หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 742 ชีวิตแลกชีวิต
บทที่ 742 ชีวิตแลกชีวิต
“เป็นไปได้ยังไง?”
ชายชราระดับผสานเต๋าในชุดดำก็สังเกตเห็นกลิ่นอายที่พลุ่งพล่านของโจวอี้เช่นกัน ทว่าเขาไม่เคยคิดว่าในเวลาเพียงสี่หรือห้าวินาที โจวอี้จะสามารถสังหารลูกน้องที่มีฝีมือของเขาได้
นั่นคือระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางเชียวนะ!
จะเป็นเหมือนผู้อ่อนแอต่อหน้าโจวอี้ได้อย่างไร?
หม่าเทียนฝูก็ตกใจไม่แพ้กัน เวลานี้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่อย่างไรแล้วเขาก็ไม่เคยคาดว่าโจวอี้จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้
ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าโจวอี้ยังเด็กและวรยุทธ์ไม่น่าจะสูงมากนัก แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเขาคิดผิด
เพียงไม่กี่วินาที! ต่อให้เป็นเขา ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะฆ่าระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลางในเวลาอันสั้นเช่นนี้!
“ผู้เฒ่าหม่า กำลังเสริมของเราจะมาถึงในไม่ช้านี้ รออยู่ตรงนั้นก่อนนะ อย่าเข้าไปพัวพันกับตาแก่ระดับผสานเต๋าคนนั้น อาจารย์ของผมมาถึงเมื่อไหร่ ผมจะถลกหนังตาแก่นั่นทั้งเป็น” โจวอี้กลับไปอยู่ด้านข้างหม่าเทียนฝูและพูดด้วยจิตสังหาร
“ถ้าเราร่วมมือกัน เราอาจฆ่าเขาได้” หม่าเทียนฝูเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“แกสองตัวกำลังรนหาที่ตาย” ชายชราระดับผสานเต๋าโกรธจัด และโจมตีพวกเขาสองคนอย่างดุเดือด
การต่อสู้รุนแรงขึ้นมาก แม้ว่าโจวอี้จะมีอาวุธศักดิ์สิทธิ์อยู่ในมือ เช่นเดียวกับเทคนิคเก้าอักขระแห่งสวรรค์ และยังร่วมมือกับหม่าเทียนฝู แต่เขาก็ยังถูกชายชราระดับผสานเต๋าปราบได้
เมื่อเวลาผ่านไป อาการบาดเจ็บบนร่างกายของโจวอี้และหม่าเทียนฝูก็เพิ่มขึ้น และอาการบาดเจ็บจากภายในของพวกเขาก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เซี่ยหลู่และคนอื่น ๆ ที่ถูกบังคับให้ต่อสู้ห่างออกไปหลายร้อยเมตรก็ต่อสู้อย่างขมขื่นเช่นกัน
ผู้ใต้บังคับบัญชากว่าสิบคนของเซี่ยหลู่ราว ๆ สี่ถึงห้าคนเสียชีวิตแล้ว ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีเพียงสองคนเท่านั้นที่ถูกสังหาร
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์พร้อมที่ออกมาเผชิญหน้า แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใต้บังคับบัญชาระดับปรมาจารย์สองคนของเธอ เซี่ยหลู่ก็ยังคงได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง
“เจ้านาย ถอยกลับไปหาคุณโจวเถอะ!” ชายวัยกลางคนระดับปรมาจารย์ตะโกนบอก เขากัดลิ้นและกดนิ้วลงบนหน้าอก
เมื่อใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง และเส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนออกมา กลิ่นอายของเขาก็เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าทันที
ขณะที่เซี่ยหลู่กำลังจะถูกระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์พร้อมฆ่าตาย เขาก็พุ่งมาขวางหน้าเธอไว้ทันที
ตูม!
ร่างของเขาถูกแทงด้วยดาบยาวก่อนจะระเบิดออก คลื่นพลังกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวได้บังคับให้ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์พร้อมถอยห่างออกไปกว่าสิบเมตร
“เฒ่าหู…”
เซี่ยหลู่น้ำตาคลอเบ้า เธอกัดฟันและรีบวิ่งไปตามทิศทางของโจวอี้
เวลานี้ชายชราระดับผสานเต๋าเริ่มกังวลมากขึ้น เขากลัวว่าฉู่เทียนฮุ่ยจะมาถึง ดังนั้นเขาจึงไม่คิดที่จะเสียเวลาอีกต่อไป
“กระบี่กระหายเลือด โจมตี!”
การโจมตีครั้งนี้รวดเร็วและทรงพลังราวกับสายฟ้า
แสงกระบี่ยาวหลายสิบเมตรทำลายล้างแสงกระบี่ของหม่าเทียนฝู ฉีกเงาไม้เท้าหัวมังกร และสลายพลังงานกระบี่ มันฉีกเสื้อผ้าของโจวอี้และหม่าเทียนฝู ทิ้งบาดแผลลึกที่มองเห็นได้บนร่างกายของพวกเขาเอาไว้
เมื่อแสงกระบี่สลายหายไป
ร่างของชายชราระดับผสานเต๋าได้ปรากฏตัวต่อหน้าโจวอี้ที่กระเด็นออกไป กำปั้นของเขาขยายออกจนมีขนาดเท่ากับระฆังขนาดใหญ่ ก่อนจะกระแทกมันไปที่หัวของโจวอี้อย่างแรง
การจู่โจมครั้งนี้ หากโดนหัวของโจวอี้จริง ๆ ก็คงจะระเบิดหัวของชายหนุ่มจนกระจุยได้แน่นอน
ทันใดนั้นเอง ทัศนวิสัยของชายชราพลันมืดลง ในขณะที่กลุ่มหมอกสีดำเคลื่อนมาปกคลุมโจวอี้ทันที และร่างที่รวดเร็วราวกับสายฟ้าร่างหนึ่งได้พุ่งเข้าไปในหมอกสีดำนั้น บดบังอยู่ด้านหน้าโจวอี้ไว้ราวกับกำลังปกป้อง
เป็นเซี่ยหลู่นั่นเอง!
เธอยืนหันหลังให้ชายชราระดับผสานเต๋า แขนของเธอกางออก ใช้แผ่นหลังของเธอฝืนรับหมัดของชายชราไว้
หญิงสาวชนเข้ากับโจวอี้ แรงกระแทกที่รุนแรงนี้ทำให้โจวอี้กระเด็นออกไป
โจวอี้ซึ่งกำลังรอโอกาสอยู่นั้นได้หยิบบอลคริสตัลออกมาจากหน้าอกของเขาทันที เมื่อพลังแห่งดวงดาวหลั่งไหลเข้ามา เขาก็โยนมันไปที่ชายชราระดับผสานเต๋าทันที
ตูม!
ลูกบอลคริสตัลระเบิดต่อหน้าชายชรา สายฟ้ามากมายปรากฏขึ้นทันที มันปะทะเข้ากับหน้าอกของชายชราจนเกิดเสียงดังสนั่น
“อ๊าก!…”
เสียงกรีดร้องดังมาจากชายชราระดับผสานเต๋า เสื้อผ้าของเขาถูกเผาเป็นเถ้าถ่านทันที และร่างของเขาปลิวไปไกลเหมือนว่าวสายป่านขาด
เวลานี้หม่าเทียนฝูได้ปรากฏขึ้นด้านหลังชายชราแล้ว กระบี่อันแหลมคมของเขาสับฟันออกไป ฉีกบาดแผลที่เปื้อนเลือดยาวกว่าสิบเซนติเมตรบนแผ่นหลังของชายชรา
“ไปให้พ้น!”
ร่างของชายชรากลิ้งไปมา เขาเหวี่ยงกระบี่ยาวสกัดกั้นการโจมตีของหม่าเทียนฝู จากนั้นจึงเตะเข้าที่อกของหม่าเทียนฝูสุดแรง
“ถอย!”
ชายชราระดับผสานเต๋าคำรามด้วยความโกรธ และรีบวิ่งไปไกลโดยไม่หันกลับมามอง
เขาได้รับบาดเจ็บ! และยังบาดเจ็บสาหัส
การร่วมมือของโจวอี้และหม่าเทียนฝูทำให้เขาได้รับบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่สายฟ้าที่ปะทุออกมาจากบอลคริสตัลสายฟ้านั้นสร้างความเสียหายอย่างหนัก
ครั้นสมาชิกคนอื่น ๆ ของนิกายอสูรดำได้ยินเสียงคำรามของชายชรา จึงได้จำใจเลิกโจมตีคนของเซี่ยหลู่และรีบหนีไปทันที
หมอกสีดำค่อย ๆ จางหายไป โจวอี้คุกเข่าลงบนพื้น แขนอันสั่นเทาอุ้มเซี่ยหลู่ไว้ในอ้อมกอด ราวกับกำลังโอบอุ้มตุ๊กตากระเบื้องที่บอบบาง
“แค่ก แค่ก…”
เลือดแดงฉานไหลออกจากปากของเซี่ยหลู่อย่างต่อเนื่อง เธอเบิกตากว้าง ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อย มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมมาจับเสื้อของโจวอี้ไว้ คล้ายกับกำลังพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอก็ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้
“อย่าพูด อย่าพูดอะไรเลย”
“ไม่เป็นไร ผมเป็นผู้สืบทอดของสำนักโอสถ เป็นนักหลอมโอสถที่เก่งกาจ ไม่ว่าอาการบาดเจ็บจะรุนแรงแค่ไหน ผมก็พามาจากประตูนรกได้”
“เซี่ยหลู่ คุณเป็นผู้หญิงของผม คุณจะต้องอยู่กับผมตลอดไป”
“กลืนเข้าไปซะ” โจวอี้น้ำตาคลอเบ้า พลางยัดโอสถเข้าไปในปากของเซี่ยหลู่
เขาวางมืออีกข้างลงบนชีพจรของเซี่ยหลู่ เพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บของเธอ
สาหัสมาก!
สาหัสเกินเยียวยา
เส้นชีพจรหัวใจของเซี่ยหลู่แตกสลาย อวัยวะภายในของเธออยู่ผิดที่ รอยแตกก่อตัวขึ้นในเส้นชีพจร และปราณแก่นแท้ของร่างกายเธอก็แตกกระจายออกไป
โจวอี้รู้… ถ้าเซี่ยหลู่ไม่ขวางการโจมตีนั้น หัวของเขาคงระเบิดไปแล้วด้วยหมัดของชายชราระดับผสานเต๋า
เซี่ยหลู่ใช้ชีวิตของเธอเพื่อช่วยชีวิตเขา
“เฝ้าไว้ ถึงฟ้าจะถล่มก็อย่าให้มีใครมารบกวนเรา” โจวอี้โยนโทรศัพท์ของเขาไปที่หม่าเทียนฝูที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรและตะโกนว่า “โทรหาอาจารย์ผม! บอกให้เธอรีบมาทันที และผมต้องการหญ้าคืนวิญญาณ!”
หม่าเทียนฝูเช็ดเลือดจากริมฝีปาก พยายามที่จะลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะเซไปสองสามก้าวแล้วทรุดตัวลงข้างโทรศัพท์ เขาหยิบมันขึ้นมาและกดต่อสายอย่างรวดเร็ว
โจวอี้วางเซี่ยหลู่ราบกับพื้น ไม่สนใจอาการบาดเจ็บภายในที่รุนแรงของตัวเอง เขาหยิบกล่องไม้ที่บรรจุเข็มเงินออกมา ก่อนจะเปิดออกแล้วสอดเข็มเข้าไปในจุดสำคัญต่าง ๆ บนร่างกายของเซี่ยหลู่
นิ้วของเขากดลงที่ข้อมือของเซี่ยหลู่ ถ่ายโอนพลังดวงดาวในร่างกายของเขาเข้าสู่ร่างของเธออย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเส้นชีพจรหัวใจให้เธอ
ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร รถสองคันกำลังเร่งความเร็ว
ภายในรถคันที่สอง สีหน้าของฉู่เทียนฮุ่ยเต็มไปด้วยความสุข มือของเธอคอยลูบปกหนังสือเล่มเล็กเอาไว้
กริ๊ง!
เมื่อเธอเห็นหมายเลขที่โทรเข้ามา เธอก็ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กนี่ โตแล้วแต่ยังติดอาจารย์ เพิ่งจะเจอกันไปแท้ ๆ ยังจะโทรมาอีก” จากนั้นเธอก็กดรับสาย
“ปรมาจารย์ ฉู่ ช่วยเจ้านาย…โจวอี้” น้ำเสียงขาดห้วงแสนอ่อนแรงดังมาจากปลายสาย
สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันที มือของเธอที่ถือโทรศัพท์ไว้เริ่มสั่นเทา ก่อนจะถามอย่างกระวนกระวายว่า “เกิดอะไรขึ้น เสี่ยวอี้อยู่ที่ไหน?”
“เราถูกผู้ฝึกยุทธ์ของนิกายอสูรดำโจมตี มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับผสานเต๋าและระดับบรรพจารย์ยุทธ์อีกสองคน พวกเราได้รับบาดเจ็บสาหัส โปรดมาที่นี่โดยเร็ว และนำหญ้าคืนวิญญาณมาด้วย”
“อยู่ไหนกันล่ะ!”
“เดี๋ยวข้าส่งให้”