?”
“คุณน่าจะเป็นมากกว่าแค่ศิษย์สำนักโอสถใช่ไหม? ยังไงบรรพบุรุษสำนักโอสถคงไม่ติดตามศิษย์ทั่วไปแน่ พวกเขาเป็นถึงผู้อาวุโสเชียวนะ” เหลยหลงถาม
“อาจารย์ของฉันคือฉู่เทียนฮุ่ย เจ้าสำนักโอสถ” โจวอี้ยิ้ม
“มิน่าล่ะ…”
อีกฝ่ายหยักหน้าและเงียบไป
“ฉันมีคำถามค่ะ” ไป๋หลิงยกมือถาม “ต่อไปให้เราเรียกคุณว่าอะไรคะ?”
“เรียกฉันว่าเจ้านาย!” โจวอี้ยิ้ม
“รับทราบ เจ้านาย!” ทั้งคู่ตะโกนขึ้นพร้อมกัน
“ไม่ต้องจริงจังไปหรอกน่า ต่อไปนี้เราต่างเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ฉันไม่ได้จะเจ้ากี้เจ้าการอะไรนักหรอก ขอแค่ไม่ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปทั่วก็พอแล้ว”
โจวอี้สูบบุหรี่ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แน่นอนว่าในเมื่อเป็นคนของฉันแล้ว ฉันก็ต้องฝึกฝนให้พวกนายแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นฉันจะสนับสนุนทรัพยากรการฝึกและค่าใช้จ่ายให้เอง อย่าลืมว่าถึงสำนักโอสถของฉันจะขาดแคลนหลายอย่าง แต่ก็ไม่เคยขาดโอสถ”
ทันใดนั้น เขาก็หยิบขวดโอสถออกมาและเทโอสถยื่นให้ทั้งสองคน แล้วยิ้มบาง ๆ ออกมา “แต่ละคนจะได้โอสถระดับทองสองเม็ด โอสถระดับปฐพีเม็ดหนึ่ง รับเอาไว้ก่อนสิ”
“ขอบคุณครับ/ค่ะ เจ้านาย!” พวกเขาเอ่ยด้วยท่าทีตกตะลึง
ในจังหวะนั้นเอง พวกเขารู้สึกเหมือนโชคหล่นทับ แค่คิดว่าได้ติดตามโจวอี้ต่อไปก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่แล้ว
“เจ้านาย ฉันฝึกวิชาได้เหรอคะ?” ไป๋หลิงถาม
“เธอ…” เขาสับสน ไม่มั่นใจว่าแวมไพร์จะฝึกวิชาได้หรือไม่ ทว่ามันก็น่าจะเป็นไปได้ไม่ใช่หรือ แม้เธอจะถูกแวมไพร์กัดและกลายเป็นแวมไพร์ แต่ก็ยังเป็นคนที่สามารถฝึกยุทธ์ได้
“ไม่ได้เหรอคะ?” เธอดูผิดหวัง
“พูดตามตรงนะ ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นไปได้หรือเปล่าเหมือนกัน แต่ฉันจะลองถ่ายทอดวิชาให้ ลองฝึกดูก่อน ถ้าเป็นไปได้ก็ฝึกต่อไป แต่ถ้าไม่ได้…ค่อยหาทางอื่นก็ได้” โจวอี้ยิ้ม
“อืม เจ้านายใจดีจริง ๆ ค่ะ” เธอยิ้มกว้าง
“ฉันต้องใจดีอยู่แล้วสิ แต่เธอเองก็ต้องตั้งใจนะ เพราะกำลังของเธอไม่ค่อยแข็งแรง ถ้าต่อไปทิ้งห่างกับฉันมากเกินไป ต่อให้อยากอยู่ช่วยฉันก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก” เขาเตือน
“เจ้านายเก่งมากไหมคะ?” เธอถาม
เหลยหลงเงี่ยหูฟังเช่นกัน เพราะขนาดอาจารย์ของเขายังอยู่ในระดับปรมาจารย์เกือบจะบรรลุระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ส่วนโจวอี้อายุน้อยขนาดนี้ ต่อให้มีพรสวรรค์แค่ไหนก็น่าจะไม่ทรงพลังขนาดนั้น
“ก็อยู่ในระดับทั่วไปนั่นแหละ” โจวอี้หัวเราะ
“เจ้านาย ฉันจะฝึกให้แข็งแกร่งขึ้น และคอยปกป้องคุณเองค่ะ” ไป๋หลิงเอ่ยอย่างแข็งขัน
“ผมก็ด้วย!” เหลยหลงเอ่ยขึ้นบ้าง
“โอเค ๆ เหลยหลง นายไม่ต้องกังวลนะ อยากสูบบุหรี่ก็สูบได้เลย ไป๋หลิง มีขนมกับเครื่องดื่มในตู้นั้น ถ้าอยากกินก็ไปหยิบได้ตามสบายนะ!” โจวอี้ยิ้ม
“เจ้านาย ฉัน…อยากดื่มเลือดค่ะ”