หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 755 ผมอยู่จินหลิงสบายดี
บทที่ 755 ผมอยู่จินหลิงสบายดี
มณฑลเหอหนาน เขตหลิงอิง
ในชุมชนแออัด อู๋ต้าจ้วงที่ง่วนอยู่กับงานในครัวได้ยินเสียงภรรยาตะโกนเรียก น้ำเสียงฟังดูร้อนรน เขาจึงปิดเตาและรีบออกไป
“เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไร?” อู๋ต้าจ้วงลนลานถาม
“คุณคะ มีข่าวรายงานว่าจะเพิ่มการฝึกยุทธ์เป็นหนึ่งในวิชาเรียนค่ะ ทั้งระดับประถมและมัธยมเลย ต่อไปจะมีการสอบด้วย” หวังซู่เฟินเอ่ยด้วยท่าทีตกตะลึงพลางชี้ไปทางโทรทัศน์
“จริงเหรอ ไม่ใช่ข่าวปลอมแน่นะ?” อู๋ต้าจ้วงรู้สึกเหลือเชื่อ
“จริง ๆ ค่ะ ฉันแค่ลืมเรียกคุณ แต่ถ้าไปค้นเรื่องนี้ในเน็ตก็น่าจะเจอนะคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็ลงมือค้นหาทันที
ทันใดนั้นก็นิ่งอึ้งไป
เรื่องจริงซะด้วย!
ศิลปะการป้องกันตัวถูกบรรจุเป็นวิชาเรียน ทางการสนับสนุนให้ทุกคนฝึกยุทธ์ และต่อไปนักเรียนยังต้องสอบศิลปะการป้องกันตัวอีกด้วย
“ลูกชายเราเลื่อนชั้นแล้ว ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนโกวต้า… เดี๋ยวสิ ตอนนี้ไม่ได้เรียนที่นั่นแล้วนี่ คุณหมอโจวพาเขาไปที่จินหลิงแล้ว” อู๋ต้าจ้วงเอ่ยอย่างสับสน
“เร็วเข้า โทรไปถามลูกว่าโรงเรียนใหม่เพิ่มวิชาศิลปะการป้องกันตัวหรือเปล่า ถ้าไม่ เราก็ต้องให้เขาย้ายโรงเรียนนะ” หวังซู่เฟิงเร่ง
“ว่าแต่ลูกชายเราได้รับการอุปถัมภ์จากคุณหมอโจวแล้ว ไม่ว่าเรื่องเรียนหรือการงานในอนาคตก็ถูกปูทางเป็นอย่างดี ต่อไปเงินเดือนต้องดีมากแน่ เราไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก” อู๋ต้าจ้วงกล่าว
“แต่ว่าก็ยังต้องโทรหาลูกแล้วถามว่าเขาเรียนโรงเรียนใหม่แล้วเป็นยังไงบ้างอยู่ดี เอ๊ะ…”
กริ๊ง!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในจังหวะนี้เอง
หลังจากรับสาย เสียงลูกชายก็ดังมาจากปลายสาย
“พ่อ ผมเสี่ยวเหว่ยเองนะ”
“เสี่ยวเหว่ย ตอนนี้อยู่ที่จินหลิงใช่ไหม โรงเรียนใหม่เป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้หรือยัง โรงเรียนอยู่ที่ไหนล่ะ? แม่กับพ่อ…”
“พ่อครับ อยู่ที่จินหลิงเนี่ยทั้งการใช้ชีวิตและการเรียนเป็นไปด้วยดีเลยครับ ที่โรงเรียนก็ไม่ใช่แค่ให้เรียนวิชาการ แต่ยังได้ฝึกหลายทักษะเลย นายใหญ่บอกว่าขอแค่ตั้งใจจริง ต่อไปอนาคตสดใสแน่นอนครับ”
“นายใหญ่เหรอ?”
“ครูใหญ่ของเราน่ะครับ เขามีเงิน เราเลยเรียกเขาว่านายใหญ่”
“อ๋อ ดีเลย แต่ลูกบอกว่านอกจากวิชาการก็ได้ฝึกทักษาะอย่างอื่นด้วยเหรอ?” อู๋ต้าจ้วงถามด้วยความสงสัย
“หลายอย่างเลยครับ! อย่างการขับรถ วิทยาการคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ล้ำสมัย การฝึกยุทธ์ ศิลปะ เขียนพู่กัน ได้ยินมาว่าเดี๋ยวจะมีการทำอาหาร ชิมไวน์ และยิงปืนด้วย…”
“เดี๋ยว!”
อู๋ต้าจ้วงใจเต้นแรง
ลูกชายเขาอายุเท่าไรเอง จะเริ่มเรียนขับรถแล้ว? อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในโรงเรียน ให้เด็กดื่มได้ยังไง? แล้วยังมีการยิงปืนอีก?
“ลูกบอกมาได้ไหมว่าโรงเรียนลูกปกติหรือเปล่า?” อู๋ต้าจ้วงถามด้วยความหวาดระแวง
“พ่อ ไม่ต้องห่วง! โรงเรียนผมปกติดี ถึงแม้ว่าโรงเรียนนี้จะกำลังก่อสร้างอยู่ เราเลยต้องย้ายที่ไปเรื่อย ๆ แต่คุณครูกับครูฝึกก็เก่งมาก ผมจะบอกให้นะ หลังเราเรียนจบก็ต้องกลายเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านแน่” อู๋เหว่ยกล่าว
คนที่มีความสามารถรอบด้านอย่างนั้นหรือ?
ใช่แล้ว เรียนไปมากมายขนาดนี้ จะไม่มีความสามารถรอบด้านได้อย่างไร
คุณหมอโจวทุ่มเทในการอบรมสั่งสอนเด็กมากจริง ๆ!
“แล้วที่นั่นสอนการฝึกยุทธ์หรือเปล่าลูก?”
“สอนสิครับ! ครูฝึกของเราเก่งมา หลายคนเป็นทหารกองกำลังพิเศษที่เกษียณออกมา บางคนน่าทึ่งกว่านั้นอีก เหาะจากพื้นปีนขึ้นกำแพงได้ด้วยครับ”
ณ เจิ้งโจว ย่านชานเมืองตะวันตก
เฉินกัวตงเพิ่งทานอาหารเสร็จ ก่อนที่ลูกจะโทรมาระหว่างที่กำลังจุดบุหรี่
เขารู้เรื่องที่ทางการสนับสนุนให้นักเรียนฝึกยุทธ์แล้ว และรู้สึกตัดสินใจถูกต้องที่ส่งลูกสาวเข้าเรียนโรงเรียนฝึกสอนศิลปะป้องกันตัว
ลูกสาวเขาเป็นต่อในเรื่องนี้แล้วล่ะ!
“ซูเจี่ย ที่จินหลิงเป็นยังไงบ้าง ชอบโรงเรียนใหม่หรือเปล่า?” เฉินกัวตงถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“อืม ก็ดีนะคะ” เฉินซูเจี่ยตอบ
“ชีวิตที่นั่นกับการเรียนเป็นยังไงบ้าง?”
“พ่อคะ หนูเหนื่อยจังค่ะ เหนื่อยทุกวันเลย”
“ถ้าเหนื่อยก็พักก่อนสิ จะลาออกเมื่อไหร่ก็บอกพ่อได้เลย ถ้าไม่ใช้หนึ่งล้านหยวนก็คืนให้ก็ได้” เฉินกัวตงกล่าว
“พ่อคะ ถึงอยู่ที่นี่จะเหนื่อยแต่ก็รู้สึกเหมือนได้เติมเต็มมากเลย ครูฝึกบอกว่าเหนื่อยวันนี้เพื่อจะแข็งแกร่งขึ้นในวันหน้า หนูอยู่จินหลิงแค่ไม่นานแต่ก็รับรู้ได้ถึงพัฒนาการของตัวเองทุกวันเลย”
“อื้อ ลูกสาวพ่อเก่งที่สุดเลย”
ณ ตลาดสด มณฑลหนานเหอ
ชายชราที่นั่งขายผลไม้อยู่ที่แผงมองหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ตรงข้ามห้างสรรพสินค้าด้วยความงุนงง
การฝึกยุทธ์หรือ?
บรรจุเป็นวิชาบังคับในหลักสูตรการศึกษาด้วย?
สนับสนุนให้คนทั้งประเทศฝึกยุทธ์อย่างนั้นหรือ?
ลูกหลานต้องฝึกยุทธ์สี่ห้าปี!
เขาเข้าโรงเรียนในเมืองจิงหลิงมาได้ด้วยผลการเรียนดีเยี่ยมจากโรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า!
“เยี่ยมมาก ถึงเวลาที่ทุกคนจะฝึกยุทธ์สักที! ชาวจีนทุกคนควรฝึกยุทธ์เอาไว้ แบบนี้พวกต่างชาติที่ไหนจะกล้ามารังแกเราได้”
“นี่เป็นสิ่งที่ดีต่อการฟื้นฟูประเทศชาติ!”
“ไม่ได้การ ฉันต้องกำชับให้ลูกหลานตั้งใจฝึกยุทธ์ให้เก่ง ต่อไปจะได้เป็นคนที่มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง”
ณ เมืองลู่เฉิง ตลาดอันไท่
ในลานบ้านกว้างขวางของบ้านบริเวณเชิงเขาไท่ซานมีกระสอบทราย เสาที่ทำจากต้นบ๊วย และอุปกรณ์ออกกำลังกายกลางแจ้งมากมาย ตอนนี้เด็กวัยแปดถึงสิบสองขวบทั้งหกคนกำลังฝึกยุทธ์กันอย่างแข็งขัน
“ฮ่า ๆ…” เสียงหัวเราะร่าดังมาจากในห้อง
หลังจากนั้น ชายแก่ผมขาวได้เดินออกมาพร้อมบุหรี่ในมือ สายตาจ้องมองหลาน ๆ ทั้งหกคนในลานบ้านขณะหัวเราะ
“ผู้อาวุโสลู่ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วครับ!” ชายวัยกลางคนพรวดพราดเข้ามาและตะโกนบอกชายแก่ผมขาว “ทางการประกาศนโยบายใหม่ครับ เด็กที่ฝึกยุทธ์อยู่แล้วจะโชคดีมาก ในที่สุดลูก ๆ ของผมก็จะได้เฉิดฉายสักที”
“หึ ๆ ที่มาฝึกยุทธ์กับฉันใช่ไหม อย่าลืมซื้อเหล้าดี ๆ สักขวดกับเนื้อย่างมาให้คืนนี้ด้วยก็แล้วกัน” ชายชราผมขาวหัวเราะ
“ไม่มีปัญหาครับ เหล้าไห่จือหลานกับไก่ย่างสองตัว ผมจะหามาให้เลย” อีกฝ่ายยิ้ม
“โอ้ เยี่ยมมาก!” ชายชราเอ่ยหยอก ก่อนที่รอยยิ้มจะค่อย ๆ หุบลง แทนที่ด้วยแววครุ่นคิดและกล่าวว่า “ชิงซ่ง ฉันขอยืมเงินหน่อยสิ ฉันจะส่งหลานไปเรียนที่โรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้า”
“ไม่มีปัญหาครับ ผมมีเงินเยอะแยะ…” ไป๋ชิงซ่งเอ่ย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้จึงเอ่ยต่อด้วยความภาคภูมิใจ “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมลืมบอกไปครับ ลูกผมได้เข้าเรียนที่โรงเรียนการฝึกยุทธ์ที่จินหลิงเพราะทำผลการเรียนที่โรงเรียนการฝึกยุทธ์โกวต้าได้ดี ไม่ได้แค่ได้เงินค่าอยู่กินหนึ่งล้านหยวนเท่านั้นนะครับ แต่ยังให้สิทธิพิเศษด้านการงานในอนาคตด้วย รวมถึงเรื่องรถและบ้านด้วยครับ”
“พูดเหลวไหลอะไรกัน ไม่มีโรงเรียนอย่างนั้นหรอก” ชายแก่บอกพลางหัวเราะ
“พูดเหลวไหลที่ไหนครับ จะล้อเล่นเรื่องแบบนี้ได้ยังไง คนที่เปิดโรงเรียนนี้เป็นเศรษฐีครับ คราวก่อนเขาบริจาคให้โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนจินหลิงคราวเดียวตั้งร้อยล้านหยวนเลยนะครับ!” ไป๋ชิงซ่งบอกด้วยท่าทีจริงจัง
“เหอะ” ชายแก่ยังไม่ยอมเชื่อ
เมื่อเห็นดังนั้น ไป๋ชิงซ่งก็ทำท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ ขึ้นมา
เขาเหลียวหลังมองดูรอบด้าน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ที่หน้าประตูก็เข้ามากระซิบบอกอีกฝ่าย “ผมจะบอกให้นะ! ได้ยินมาว่านายใหญ่ที่สร้างโรงเรียนนี้มีอำนาจมาก ไม่ใช่แค่มีเงิน แต่ยังรู้จักคนใหญ่คนโตเยอะแยะ ที่สำคัญคือเด็ก ๆ ตามเขาไปฝึกศิลปะการป้องกันตัวที่เมืองจินหลิงได้ด้วย!”
“ฝึกศิลปะการป้องกันตัวเหรอ ฝึกอะไร?” ชายแก่ถามด้วยความสงสัยอย่างสนอกสนใจ
“ถ้าผมบอกแล้วก็ห้ามเอาไปบอกใครนะ! ตอนที่ผมไปที่โรงเรียนโกวต้า ผมบังเอิญได้ยินบางอย่างตอนอยู่ในห้องน้ำ ดูเหมือนว่าคุณหมอโจวจะเตรียมสอนเด็ก ๆ ให้ฝึกยุทธ์อยู่ ผมแอบฟังตอนเขาโทรหาใครบางคน”
ฝึกยุทธ์หรือ?
ชายแก่ผมขาวพลันหน้าซีด หัวใจเต้นระรัว
เขารู้ว่ามีโลกผู้ฝึกยุทธ์อยู่ และยังรู้ว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ด้วย
เขาเองเคยก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน
น่าเสียดายที่ตอนเด็กเขาเรียนกับอาจารย์ได้หกเดือน เมื่อเริ่มมีพลังปราณ อาจารย์ก็มาด่วนตายจากไปเพราะโรคร้าย เขาจึงฝึกด้วยตนเองมาตลอดชีวิต แต่ก็มาถึงได้เพียงขั้นปลายของระดับผู้ฝึกหัดยุทธ์เท่านั้น
ถ้าหาก…
สิ่งที่ไป๋ชิงซ่งพูดมาเป็นเรื่องจริง โรงเรียนนั้นก็ต้องเป็นที่สำหรับบ่มเพาะผู้ฝึกยุทธ์…
เขามองหลานทั้งหกคนและค่อย ๆ กำหมัด
พวกเขาต่างมีพลังปราณกันแล้ว หลานชายคนโตถึงขั้นกลางของระดับผู้ฝึกหัดยุทธ์แล้ว ถ้าได้เข้าเรียนโรงเรียนพิเศษนี้ ในอนาคตจะต้องแข็งแกร่งกว่าเขาแน่นอน!
“ชิงซ่ง โรงเรียนนั่นอยู่ที่ไหน พวกเขายังจ่ายเงินอยู่ใช่ไหม? ฉันจะส่งหลานไปที่นั่น” เขาถาม
“ผมรู้แค่อยู่ที่เมืองจินหลิงครับ แต่ไม่รู้ที่อยู่แน่ชัดหรอก แต่จะถามลูกให้นะครับ ถ้าเขารู้ว่าพี่น้องจะไปเรียนที่เดียวกันคงดีใจมากแน่!” ไป๋ชิงซ่งหัวเราะ
“รีบถามเร็วเข้า”
“ครับ”
ณ เมืองจินหลิง ช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
เพียงวันเดียว โจวอี้ได้รับสายจากผู้ปกครองหลายสิบคน
พวกเขาไม่เพียงแต่ถามว่าโรงเรียนเขาสอนการฝึกยุทธ์หรือไม่ แต่ยังมีคำถามอื่น ๆ อีกด้วย หลังจากได้รับคำตอบจากโจวอี้แล้วต่างก็เอ่ยขอบคุณกันยกใหญ่
และเนื่องจากได้รับสายจำนวนมาก โจวอี้จึงให้เหมิงเทียนอ้าวเปลี่ยนเบอร์ติดต่อของทางโรงเรียน และติดต่อหาผู้ปกครองทั้งหมด โดยให้เบอร์บริษัทรักษาความปลอดภัยหลงหยวนไปแทน