หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 776 เรือเงาล้ำค่า
บทที่ 776 เรือเงาล้ำค่า
แม่เฒ่าจวงฟื้นแล้ว!
เมื่อฟื้นขึ้นมา เธอก็นึกเศร้าเสียใจ
สามีที่ครองรักกันมานานตายไปต่อหน้าเธอ มันทำให้เธอทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส
“โชคดีที่มีแม่เฒ่าเทียนจี้อยู่เป็นเพื่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันล่ะกลัวว่าเธอจะฆ่าตัวตายจัง” ซีชิงอิ่งเดินตามโจวอี้เข้ามาและกระซิบบอก
“โชคชะตาช่างเล่นตลกกับมนุษย์!” โจวอี้ถอนหายใจ
“โจวอี้ คุณจะกลับเมื่อไหร่คะ?” เธอโพล่งถาม
“น่าจะอีกพักหนึ่งเลย ยังไงเหมียวเหมี่ยวก็เพิ่งมาถึงที่นี่ ก็เลยอยากให้อยู่กับเสี่ยวรุ่ยอีกนานหน่อย”
“ถ้าจะกลับเมื่อไหร่แล้วพาฉันไปด้วยนะคะ”
“ทำไมล่ะ ปรับตัวกับที่นี่ไม่ได้เหรอ?” โจวอี้ถาม
“ฉันประเมินตัวเองสูงไปค่ะ”
“หมายความว่ายังไง?”
“ค่ายลับมีไว้เพื่อฝึกมือสังหาร แต่ฉันรู้ว่าตัวเองฆ่าใครไม่ได้ ถ้าอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงฝึกไม่ได้อยู่ดีค่ะ” เธอบอกพลางยิ้มลำบากใจ
โจวอี้เงียบไปชั่วขณะก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
เขารู้นิสัยของเธอดี เธอไม่สนใจชื่อเสียงเงินทอง ไม่คิดข้องเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวาย ขนาดไก่ยังไม่กล้าฆ่า แล้วจะกล้าฆ่าคนได้อย่างไร สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่เหมาะกับเธอจริง ๆ
“โจวอี้ ถ้าฉันถอดใจ คุณจะว่าฉันไหม?” เธอถามเสียงแผ่ว
“ไม่หรอก ผมมีแต่จะชื่นชมคุณ”
“ว่าไงนะคะ?”
“คุณรู้ตัวเองดี รู้ว่าทำบางอย่างไม่ได้แล้วก็ไม่คิดดันทุรัง นี่แหละซีชิงอิ่งที่ผมรู้จัก” เขายิ้ม
“ฮ่า ๆ คุณนี่ก็สรรหาวิธีพูดปลอบคนที่ยังต้องพัฒนาตัวเองดีนะคะ” เธอหัวเราะ “พอเรากลับจินหลิง คุณต้องมาที่โรงน้ำชาปาซานบ่อย ๆ นะคะ ฉันจะชงชาให้คุณเอง”
“ครับ” โจวอี้รับคำ จากนั้นเขาก็เคาะประตูห้องที่แม่เฒ่าจวงพักอยู่ก่อนจะผลักเข้าไป
ภายในห้อง
แม่เฒ่าเทียนจี้กำลังคุยกับแม่เฒ่าจวงที่มีสีหน้าหดหู่ ส่วนใหญ่แล้วเป็นแม่เฒ่าเทียนจี้ที่พูด ส่วนอีกคนแค่ขานรับเป็นครั้งคราวเท่านั้น
“น้องจวง หลานในสำนักข้ามาแล้ว” แม่เฒ่าเทียนจี้กวักมือให้โจวอี้ก่อนจะพูดต่อไปว่า “เจ้าน่าจะเคยเจอเขามาก่อนใช่ไหม เขาพาเจ้ากลับมาและรักษาแผลให้ด้วย”
“อืม”
แม่เฒ่าจวงยันแขนพยายามลุกขึ้นนั่ง แต่โจวอี้ห้ามเอาไว้ก่อน
“ผู้อาวุโส ถึงผมจะช่วยชีวิตไว้ได้แต่คุณก็ยังเจ็บหนัก นอนลงเถอะครับ!” โจวอี้รีบบอก
“ขอบคุณมาก!” เธอบอกทั้งที่ริมฝีปากเริ่มสั่นเทา
“คุณเป็นน้องของย่าโจว ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ” โจวอี้บอก เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ก็หยิบเรือเงาลำเล็กแสนงดงามออกมายื่นให้เธอ “นี่ของผู้อาวุโสครับ ตอนนี้ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตแล้ว ผมขอคืนให้ครับ!”
แม่เฒ่าจวงไม่ได้รับคืนไป เธอมองโจวอี้ด้วยความงุนงง “เจ้าไม่รู้จักเรือเงาเหรอ?”
“รู้แล้วครับ ท่านลุงบอกแล้วครับ” เขาตอบ
“แล้วยังจะอยากคืนให้ข้าอีกเหรอ?” เธอถามขณะจ้องเขาเขม็ง
“มันไม่ใช่ของผม ผมก็เอาไปไม่ได้อยู่แล้ว คุณต่อสู้เพื่อปกป้องเรือเงาลำนี้มาอย่างยากลำบากก็ควรจะคืนมันให้คุณครับ” เขาบอกพลางยกยิ้ม
“เป็นเด็กที่ดีมาก! สำนักโอสถโชคดีมาก” แม่เฒ่าจวงมองเขาด้วยความชื่นชม ก่อนจะหันไปยิ้มให้แม่เฒ่าเทียนจี้และพูดว่า “โจวอี้ ต่อไปนี้เรียกข้าว่าคุณย่าเหมือนที่เรียกเทียนจี้ได้ไหม?”
“ครับคุณย่า” โจวอี้รับคำอย่างนอบน้อม
“ดีมาก ในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าคุณย่าแล้ว ข้าก็ขอยกเรือเงานี้เป็นของรับขวัญ!” แม่เฒ่าจวงบอก
“หา?”
โจวอี้งุนงง
ของรับขวัญหรือ?
เรือเงาล้ำค่าลำนี้น่ะหรือ!
มันไม่เพียงแต่เป็นสมบัติล้ำค่าเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นของวิเศษได้ด้วย แม่เฒ่าจวงกลับยกสมบัติชิ้นนี้ให้เขาเพียงเพราะถูกนับถือเป็นคุณย่า ผู้แข็งแกร่งคนไหนในโลกนี้บ้างจะไม่นึกอิจฉา
แม่เฒ่าแบบนี้ เขาขอเจอหลาย ๆ คนเลยจะได้ไหม?
“คุณย่า เรือเงานี้มันมีค่าเกินไปครับ…”
“งั้นเจ้าก็เลี้ยงดูข้ายามแก่เฒ่าตอบแทนก็แล้วกัน!”
เลี้ยงดูยามแก่เฒ่าหรือ?
โจวอี้หันไปมองแม่เฒ่าเทียนจี้ ก่อนจะละสายตาไปหาแม่เฒ่าจวงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เก็บเรือเงาและพยักหน้า “จะเลี้ยงดูหนึ่งคนหรือสองคนก็ไม่ต่างกัน ต่อไปคุณจะเป็นครอบครัวของผมเหมือนกับย่าโจวครับ”
“เจ้าเด็กคนนี้นี่ โดนซื้อตัวด้วยเรือเงาไปแล้วหรือไง” แม่เฒ่าเทียนจี้หัวเราะและเอ่ยทีเล่นทีจริง
“อันที่จริงถึงไม่มีเรือเงา ผมก็ทอดทิ้งย่าจวงที่เป็นน้องของคุณย่าไม่ได้อยู่แล้วครับ” โจวอี้ยิ้ม
“มันก็เหมือนกันนั่นแหละน่า” อีกฝ่ายยิ้มอย่างพึงพอใจ
“โจวอี้ ในเมื่อแม่เฒ่าจวงให้เรือเงากับนายแล้วก็เอาไปขัดเกลาสิ! ถึงเรือนี้จะช่วยนายฝึกยุทธ์ไม่ได้แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่ช่วยรักษาชีวิตของนายเอาไว้ได้” จ้านหลิงอวิ๋นโพล่งบอก
“ขัดเกลายังไงครับ?” โจวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ใช้เลือดเป็นสารตั้งต้น ใช้พลังดวงดาวเป็นช่องทาง แล้วก็ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ปิดผนึก” จ้านหลิงอวิ๋นตอบ
โจวอี้เข้าใจในทันที เขากัดนิ้วต่อหน้าทั้งสามคน ทว่าจ้านหลิงอวิ๋นหันไปคว้าข้อมือโจวอี้มาแล้วชักดาบออกมากรีดข้อมือโจวอี้ ทันใดนั้นเลือดก็ไหลรินออกมา
“ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์โอบรัดเลือดและหลอมรวมเข้ากับเรือเงา” จ้านหลิงอวิ๋นบอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจวอี้ก็รีบทำตาม
เขาเรียกพลังดวงดาวเพื่อผสานแผลบนข้อมือ ก่อนจะค่อย ๆ ถ่ายทอดพลังลงในเรือเงา จากนั้นจิตของเขาก็ออกจากร่างไป ทิ้งรอยประทับวิญญาณบนเรือเงา
เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเขาก็รู้สึกว่าเลือดตนเองได้เชื่อมโยงกับเรือลำนี้แล้ว ราวกับว่าเรือเงาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย เพียงแค่คิดให้ขยับ มันก็ลอยขึ้นและอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา จากนั้นก็วนรอบตัวหลายครั้งก่อนจะมาตกอยู่ในมือเขา
“เรือเงาเป็นสมบัติมิติ สามารถใส่คน ของ ขยายหรือหดก็ได้ มีความสามารถหลายอย่าง เจ้าต้องลองสำรวจดูเอง” แม่เฒ่าจวงบอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็นึกสนใจขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นเรือเงาก็กลายเป็นลำแสงหายวับเข้าไปในฝ่ามือ เขารับรู้ได้ว่ามันกลายเป็นแสงซ่อนในฝ่ามือเขาโดยที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวแต่อย่างใด จากนั้นเมื่อคิดว่าจะเข้าไปในเรือเงา เขาก็เห็นพื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
“นี่มัน…”
เขาตื่นเต้นเป็นอย่างมาก พื้นที่ที่เขาเห็นนั้นมีขนาดราวสิบสนามฟุตบอล ภายในมีบางอย่างวางไว้ นอกจากกล่องไม้สลักลายหัวกะโหลกแล้ว ยังมียาสมุนไพรมากมาย ทอง และเงิน รวมถึงอาวุธหลากหลายกองโต ทั้งดาบ หอก ขวาน และค้อน ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์
มันคืออะไรกัน?
ในพื้นที่ของเรือ เขาเห็นแร่ทรงรีที่สูงราวสี่ห้าเมตรและเคลือบด้วยทอง หากพิจารณาดูแล้วก็เหมือนไข่ยักษ์เพราะมันใหญ่กว่าไข่ปกติหลายเท่า
“โจวอี้ เดี๋ยวเจ้าค่อยศึกษาเรือเงานี้ทีหลังก็ได้ ข้ามีเรื่องสำคัญต้องเตือนเจ้า” แม่เฒ่าจวงบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ว่ามาเลยครับ!”
เขาดึงจิตออกจากพื้นที่เรือเงาและตั้งใจฟังเต็มที่