หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 754 ฝึกยุทธ์ระดับชาติ
บทที่ 754 ฝึกยุทธ์ระดับชาติ
โจวอี้เห็นความมุ่งมั่นในแววตาของลูกสาวอย่างถังเสี่ยวรุ่ย ความไม่พอใจตีตื้นขึ้นมาในใจ จึงดุออกไปทันที “ต่อให้อยากไป ลูกก็ไปที่นั่นไม่ได้ มันอันตรายมาก ลูกเป็นลูกสาวพ่อ พ่อยอมให้ลูกไม่ต้องทำอะไรสำเร็จเลยดีกว่าจะให้ลูกไปเสี่ยงที่นั่น!”
“พ่อคะ หนูเข้าใจพ่อนะคะ แต่ถ้าไม่ยอมให้หนูไป ต่อไปหนูก็จะไม่มีความสุข แล้วก็ต้องทุกข์ไปแบบนี้ตลอด” ถังเสี่ยวรุ่ยตัวสั่น เด็กน้อยก้มหน้าลงด้วยความกลัว
“นี่ลูก…”
“โจวอี้ ทำไมต้องขึ้นเสียงใส่เสี่ยวรุ่ยด้วยล่ะ ลูกยังเด็กอยู่เลยนะคะ” ถังหว่านเห็นว่าลูกสาวกลัวก็รีบดึงเด็กน้อยเข้ามาในอ้อมแขนและโวยวายใส่โจวอี้
“ผมไม่ได้ทำสักหน่อย…”
“ไม่ได้ทำที่ไหน ถ้ามีอะไรจะสอนลูกก็บอกดี ๆ สิคะ ดูสิ ลูกกลัวหมดแล้วนะ” เธอย่อตัวลงพลางกอดถังเสี่ยวรุ่ยไว้ “เสี่ยวรุ่ยเป็นเด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ พ่อเขาเองก็เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก เขาเลยไม่อยากให้ลูกไปลำบาก ไม่อยากให้ลูกไปเผชิญหน้ากับอันตราย เราต่างก็รักลูกมาก หวังว่าลูกจะเข้าใจและไม่ทำให้เราเป็นห่วง ตกลงไหมคะ?”
“แม่คะ หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ แล้วก็มีอาจารย์อยู่กับหนูด้วย ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” ถังเสี่ยวรุ่ยบ่อน้ำตาแตก แต่เธอยังยืนกรานหนักแน่น
“แม่…” ถังหว่านพูดไม่ออก
“เจ้านาย ถ้าเธออยากไปจริง ๆ ก็ให้เธอไปเถอะค่ะ! ถึงจะยังเด็กแต่ก็ถูกลิขิตแล้วว่าชีวิตคงไม่ราบรื่น ให้เธอฝึกฝนเอาไว้เป็นการดีที่สุดนะคะ” หนานกงเหยาโพล่งขึ้น สายตาที่จ้องไปยังถังเสี่ยวรุ่ยอ่อนลงก่อนเอ่ยสำทับ “ฉันรับประกันเลยค่ะว่าจะปกป้องความปลอดภัยของเธอให้สุดความสามารถ”
โจวอี้ยังคงนิ่งเงียบ
เขารู้นิสัยของลูกสาวดี
เธอเป็นเด็กว่าง่ายและมีเหตุผล แต่ก็เรียบร้อยและขี้กลัวด้วย ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้คือความดื้อรั้น ยากที่จะทำให้ยอมแพ้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง
โจวอี้รู้ด้วยซ้ำว่าถ้าเขาไม่ยอมให้เธอไป ก็อาจเป็นอย่างที่เจ้าตัวพูดมาก่อนหน้านี้ว่าต่อไปนี้จะไม่มีทางมีความสุข
ทว่าเขาก็ยังโกรธ!
ว่ากันว่าลูกชายจะดื้อกับพ่อ แต่เธอเป็นเด็กผู้หญิงอายุแค่เจ็ดแปดขวบ! ถึงวัยต่อต้านแล้วหรืออย่างไร
เอาเถอะ! ถ้าอยากไปก็จะให้ไป!
โจวอี้ยอมแพ้และเอ่ยอย่างจนปัญญา “ก็ได้! ถ้าอยากไปก็ไป แต่ต้องกลับมาอย่างน้อยปีละสองครั้ง แล้วก็ระวังตัวให้ดีด้วย รู้ไหม?”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะพ่อ!” ถังเสี่ยวรุ่ยยิ้มกว้าง
ทว่าในใจของเธอกลับกล้ำกลืนอยู่ไม่น้อย
สำหรับเธอแล้ว การอยู่กับครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ทว่าเพื่ออนาคต เธอได้แต่อดทนไปฝึกฝนอย่างเข้มงวดที่ไซบีเรีย เอาตัวรอดเพื่อที่จะได้แข็งแกร่งขึ้น และอยู่กับพ่อแม่และน้องสาวพี่ชายได้ตลอดไป…
“คุณคะ…”
“เสี่ยวหว่าน ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าหนานกงเหยากับหานโหรวจะดูแลเสี่ยวรุ่ยเป็นอย่างดี ถ้าต่อไปเราคิดถึงเธอก็ค่อยไปเยี่ยมเธอก็ได้” โจวอี้ปลอบ
ถังหว่านเม้มปากกลั้นน้ำตา ก่อนจะเอื้อมมือไปรั้งลูกสาวมากอด
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเงียบ ๆ สายตาฉายแววแปลกประหลาด
“เสี่ยวอี้ ที่ไซบีเรียมีอะไรเหรอ?” เหลียงเหล่ยถาม
“เสี่ยวรุ่ยไม่ได้แค่ฝึกยุทธ์ แต่เธอยังมีทักษะธาตุน้ำ ไซบีเรียเหมาะกับการฝึกของเธอที่สุดแล้ว” โจวอี้บอก
เพียงเพราะเรื่องนี้หรือ?
ไม่มีทาง!
ต้องเกิดเรื่องพิเศษขึ้นที่ไซบีเรียแน่นอน ไม่อยากนั้นทำไมหนานกงเหยาและหานโหรวถึงไปที่นั่น
โจวอี้เองก็ไปที่นั่น มีแผนอะไรอยู่กันแน่?
เหลียงเหล่ยและเวิงหลิวกุ้ยสบตากัน แต่ไม่ได้ถามซักไซ้อะไรอีก
ทุกคนมีความลับ โจวอี้เองก็ไม่มีข้อยกเว้น ในเมื่อไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ!
“ข้าเองก็จะไปด้วย!” แม่เฒ่าเทียนจี้เดินออกมาพร้อมไม้เท้าในมือ
“คุณย่า…”
“ทำไม ข้าไปไม่ได้รึ?” แม่เฒ่าเทียนจี้ถาม
“ไปได้ครับ แต่ว่าอากาศที่นั่นหนาวมาก คนก็อยู่กันน้อย ผมเกรงว่าถ้าไปแล้วคุณย่าจะลำบาก” โจวอี้บอกด้วยรอยยิ้มลำบากใจ
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ข้าจะอยู่ดูแลเสี่ยวรุ่ยสักสามปีแล้วก็จะกลับ” แม่เฒ่าเทียนจี้บอก
“ถ้างั้นก็ได้ครับ!”
โจวอี้พยักหน้ารับแต่โดยดี
เขาเชื่อมั่นในตัวแม่เฒ่าเทียนจี้ ต่อให้เธอรู้เรื่องค่ายลับ แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยก็คงไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องมีผู้แข็งแกร่งคอยประจำอยู่ที่ค่ายลับด้วย
ตอนนี้แม่เฒ่าเทียนจี้อยู่ขั้นสุดท้ายของระดับบรรพจารย์ยุทธ์แล้ว อีกเพียงขั้นเดียวก็จะพ้นระดับบรรพจารย์ยุทธ์ ถ้ามีเธออยู่ที่ค่ายลับก็คงวางใจได้มากกว่าเดิม
ตกเย็น โจวอี้ไปส่งแม่เฒ่าเทียนจี้ หนานกงเหยา หานโหรว และเสี่ยวรุ่ยที่สนามบิน ส่วนซีชิงอิ่ง และสองพี่น้องหลวนเทียนไฉและหลวนเทียนเฟิงมาถึงก่อนพวกเขา
“เฉินซาน พอไปส่งพวกเขาเสร็จก็รีบกลับมาทันที เราต้องออกเดินทางกันพรุ่งนี้เช้า” โจวอี้สั่ง
“ครับ!”
ในขณะเดียวกัน ถังเหมียวเหมี่ยวจับมือถังเสี่ยวรุ่ยคล้ายกับว่าไม่อยากให้ไป เธอร้องไห้จ้า ฝ่ายพี่สาวก็ปาดน้ำตาเช่นกัน
ในที่สุด ถังเสี่ยวรุ่ยก็จากไป
โจวอี้อุ้มลูกสาวขี้แยอย่างถังเหมียวเหมี่ยวไว้ในอ้อมแขน ในใจรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ทำได้เพียงแสร้งยิ้มปลอบใจลูกสาว
‘นิกายเร้นลับ นิกายอสูรดำ นิกายอเวจีโลหิต…’
ชื่อเหล่านี้ดังวนเวียนอยู่ในใจโจวอี้ เขาหมายมั่นว่าต่อไปจะถอนรากถอนโคนกองกำลังเหล่านี้ให้หมด ทุกคนต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก
วันที่ 1 พฤษภาคม
กระทรวงศึกษาธิการประกาศข้อความที่ทำให้แตกตื่นไปทั่วประเทศ
หัวข้อคือ ฝึกยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตน และภักดีต่อประเทศชาติ
เนื้อหาคือการกำหนดให้การฝึกยุทธ์เป็นวิชาหนึ่งของโรงเรียนประถมและมัธยม และกำหนดการสอบภาคบังคับสำหรับนักเรียนในแต่ละขั้น ทั้งยังให้นักเรียนในระดับมหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศมาฝึกในสมาคมศิลปะป้องกันตัวในมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนฝึกศิลปะป้องกันตัวข้างนอก กระทรวงศึกษาธิการจะออกเกณฑ์การจบการศึกษาภายในสามเดือน
ในที่สุดก็มีการสนับสนุนให้คนทั้งประเทศฝึกยุทธ์
โจวอี้เห็นรายงานข่าวทางโทรทัศน์และรู้ว่าคนทั้งประเทศจะมีปฏิกิริยาอย่างไรในโลกโซเชียล
เขารู้ว่าต่อจากนี้ไป เส้นทางการฝึกยุทธ์ของคนทั้งประเทศจะไม่อาจหยุดยั้ง
“โจวอี้ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หวงไห่เทารีบเปิดประตูเข้ามา
“เรื่องการฝึกยุทธ์ทั้งประเทศน่ะเหรอ?” โจวอี้ถาม
“ใช่ เรื่องนั้นแหละ หลังจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาประกาศมาก็มีรายการข่าวช่องระดับประเทศรายงานข่าวยืนยัน ตอนนี้ทั้งประเทศแตกตื่นกันหมดแล้ว” หวงไห่เทาปาดเหงื่อขณะยิ้มเจื่อน “ให้ทุกคนฝึกยุทธ์เนี่ยนะ! มันเหมือนกับนิวเคลียร์ที่ระเบิดออกมาทันทีเลย นายคิดว่าไงล่ะ แปลกใจกับข่าวใหญ่ขนาดนี้ใช่ไหมล่ะ?”
“ผมรู้มาสักพักแล้วล่ะ” โจวอี้บอก
“รู้แล้วเหรอ? เรื่องนี้เนี่ยนะ…”
“เหล่าหวง ผมจะบอกอะไรให้นะ คุณต้องเหยียบเอาไว้ให้มิดล่ะ ต่อให้ไปเมาหรือมีใครเอามีดมาจ่อคอก็ห้ามปริปากบอกเด็ดขาด” โจวอี้เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง
“เรื่องอะไรล่ะ?”
“ที่ก้นทะเลสาบเซียนหนู่ในมณฑลซีเจียง มียานอวกาศของพวกต่างดาวที่มีอารยธรรม ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าโลกเรา แต่ยังมีพวกวิชาศิลปะป้องกันตัวด้วย การระเบิดของชิ้นส่วนเรือรบทำให้พลังวิญญาณแพร่กระจาย มันก็เลยเหมาะกับการฝึกยุทธ์มาก” โจวอี้บอกเสียงเบา
หวงไห่เทาสั่นเทาไปทั้งตัว เขาเข้าใจว่าการมีอยู่ของยานอวกาศ รวมถึงการระเบิดจะทำให้เกิดความแตกตื่น
โลกผู้ฝึกยุทธ์จะแพร่กระจายออกไปอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้
“นี่มันโอกาสทองเลยไม่ใช่เหรอ?” หวงไห่เทาถาม
“เป็นโอกาสดี” โจวอี้พยักหน้าก่อนจะกล่าวต่อ “แต่ก็เสี่ยงมากเหมือนกัน พอการฝึกยุทธ์เป็นที่ยอมรับ คนก็จะแข็งแกร่งขึ้น และความมั่นคงสงบสุขก็จะยิ่งกลายเป็นเรื่องท้าทาย”