หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 750 การรวมตัวกันของผู้มีอิทธิพล
บทที่ 750 การรวมตัวกันของผู้มีอิทธิพล
“ว่าแต่คุณแม่ของเหมียวเหมี่ยวเองก็เป็นนักร้องดังนี่ เธอเองก็อยากเป็นนักร้องไม่ใช่เหรอ? ต่อไปพอสนิทสนมกับเธอก็ขอให้ช่วยทาบทามสิ! ถ้าเธอได้เซ็นสัญญากับคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ละก็ต้องเยี่ยมมากแน่เลย” หลี่เล่ยเล่ยโพล่งบอก
“จะดีเหรอ?” ฉู่ซือซือลังเล
“จะไม่ดียังไงล่ะ เธอทั้งสวยทั้งน่ารัก จบมาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ชื่อดัง ขอแค่เราสอนเหมียวเหมี่ยวกับเสี่ยวรุ่ยให้มีความรู้ได้ พวกเขาต้องเก่งมากแน่ ๆ ฉันเชื่อว่าแม่ของเหมียวเหมี่ยวจะดีใจแล้วก็ยอมช่วยฝากฝังเธอ” หลี่เล่ยเล่ยบอก
“อื้ม!” ฉู่ซือซือพยักหน้าหงึกหงัก
เธอฝันอยากเป็นนักร้องมาตลอด อยากยืนบนเวทีที่ทุกคนจับจ้องและร้องเพลงให้ทุกคนฟัง
ก่อนหน้านี้เธอไม่มีเส้นสายหรือช่องทางใด ๆ แม้ทักษะการร้องเพลงจะดีและมีแฟน ๆ จากผู้ติดตามในแอปฯโต่วอิน แต่ก็ไม่มีช่องทางที่ดีกว่านี้ เธอจึงไม่กล้าที่จะลาออกไปมุ่งมั่นกับการร้องเพลง
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองมารับถังเหมียวเหมี่ยวและถังเสี่ยวรุ่ย ก่อนจะรีบไปที่ย่านช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
พวกเธอนึกไม่ถึงว่าวันนี้บ้านตระกูลโจวจะครึกครื้นขนาดนี้ มีคนอยู่ทั้งด้านในและด้านนอกบ้านเกือบยี่สิบคน
“สวยจังเลย!” ถังเหมียวเหมี่ยวอุทานขึ้นอย่างเริงร่า และคว้ามือพี่สาวอย่างถังเสี่ยวรุ่ยวิ่งเข้าไปในโถงกลางบ้านทันที
“ลูกสาวที่รัก สุขสันต์วันเกิดนะลูก!” โจวอี้ยิ้มพลางคว้าถังเหมียวเหมี่ยวขึ้นมาหอมแก้มนุ่ม ก่อนจะลูบหัวเล็ก ๆ ของถังเสี่ยวรุ่ย “พอถึงวันเกิดของเสี่ยวรุ่ย พ่อแม่ก็จะจัดงานแบบนี้ให้เหมือนกันนะ”
“อื้ม!” ถังเสี่ยวรุ่ยยิ้มรับขณะพยักหน้า
“อ๊ะ ครูเล่ยเล่ยกับครูซือซือ ขอบคุณที่ช่วยพาเหมียวเหมี่ยวกับเสี่ยวรุ่ยกลับมานะครับ เรายินดีมากที่คุณมาร่วมกงานเลี้ยงวันเกิดของเหมียวเหมี่ยว” โจวอี้ยิ้ม
“พ่อคะ ครูเล่ยเล่ยกับครูซือซือให้ของขวัญวันเกิดหนูด้วยค่ะ!” ถังเหมียวเหมี่ยวหัวเราะคิกคัก
“จริงเหรอ? แล้วหนูได้ขอบคุณครูเล่ยเล่ยกับครูซือซือหรือยัง?” โจวอี้ถามพร้อมรอยยิ้ม
“อื้ม เหมียวเหมี่ยวชอบครูเล่ยเล่ยกับครูซือซือ ขอบคุณคุณครูไปแล้วค่ะ!” ถังเหมียวเหมี่ยวหัวเราะ
“อืม เหมียวเหมี่ยวเป็นเด็กดีแล้วก็เก่งมาก”
เขาชมเธอก่อนจะยิ้มให้คุณครูทั้งสอง “รบกวนคุณไว้มากเลยครับ วันนี้กินดื่มแล้วก็สนุกให้เต็มที่เลยนะครับ”
“ค่ะ” หลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือรีบพยักหน้ารับ
“คุณโจวคะ เราเองก็อยู่กันว่าง ๆ มีอะไรให้เราพอช่วยทำได้ไหมคะ?” หลี่เล่ยเล่ยถาม
ช่วยเหรอ?
โจวอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตั้งท่าจะพูดบางอย่าง ทันใดนั้นก็เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามา สีหน้าจึงชะงักไปทันที
เกิดอะไรขึ้น?
เด็กพวกนี้… เป็นลูกของเพื่อนบ้านที่ฝึกวิชากับเหมียวเหมี่ยวและเสี่ยวรุ่ยทุกวันไม่ใช่เหรอ?
โจวอี้มองเด็ก ๆ เหล่านั้นวิ่งมายัดของขวัญใส่มือถังเหมียวเหมี่ยว เขาพลันนึกขึ้นได้ว่าลูกสาวคงจะชวนเด็กพวกนี้มาด้วย
ถึงอย่างไรก็ยังถือว่าเป็นแขก
เขาหันไปมองหลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือพลางยิ้มออกมา “คุณครูครับ ช่วยดูแลเด็ก ๆ ได้ไหมครับ?”
“อื้ม ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” พวกเธอรีบตอบตกลง
หลังจากนั้น โจวอี้ได้เจอถังหว่านและบอกเรื่องที่ลูกของเพื่อนบ้านมาด้วย เขาจึงปรึกษาเรื่องนี้กับเธอ “ถึงผมจะเตรียมวัตถุดิบเอาไว้เยอะ แต่ว่าก็มีคนเยอะ เราสั่งผักมาจากโรงแรมแถวนี้กันดีไหม?”
“ได้สิ! แต่ว่าด้านในมีที่ไม่พอด้วยไม่ใช่เหรอคะ?” ถังหว่านถาม
“งั้นเราตั้งโต๊ะเพิ่มไว้ที่สนามหญ้าก็ได้ ยังไงก็มีพื้นที่กว้างอยู่แล้ว” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นฉันไปจัดการให้…”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง”
โจวอี้ขันอาสาอย่างเต็มใจแต่ก็ไม่ทันได้ลงมือทำ เนื่องจากหวงไห่เทาที่มาถึงก่อนกำหนดดึงตัวลูกน้องมาช่วย ในขณะที่เฉิงฮ่าว เหมิงเทียนอ้าว และจี้หมิงเจิ้นก็ถูกหวงไห่เทาลากมาช่วยงานด้วยเช่นกัน
หลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือยืนอยู่ทางสนามหญ้าฝั่งตะวันตก สายตาจับจ้องเด็ก ๆ ที่วิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน
“เจ้านายเราสนิทกับคุณโจวจริง ๆ นะเนี่ย ขนาดวันเกิดเหมียวเหมี่ยวยังมาร่วมฉลองด้วยเลย” หลี่เล่ยเล่ยกระซิบ
“ไม่ใช่แค่เจ้านายเรานะ! แต่คุณเฉิงฮ่าวที่เป็นคนใหญ่คนโตในแวดวงนักธุรกิจของจินหลิงก็ด้วย” ฉู่ซือซือเอ่ยเสริม
“คุณโจวนี่น่าทึ่งมาก เห็นไหม คนที่มาวันนี้ดูไม่ธรรมดาเลย”
“อืม ดูเป็นคนใหญ่คนโตกันทั้งนั้น”
ตอนนี้เอง พวกเธอพลันเห็นคนคู่หนึ่งเดินยิ้มเข้ามาในสนาม
“เล่ยเล่ย หยิกฉันให้รู้ทีว่าฝันไปหรือเปล่า” ฉู่ซือซือบอกขณะสะกิดแขนหลี่เล่ยเล่ย
“หมายความว่ายังไง?” อีกฝ่ายถามด้วยความงุนงง
“นั่นหยางเซี่ยวหาง! คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองจินหลิง มีทรัพย์สินเกือบแสนล้านหยวนเลยนะ แถมยังได้จางซิ่วจือเป็นภรรยา มีบริษัทเป็นของตัวเอง เป็นผู้มีอิทธิพลกันทั้งคู่เลย” ฉู่ซือซืออธิบาย
คนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองจินหลิงเหรอ?
หลี่เล่ยเล่ยอ้าปากค้าง สายตาฉายแววเหลือเชื่อ
เธอมองโจวอี้ตะโกนเรียกมาจากด้านในว่า “พี่หยาง! พี่สะใภ้!” ท่าทีของเขาดูคุ้นเคยเจือเคารพนับถือ
ทันใดนั้น เธอและฉู่ซือซือก็เห็นชายวัยกลางคนหลายคนในชุดภูมิฐานเดินเข้ามาในสนามหญ้า แต่ละคนถือของขวัญที่ถูกห่ออย่างสวยงามอยู่ในมือ
“เล่ยเล่ย ฉันจะเป็นลมแล้ว”
“เป็นอะไรไป?”
“นั่นมันพวกคนดังที่โผล่ในรายการเกี่ยวกับการเงินของสถานีโทรทัศน์จินหลิงบ่อย ๆ ทั้งฟ่านเอ้อร์เฉียง เฉียนต้าจ้าว แล้วก็หลี่หงอี้… พวกเขามีทรัพย์สินส่วนตัวกันหลายพันล้านหยวนเลยนะ” ฉู่ซือซือกระซิบบอกหลังกลืนน้ำลาย
“โห…” หลี่เล่ยเล่ยอึ้งไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือยิ่งตกตะลึง
เพียงครึ่งชั่วโมง ฉู่ซือซือได้เห็นเศรษฐีมากกว่าสิบคนในเมืองจินหลิง ทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขารวมกันแล้วเพียงพอจะส่งผลกระทบต่อเมืองจินหลิง… และค่าจีดีพีรายปีของมณฑล
โจวอี้งุนงงไปแล้วเช่นกัน เขานึกไม่ถึงว่าจะมีคนมาร่วมงานวันเกิดลูกสาวมากมายขนาดนี้
มันผิดจากแผนเดิมที่คิดแค่ว่าจะจัดงานวันเกิดให้ลูกสาวไปโดยสิ้นเชิง เขาไม่รู้ว่าคนพวกนี้รู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเหมียวเหมี่ยว
ทว่าทุกคนก็มาถึงกันแล้ว ต้องต้อนรับขับสู้อย่างเต็มที่!
ในขณะเดียวกัน หวงไห่เทาเองก็ท้อแท้ขึ้นมา
เขา เฉิงฮ่าว และคนอื่น ๆ เพิ่งไปขนโต๊ะจากโรงแรมแถบนี้มาเพิ่ม เพิ่งได้นั่งพักที่สนามหญ้า แต่ก็พบว่ามีคนมาถึงอีกแล้ว! ทำเอาพวกเขาพูดไม่ออก จึงไม่มีทางเลือกนอกจากโทรติดต่อโรงแรมให้ส่งโต๊ะและเก้าอี้มาเพิ่ม
หลังจากนั้นจางเหิง ผู้จัดการของคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ พร้อมทั้งผู้ช่วยส่วนตัวอย่างไป๋ไค พร้อมทั้งคนดังหลายคนจากคอลเลกชันเอนเตอร์เทนเมนต์ก็มาถึงเช่นกัน
เฉินเจี้ยนหรง ผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงก็มาถึงแล้ว และเหยียนเผิงเชา ประธานค่ายเดิมของถังหว่านก็รีบมาสมทบ
เย็นวันนั้นเกิดการรวมตัวกันของเหล่าคนผู้มีอิทธิพลในบ้านตระกูลโจวภายในย่านช็องเซลิเซ่
จากเดิมที่ตกตะลึงจึงกลายเป็นชินชา หลี่เล่ยเล่ยและฉู่ซือซือพูดไม่ออกอีกต่อไป
ภายในห้องนั่งเล่น ถังชงตามติดถังหว่านทั้งที่แข้งขาสั่นเทาและมวนท้องไปหมด
ใช่แล้ว! ขาสั่น!
เพราะเขานึกหวาดกลัว แม้จะรู้อยู่บ้างว่าพี่เขยคนนี้มีฝีมือ แต่นึกไม่ถึงว่าโจวอี้จะเก่งกาจขนาดนี้ เขาแอบนับและพบว่าเจ้าสัวส่วนใหญ่ในเมืองจินหลิงต่างมาร่วมงานในวันนี้
ถังชงนึกถึงเพื่อนมนุษย์วัวของตน เมื่อเห็นเพื่อนฝูงของพี่เขยแล้ว เขาก็นึกอับอายขึ้นมา เพราะเทียบกันแล้วเพื่อนของเขาแทบจะไม่มีพิษภัยเลย
ยามนี้เขานับถือโจวอี้อย่างสุดซึ้ง จนเกือบจะคุกเข่าคำนับให้ต่อหน้าสาธารณชน