หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 784 บุญคุณจากการช่วยชีวิตพ่อ
บทที่ 784 บุญคุณจากการช่วยชีวิตพ่อ
กลิ่นอับชื้นคลุ้งอยู่ในห้องขังแสงสลัว
เฉินอันฉีนอนขดตัวหันหลังเข้ามุมอยู่บนเตียงเดี่ยวชิดกำแพงด้านใน ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยแววสิ้นหวัง
เธอฆ่าคน!
ที่ผ่านมาไม่ว่าจะหลับหรือตื่น เธอก็เห็นภาพอีกฝ่ายนอนตายไร้ลมหายใจบนพื้น
ก่อนหน้านี้เธอไม่เชื่อในโชคชะตา ทว่าตอนนี้เธอเชื่อแล้ว
เธอรู้สึกว่าสวรรค์คงต้องการลงโทษเธอ ก่อนหน้านี้เธอป่วยหนัก แต่โจวอี้ก็ช่วยรักษาจนรอดชีวิตมาได้ ทว่าตอนนี้กลับลงเอยในสถานการณ์น่าอนาถอีกครั้งเพราะเป็นฆาตกร
เธอรู้ว่าโจวอี้มีความสามารถ แต่คงไม่อาจฝ่าฝืนกฎหมายในข้อหาฆ่าคนตายได้
ต่อให้เขามีอำนาจก็เกรงว่าจะไม่มีทางช่วยเธอ
เธอจึงไม่ได้ติดต่อเขาไป
แม้แต่หม่าเซียวลี่ยังบอกให้เธอไปขอให้เขาช่วย แต่เธอก็หลอกอีกฝ่ายไปว่าได้ติดต่อไปแล้วแต่เขาเองก็ไม่มีหนทางช่วยเหลือ
ความจริงแล้วเธอไม่อยากให้เขามาเห็นเธอในห้องขัง
ใช่แล้ว เธอนึกอับอายที่ตกอยู่ในสภาพนี้
ณ ศาลพิจารณาคดี
ภายในส่วนสำนักงาน เกาเจี้ยนหลิงที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ได้ยินเสียงเคาะประตู “เข้ามาได้”
“คุณเกาครับ มีคนมาขอพบครับ” ชายหนุ่มเดินเข้ามาบอกด้วยความนอบน้อม
“ใคร?”
“จางหม่านเยว่ รองผู้ตรวจการที่ดูแลพื้นที่จินหลิงอยู่ครับ มากับผู้ชายอีกคน”
จางหม่านเยว่เหรอ?
รองผู้ตรวจการจากจินหลิงคนนั้นน่ะเหรอ
มาที่นี่ด้วยตัวเองเพราะเรื่องอะไรกัน?
หรือจะมาฟ้องร้องคดีความด้วยตนเอง
เขาคิดไปสารพัด รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนในหน้า
เขามีตำแหน่งสูงในคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง แทบจะเทียบเท่ากับผู้ดูแลในระดับภาค ตามตำแหน่งแล้วถือว่าสูงกว่าจางหม่านเยว่อย่างน้อยสองขั้น
ทว่าพวกเขาก็ควรได้พบกันก่อนที่อีกฝ่ายจะแสดงเจตนา
“ให้เข้ามาเลย!” เกาเจี้ยนหลิงโบกมือและหันกลับไปอ่านเอกสาร
หลังจากนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น โจวอี้และจางหม่านเยว่เดินเข้ามาในห้อง
เมื่อได้ยินเสียง เกาเจี้ยนหลิงก็เงยหน้ามองจางหม่านเย่วและเลื่อนสายตาไปยังโจวอี้ เพียงไม่นานเขาก็ลุกขั้นพร้อมสีหน้ากระตือรือร้น ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปหาโจวอี้และยื่นมือออกไปหาทันที “คุณโจวใช่ไหมครับ? คุณคือคุณโจวอี้ใช่ไหม? ผมเกาเจี้ยนหลิงครับ ไม่รู้ว่าคุณจะมาหาก็เลยไม่ได้เตรียมการต้อนรับไว้ หวังว่าจะไม่ถือสานะครับ”
“รู้จักผมด้วยเหรอครับ?” โจวอี้ถามด้วยความแปลกใจ
“เราไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ผมก็ได้ยินเรื่องของคุณมามากครับ แล้วบุญคุณที่ช่วยชีวิตพ่อผมไว้ก็ยิ่งใหญ่ล้นพ้นมาก ถ้าไม่ติดว่าผมไม่กล้าไปรบกวนคุณ ผมคงได้ไปเยี่ยมที่จินหลิงแล้วครับ”
บุญคุณที่ช่วยชีวิตพ่อเอาไว้หรือ?
เรื่องบ้าอะไรกัน
เขาไปช่วยชีวิตพ่ออีกฝ่ายไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
โจวอี้ถามด้วยสายตางุนงง “พ่อของคุณคือ…”
“คุณโจว พ่อผมชื่อเกาเทียนหลิน เคยถูกพิษในยานอวกาศนั่น ถ้าไม่ได้คุณช่วยเอาไว้ เขาคงตายไปแล้ว” เกาเจี้ยนหลิงกล่าว
โจวอี้นึกออกขึ้นมาทันที
เขาเคยช่วยคนจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงที่ถูกพิษตอนอยู่ที่ทะเลสาบเซียนหนู่ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเป็นพ่อของคนใหญ่คนโตขนาดนี้
“ไม่เป็นไรเลยครับ พี่เกา เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องรักษาเพื่อนสมาชิกของเราอยู่แล้ว” โจวอี้เอ่ยอย่างถ่อมตัวพร้อมรอยยิ้ม
“คุณโจว บุญคุณก็คือบุญคุณ พ่อผมบอกเองว่าคุณคือผู้มีพระคุณของตระกูลเกาของเรา ต่อไปไม่ว่าคุณต้องการอะไร เราจะพยายามให้การช่วยเหลืออย่างถึงที่สุดครับ”
หลังจากนั้น โจวอี้และจางหม่านเยว่ก็ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตร อีกฝ่ายเชื้อเชิญให้นั่งและชงชาหอม ๆ ให้ด้วยตนเอง
“คุณโจว มาที่เรือนจำทำไมเหรอครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เกาเจี้ยนหลิงถามด้วยความสงสัยขณะรินชาให้
“อยากจะพาตัวนักโทษที่ถูกขังเอาไว้ที่นี่ออกมาน่ะครับ” โจวอี้บอกความประสงค์
“เรื่องนี้…”
“ผมรู้กฎของคณะกรรมการเถิงหลงดี คนที่ผมอยากพาตัวออกมาแค่ฆ่าคนธรรมดาโดยไม่ได้เจตนา สุดท้ายแล้วเธอก็จะถูกพิจารณาคดีและกลายเป็นนักโทษ ก่อนจะถูกส่งไปขายที่ตลาดมืดใช่ไหมครับ?” โจวอี้ถาม
“ใช่ครับ!”
“ผมเองก็เข้าใจราคาของนักโทษดี ยังไงก็เคยซื้อนักโทษหลายคนมาจากคุก ครั้งนี้ก็เลยแค่จะซื้อตัวไปและจ่ายเงินให้ก่อนกำหนด” โจวอี้กล่าว
“คุณอยากจะได้ตัวใครครับ?” เกาเจี้ยนหลิงถาม
“เฉินอันฉีครับ”
เมื่อได้ยินชื่อนั้น สีหน้าเขาก็สดใสขึ้นมาทันที
เขารู้ว่าเฉินอันฉีเป็นนักโทษใหม่ที่เพิ่งถูกจำคุกได้แค่สองวัน อีกทั้งยังถูกส่งมาที่นี่อย่างไม่ยุติธรรม
หากเธอไม่ใช่คนธรรมดาคงถูกตัดสินโทษจำคุกสามถึงห้าปีเป็นอย่างมากตามกระบวนการทางกฎหมายในข้อหาฆ่าคนตาย
“คุณโจว คุณพาตัวนักโทษคนนี้ไปได้เลยครับ ผมเองก็ไม่อยากจะดำเนินคดีกับเธอ แต่คุณต้องตกลงเงื่อนไขมาหนึ่งข้อ” เกาเจี้ยนหลิงกล่าว
“ว่ามาเลยครับ”
“ผมจะเป็นคนจ่ายแก่นวิญญาณสำหรับราคาค่าตัวของเฉินอันฉีเอง” เกาเจี้ยนหลิงยิ้ม
“หา?”
โจวอี้อึ้งไป
ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ว่าอีกฝ่ายคงหาโอกาสตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิตพ่อเอาไว้
ด้วยเหตุนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายมีน้ำใจ เขาเองก็ปฏิเสธไม่ลงเช่นกัน
“ในเมื่อพี่เกายินดีช่วยผมจ่าย ผมก็ไม่ขัดข้องครับ” โจวอี้พูดจบก็เห็นสีหน้าดีอกดีใจของเกาเจี้ยนหลิง เขาหยิบขวดโอสถออกมายื่นให้อีกฝ่ายพลางพูดว่า “คุณช่วยผมจ่าย ผมก็ยินดีรับน้ำใจ แต่คุณเองก็คงไม่ปฏิเสธของขวัญที่ผมให้เหมือนกันใช่ไหมครับ?”
ของขวัญ?
เกาเจี้ยนหลิงมองขวดตรงหน้าด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นป้ายที่ติดอยู่ที่ขวดก็เปลี่ยนสีหน้าทันที ก่อนจะรีบคืนให้โจวอี้
“พี่เกาไม่ยอมรับผมเป็นเพื่อนเหรอครับ?” โจวอี้ถาม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เจ้าตัวก็รีบส่ายหน้า “เปล่าครับ ผมต้องอยากยอมรับคุณเป็นเพื่อนอยู่แล้ว แต่ว่าสถานะของคุณสูงเกินไป ถึงจะอยากก็คงไม่อาจเอื้อม…”
“พอเลยครับ ระหว่างเพื่อนไม่มีเรื่องสถานะอะไรทั้งนั้นครับ”
“ก็ได้ครับ! ต่อไปนี้คุณ…เอ่อ น้องโจวจะเป็นเพื่อนกับเกาเจี้ยนหลิง ผมจะรับยาขวดนี้ไว้และพาตัวคุณเฉินมาให้ทีหลัง ให้ผมจัดการให้เถอะครับ คุณอยู่พักผ่อนที่นี่ไปก่อน” เขาบอกพลางส่งยิ้ม
“ได้เลยครับ!” โจวอี้พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม
ไม่นาน โจวอี้และจางหม่านเยว่ก็พาตัวเฉินอันฉีออกมาจากเรือนจำที่ถูกคุมขังด้วยความช่วยเหลือของเกาเจี้ยนหลิง
กริ๊ก!
ประตูลูกกรงถูกปลดออก
เกาเจี้ยนหลิงไม่ได้เข้าไป แต่ผายมือให้โจวอี้
โจวอี้เดินเข้าไปและมองเฉินอันฉีที่นอนคุดคู้หลบมุมอยู่ เขาพลันถอนหายใจออกมา
เขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเฉินอันฉี ทำให้รู้สึกว่าสวรรค์ช่างริษยาเธอนัก เพียงไม่กี่เดือนก็เปลี่ยนใจและต้องการให้เธอตายเสียอย่างนั้น
ก่อนหน้านี้เธอเองก็ป่วยหนัก ตอนนี้ยังมาถูกจับในข้อหาฆาตกรรม หรือว่าชาติก่อนจะไปทำผิดบาปมหันต์ไว้จึงต้องมาชดใช้ในชาตินี้
“อย่ามัวแต่นอนคุดคู้อยู่ที่นี่ ลุกขึ้นแล้วมากับผม!” เขาพูดกับหญิงสาวที่ไม่แม้แต่จะหันมามอง