หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 770 พาลูกสาวไปหาลูกสาว
บทที่ 770 พาลูกสาวไปหาลูกสาว
ตกเย็น ถังเหมียวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาพร้อมความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผากและยังสัมผัสได้ว่ายังร้อนอยู่
เธอนึกถึงฉากในความฝัน
ในความฝันเธอได้เจอกับพี่เสี่ยวรุ่ย สองพี่น้องจับมือกันเดินไปตามสวนดอกไม้ จับนก ผึ้ง และหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข
“พี่เสี่ยวรุ่ย…”
ถังเหมียวเหมี่ยวเศร้าสลดลง
แกรก…
ประตูถูกเปิดออกจากด้านนอก
เธอเงยหน้าขึ้นเห็นโจวอี้ดันประตูเข้ามาก็เบิกตากว้าง สายตาฉายแววตกใจ ร่างเล็กกระโจนขณะอ้าแขนโผเข้าหาอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ
“พ่อคะ ในที่สุดก็กลับมาสักที เหมียวเหมี่ยวคิดถึงพ่อมากเลย!” ถังเหมียวเหมี่ยวเอ่ยพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม
ตอนนี้นี่เอง!
ความโศกเศร้าในใจของเธอถูกปลดปล่อยออกมา
โจวอี้กอดเธอและพบว่าเด็กน้อยกำลังตัวสั่น
“ลูกสาวคนดีของพ่อ ไม่ร้องนะครับ พ่อกลับมาแล้ว พ่อผิดเองที่นิสัยไม่ดี พ่อจะไม่ทิ้งลูกไปไหนนาน ๆ อีกแล้ว ที่จริงพ่อก็คิดถึงหนูมากเลย คิดถึงทุกวันเลยนะ” เขาลูบหลังลูกสาวพลางเอ่ยปลอบ
“พ่อคะ หนูคิดถึงพี่เสี่ยวรุ่ย” ถังเหมียวเหมี่ยวงอแง
“ถ้าคิดถึงพี่เค้าก็ไปหากันไหม?” โจวอี้ถาม
“จริงเหรอคะ?!” ถังเหมียวเหมี่ยวเงยหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมาถาม
“จริงสิ แค่เหมียวเหมี่ยวหายดี พ่อจะพาไปหาพี่เสี่ยวรุ่ยเลย”
“พ่อคะ หนูอยากไปเดี๋ยวนี้เลย” เธอบอกขณะจับแขนเสื้อของเขาไว้แน่น
“ไม่ใช่ตอนนี้ ลูกยังป่วยอยู่นะ! สถานที่ที่พี่เสี่ยวรุ่ยอยู่มีทั้งน้ำแข็งและหิมะ อากาศหนาวเย็นมากเลย ต้องหายป่วยและสบายดีก่อนถึงจะพาไปได้นะ”
“โอเคค่ะ หนูจะรอให้หายดีก่อน!” ถังเหมียวเหมี่ยวจำใจตอบ
จะไปหาพี่เสี่ยวรุ่ยได้ก็ต้องกินยาให้หายดี
อาการไข้ใจหายไปแล้ว ร่างกายของเธอก็ฟื้นตัวภายในสองวัน
ตกดึก ภายในห้องนอน
ถังหว่านนอนซบในอ้อมแขนโจวอี้พลางถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “คุณอยากพาเหมียวเหมี่ยวไปที่นั่นจริงเหรอคะ? ไม่เห็นจำเป็นต้องพาไปเลย พาไปมีแต่จะทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นนะคะ”
“ไม่ต้องห่วง! ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผมจะดูแลลูกเอง” เขาบอกขณะลูบผมสลวยของถังหว่าน
“อื้ม!”
“เสี่ยวหว่าน อันที่จริงผมอยากพาคุณไปกับผมด้วย แต่ตอนนี้คุณท้องอยู่ ไม่เหมาะจะไปที่หนาวเย็นอย่างนั้น หลังคลอดแล้วก็ดูแลตัวเองให้ดี ผมจะพาคุณไปที่นั่น” เขาบอกอย่างอ่อนโยน
“ที่นั่นคืออะไรกันแน่คะ?” เธอถาม
“เป็นค่ายฝึกที่มีผู้ฝึกยุทธ์ในสังกัดของผมอยู่ แล้วผมก็ให้เฉินซานส่งเด็กกลุ่มหนึ่งไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วย อีกไม่กี่วันก็จะมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งถูกส่งไป” โจวอี้ตอบ
“ค่ายฝึกเหรอคะ ฝึกไปเป็นผู้ฝึกยุทธ์น่ะเหรอคะ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“จะไม่มีปัญหาแน่นะคะ?”
“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก! จะไม่มีปัญหาแน่นอน”
“ค่ะ…”
เช้าตรู่ ยามแสงแรกของวันสาดส่องจากทางตะวันออก โจวอี้และลูกสาวอย่างถังเหมียวเหมี่ยว รวมถึงจ้านหลิงอวิ๋นออกเดินทางไปยังไซบีเรีย
ดินแดนแห่งน้ำแข็งและหิมะเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับถังเหมียวเหมี่ยว เธอเหมือนกวางเริงร่า ไถสเกตน้ำแข็งและสั่นกระดิ่งขณะหัวเราะร่า
โจวอี้และจ้านหลิงอวิ๋นตามหลังเธอไป ต่างคนต่างคิดกันไปคนละแบบ
“คุณจะบอกความลับของผมให้อาจารย์รู้ไหมครับ?” โจวอี้หันมาถามจ้านหลิงอวิ๋น
“ไม่หรอก”
“ต่อให้ผมทำเรื่องล้ำเส้น คุณก็จะไม่บอกอาจารย์เหรอครับ?”
“ฉันแค่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่สนใจเรื่องอื่นหรอก แล้วก็จะไม่ถามอะไรด้วย”
“ครับ!”
โจวอี้เชื่อคำพูดของจ้านหลิงอวิ๋น
หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันมา เขาก็เข้าใจอีกฝ่ายขึ้นเรื่อย ๆ
เจ้าตัวดูเหมือนจะสนใจเรื่องการฝึกยุทธ์และไม่สนใจสิ่งอื่นใด อยู่ด้วยแล้วรู้สึกเหมือนอยู่กับหุ่นไม้
“เหมียวเหมี่ยว เรามาแข่งกันดีไหม? มาดูกันว่าใครจะเร็วกว่ากัน” เขาเร่งความเร็วจนทันลูกสาวและเอ่ยชวน
“เอาสิคะ!”
ถังเหมียวเหมี่ยวหยุดและขีดเส้นตรงหน้าพวกเขา “หนูบอกว่าเริ่มแล้วค่อยวิ่งพร้อมกันนะคะ วิ่งไปถึง… ภูเขาน้ำแข็งตรงโน้น ตกลงไหมคะ?”
“ได้เลย”
“เดี๋ยวนะคะ ถ้าชนะจะมีรางวัลไหมคะ?” เธอถามพลางส่งยิ้ม
“มีสิ”
“คืออะไรเหรอคะ?”
“เอาไว้บอกหลังแข่งเสร็จดีไหมลูก?”
“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นพ่อห้ามโกงหนูนะ”
“ไม่มีทางโกงหรอกน่า”
“สัญญาแปะโป้งค่ะ…”
“สัญญาแปะโป้งเลยครับ…”
“หนึ่ง สอง สาม เริ่มวิ่งได้!”
ถังเหมียวเหมี่ยวพูดจบ ร่างเล็กก็ราวกับลูกธนูแหลมคมที่พุ่งทะยานออกไปทันที
เธอว่องไวจนทำให้โจวอี้อึ้งไป
“ท่านลุงคิดว่ายังไง ลูกสาวผม… คงจะบรรลุระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นกลางแล้วใช่ไหมครับ?” โจวอี้เองก็เริ่มวิ่งไปข้างหน้า ทว่าจงใจทิ้งห่างลูกสาวมากกว่าสิบเมตรขณะถามจ้านหลิงอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ
“ไม่ผิดหรอก เธอบรรลุระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นกลางไปแล้ว ก้าวหน้ารวดเร็วจนน่ากลัวเลย” อีกฝ่ายตอบ
“น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
“ตอนที่ฉันหกขวบ ฉันอยู่แค่ระดับผู้ฝึกหัดยุทธ์เอง กว่าจะถึงระดับผู้เชี่ยวชาญยุทธ์ขั้นกลางก็อายุเจ็ดขวบ” จ้านหลิงอวิ๋นยิ้มก่อนจะพูดต่อ “ฉันเคยจับชีพจรเด็กคนนี้ ร่างกายสมบูรณ์มาก แล้วนายเองก็ยังทุ่มเททรัพยากรให้เธอฝึกยุทธ์อีก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะบรรลุระดับผสานเต๋าก็ได้นะ”
“ขอรับไว้เป็นคำอวยพรก็แล้วกันครับ”
โจวอี้หัวเราะและเร่งความเร็วทันที
เมื่อถึงภูเขาน้ำแข็ง เขาก็ทิ้งห่างลูกสาวเพียงสองวินาที
แน่นอนว่าเขาเป็นฝ่ายคว้าน้ำเหลว แต่เมื่อเห็นท่าทีดีอกดีใจของลูกสาวหลังจากที่ชนะ เขาก็มีความสุขที่พ่ายแพ้
“พ่อคะ หนูชนะ! อยากจะให้รางวัลอะไรหนู?” เด็กน้อยถามอย่างกระตือรือร้น
“ให้รางวัลเป็นหอมแก้มได้ไหม?” โจวอี้อุ้มลูกสาวขึ้นมาขณะที่เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก ก่อนจะหอมแก้มไปฟอดใหญ่ จากนั้นก็โยนเธอขึ้นกลางอากาศ เขย่งปลายเท้าบนพื้นน้ำแข็งแล้วเหาะขึ้นจากพื้น เพียงไม่กี่อึดใจก็อุ้มลูกสาวมาถึงยอดเขาน้ำแข็ง
“โห! เหาะได้ด้วย! พ่อมีปีกเหรอ บินบนฟ้าได้ยังไงคะ?” ถังเหมียวเหมี่ยวร้องด้วยความตกใจ
“พ่อไม่ได้มีปีกแต่ก็บินได้ ใครใช้ให้พ่อเป็นซูเปอร์ฮีโร่ล่ะ” โจวอี้บีบจมูกเล็ก ๆ ของลูกสาวและเอ่ยให้กำลังใจ “ต่อไปถ้าลูกตั้งใจฝึกก็จะบินได้เหมือนกัน”
“จริงเหรอคะ?”
“จริงสิ พ่อไม่เคยหลอกลูกหรอก”
“อื้ม หนูจะตั้งใจฝึกและแข็งแกร่งแบบพ่อให้ได้ แล้วโลกนี้ก็จะมีซูเปอร์ฮีโร่สองคน เราจะผดุงคุณธรรมและสู้กับผู้ร้ายและสัตว์ประหลาดด้วยกันค่ะ” เธอบอกพลางกำหมัดเล็ก ๆ ชูขึ้นฟ้า
“ได้เลย”