หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 785 ได้มาพัวพันกันแล้ว
บทที่ 785 ได้มาพัวพันกันแล้ว
ทำไมถึงได้คุ้นเสียงนัก หรือจะหูฝาดไปเองนะ หรือเพราะคิดถึงเขามากเกินไป?
เฉินอันฉีค่อย ๆ ขยับตัวและเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นคนคุ้นเคยอยู่ตรงหน้า แววตาหดหู่ของเธอก็มีประกายสดใสวูบไหว
ทว่าทันใดนั้นสีหน้ากลับเศร้าสร้อยลง
เธอยกมือหยิกแขนตัวเอง
เจ็บนี่นา!
มันไม่ใช่ความฝัน!
เธอเงยหน้ามองอีกครั้งและเห็นคนคุ้นเคยคนเดิม ท่าทีของเธอดูตื่นตระหนกและลุกพรวดขึ้นมามองเขาด้วยแววตาเหลือเชื่อ
จากนั้น ภาพตรงหน้าเธอก็พร่าเลือน เมฆหมอกบดบังสิ่งที่เห็น เพียงไม่กี่อึดใจ น้ำตาก็รื้นขึ้นมา
โจวอี้ถอนหายใจและเดินไปอุ้มเธอขึ้นจากเตียง เขากอดเธออย่างอ่อนโยนและลูบหลังปลอบ “ไม่เป็นไรแล้วนะ ผมจะพาคุณออกไปเดี๋ยวนี้ ส่วนเรื่องคดีจะมีคนมาจัดการให้”
“ฮือ…”
เฉินอันฉีกอดเขาและร้องไห้โฮออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
เธอไม่ได้อยากฆ่าใคร เพียงแค่เกลียดคนที่มาข่มเหงรังแกตนเอง จึงตบะแตกและเล่นงานอีกฝ่าย แต่ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะอ่อนแอถึงขนาดนี้
เพียงหมัดเดียว!
เพียงหมัดเดียวเธอก็ทำให้คนตาย
ที่ผ่านมาเธอตกอยู่ในความหวาดกลัวและวิตกกังวล ยิ่งถูกคุมขังในศูนย์กักกันและส่งตัวมาที่นี่ก็ยิ่งทำให้รู้สึกสิ้นหวัง
ทว่าตอนนี้โจวอี้มาหาเธอแล้ว
ไม่เพียงแค่มาหา แต่ยังบอกว่าเธอไปจากที่นี่ได้ ทั้งยังให้คนจัดการคดีฆาตกรรมให้
ต่อจากนี้ไป เธอจะพลีกายถวายหัวให้กับโจวอี้แต่เพียงผู้เดียว ในใจรู้สึกว่าสวรรค์ยังเมตตาตนเองอยู่บ้าง จึงได้ส่งโจวอี้มาหาเธอ
โจวอี้ไม่ได้ห้ามเธอร้องไห้ ตอนนี้การร้องไห้ดัง ๆ เป็นหนทางการระบายอารมณ์ที่ดีที่สุดของเธอ
ในที่สุด เธอก็เลิกร้องไห้ก่อนจะปล่อยมือจากโจวอี้ และเอ่ยเสียงแผ่วเบาทั้งที่น้ำตาคลอ “ฉันฆ่าคนนะคะ พวกเขายอมปล่อยฉันไปจริงเหรอคะ?”
“อื้ม!” โจวอี้พยักหน้าให้
“เราไปได้เลยเหรอคะ?” เธอถามย้ำ
“ไปได้สิครับ!”
เขาตบบ่าเธอและหันหลังเดินไปด้านนอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็ก้าวตามเขาไป
ณ บริเวณด้านนอกคุก
จางหม่านเยว่มองเฉินอันฉีพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ทว่าในใจแอบนึกอิจฉาอีกฝ่าย
เธอพอจะคาดเดาได้ เฉินอันฉีเคยเป็นแค่คนธรรมดา ตอนนี้ฝึกยุทธ์มาระยะหนึ่งแล้ว หญิงสาวคนนี้เรียนวิชายุทธ์มาจากไหน ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้
คงเป็นโจวอี้ที่สอน เรียกได้ว่าเฉินอันฉีเป็นหนูตกถังข้าวสาร ต่อไปนี้คงมีโจวอี้คอยปกป้อง และคงมีชีวิตสุขสบายไปตลอดชีวิต
“น้อง…น้องโจว วันนี้เราไปดื่มกันไหม? หรือว่า…” เกาเจี้ยนหลิงละล้าละลังถามขึ้น
“ไปกันครับ! ผมกับหม่านเยว่มาจากจินหลิง ยังไม่ได้ทานข้าวเย็นกันเลย!” โจวอี้ยิ้ม
“งั้นก็ไปกันครับ!”
เฉินอันฉีเดินตามโจวอี้ไปด้วยท่าทีตื่นตระหนก เธอเห็นชายกำยำถืออาวุธอยู่ริมทางเดิน รวมถึงคนที่พาตัวเธอมาที่นี่ด้วย
ทว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนแต่ก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโจวอี้ที่เดินนำหน้าหรือชายวัยกลางคนที่อยู่ข้าง ๆ พวกเขาถึงได้ดูนอบน้อมกันขนาดนี้
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ตามโจวอี้ขึ้นรถ ระหว่างที่รถคันหน้าแล่นออกไปก็เห็นจางหม่านเยว่ขึ้นมาขับรถคันที่เธอนั่งอยู่
ใช่แล้ว!
เป็นคนขับ!
เฉินอันฉีมองประตูเหล็กด้านหลังที่ห่างออกไปผ่านกระจกมองหลัง ในที่สุดจิตใจที่ร้อนรุ่มก็สงบลงได้ ความรู้สึกที่ว่ารอดตายแล้วผุดขึ้นมาในใจ
เธอหันไปมองโจวอี้แต่ไม่ได้กล่าวขอบคุณ เนื่องจากรู้สึกว่าไม่มีคำขอบคุณใดสามารถถ่ายทอดความซาบซึ้งใจสุดซึ้งของตนเองได้
สองครั้งแล้ว
โจวอี้ช่วยเธอเอาไว้สองครั้งแล้ว
ตอนนี้ชีวิตเธอมีไว้เพื่อเขาเท่านั้น
“อันฉี ถึงผมจะช่วยคุณไว้ แต่คุณก็ฆ่าคนจริง ๆ คงกลับไปเรียนที่วิทยาลัยจินหลิงไม่ได้แล้ว แล้วก็อย่าอยู่ที่จินหลิงต่อจะดีกว่า” โจวอี้หันมาบอก
“ไม่ว่าคุณจะบอกให้ฉันไปไหน ฉันก็จะไปทั้งนั้นค่ะ” เธอกล่าว
“กลับบ้านครับ! กลับไปใช้เวลากับพ่อแม่ของคุณ ต่อไปอย่าโจมตีใส่คนธรรมดาอีก คุณเป็นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว คนธรรมดาทนหมัดกับลูกเตะของคุณไม่ได้หรอกครับ”
“ฉันไม่กลับค่ะ” เธอส่ายหน้า
เธอรู้สึกผิดกับพ่อแม่และรู้ว่าตอนนี้พวกเขาคงปวดใจมาก
ทว่าเธอไม่อยากกลับไป เพราะเมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เธอไม่รู้ว่าจะสู้หน้าพ่อแม่อย่างไร
“กลับไปเถอะครับ อย่าปล่อยให้พ่อแม่คุณเป็นห่วงเลย”
“อย่าให้ฉันกลับไปได้ไหมคะ? ฉันอยากไปที่อื่น ที่ไหนก็ได้ที่คุณให้ฉันไป” เธอคว้าแขนเขาไว้ สายตาฉายแววเว้าวอน
“ที่ที่ผมให้ไปเหรอครับ?” โจวอี้ชะงัก
เขาช่วยเฉินอันฉีไว้ แต่จะให้เธอไปอยู่ที่ไหน?
ยิ่งไปกว่านั้น เธอเองก็มีชีวิตของตนเอง ทำไมถึงได้…
ทันใดนั้นก็นึกถึงท่าทีที่เธอมีต่อเขาก่อนหน้านี้ เขาจึงเข้าใจขึ้นในทันที ทว่าแม้จะเข้าใจ แต่ในใจก็นึกต่อต้านเธอขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
เขาคิดกับเธอแค่เพื่อน แต่อีกฝ่ายกลับคิดเกินเลยไปกว่านั้นซึ่งไม่เป็นการดีแน่
อีกทั้งตอนนี้เขายังรู้สึกผิดกับถังหว่าน หากสานสัมพันธ์กับเฉินอันฉีอีกคน…
ไม่มีทาง!
ไม่มีทางเด็ดขาด
โจวอี้สูดหายใจลึกและมองหน้าเธอ “บางทีคุณอาจไม่รู้ แต่ผมจะบอกเอาไว้ว่าเรื่องการแต่งงานของผมถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ถังหว่านกับผมแต่งงานกันแล้ว ทำให้ตอนนี้ผมเป็นบุคคลสาธารณะ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่วุ่นวายมาก มีคนมากมายจับจ้อง ต้องมีคนพยายามเข้ามารุกล้ำความเป็นส่วนตัวแน่”
“ฉันไม่สนใจค่ะ”
“แต่ผมสน ผมมีลูกสาวนะครับ” โจวอี้บอก
“แต่คุณก็มีผู้หญิงคนอื่นเหมือนกันนี่คะ” เธอท้วง
“คุณ…” เขามองจางหม่านเยว่ที่ขับรถอยู่ด้านหน้า ก่อนขมวดคิ้วและถามว่า “คุณหมายความว่ายังไง ผมมีผู้หญิงคนอื่นที่ไหนครับ?”
“คุณมีค่ะ ตอนฉันอยู่ที่บ้านก่อนหน้านี้ ฉันได้ยินคุณคุยกับผู้หญิงอีกคน คนที่ชื่อว่าเซี่ยหลู่ไงคะ” เธอตอบ
โจวอี้งุนงง
เขาย้อนนึกถึงช่วงที่เพิ่งรักษาเฉินอันฉีเสร็จ และรับสายจากเซี่ยหลู่ระหว่างที่เห็นว่าเธอหลับอยู่
เซี่ยหลู่มักพูดฉวยโอกาสกับเขา และตอนนั้นก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน
หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่เงียบหรือยอมรับ แต่คงอธิบายกับเฉินอันฉีว่าเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับเซี่ยหลู่
ทว่าตอนนี้เขาพูดไม่ได้แล้ว
การต่อสู้ที่เมืองเยี่ยเฉิงก่อนหน้านี้ เซี่ยหลู่มายืนขวางหน้าโดยไม่ลังเลและช่วยชีวิตเขาไว้ เขาไม่มีทางลืมเหตุการณ์ในครั้งนั้นไปตลอดชีวิต
บางทีเขาอาจต้องพัวพันกับเซี่ยหลู่ไปทั้งชีวิต
“ฉันไม่สนใจชื่อเสียงเงินทอง ฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณ ขอแค่ชีวิตนี้ได้อยู่กับคุณบ่อย ๆ ฉันก็พอใจแล้ว ดังนั้นก็หาที่ยืนให้ฉันด้วยเถอะค่ะ!” เฉินอันฉีรู้สึกเหมือนตัวเองใช้ความกล้าอย่างถึงที่สุด ก่อนจะบอกพร้อมสายตามุ่งมั่น “คุณช่วยพลิกชะตาฉันสองครั้งแล้ว ไม่ว่าคุณจะต้องการฉันหรือเปล่า ฉันก็จะเป็นคนของคุณต่อไปอย่างนี้ ฉันจะทำทุกอย่างที่คุณบอก จะเชื่อฟังทุกอย่างเลย ต่อให้คุณให้ฉันไปตายตอนนี้ก็จะทำโดยไม่ลังเลเลย”
“ผม…”
โจวอี้อ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่สายตาของเธอก็ทำเอาเขาพูดไม่ออก
เขารู้สึกว่าตอนนี้เธออารมณ์อ่อนไหวมาก
เขาจึงตัดสินใจรอให้อีกฝ่ายใจเย็นลง เพื่อที่ว่าพวกเขาจะได้พูดคุยกันดี ๆ
“โทรหาพ่อแม่ของคุณก่อนเถอะครับ! บอกพวกเขาว่าคุณปลอดภัยดีและจะกลับบ้านพรุ่งนี้” โจวอี้บอก
“ฉันจะโทรค่ะ แต่จะไม่กลับบ้าน”
“ผมจะส่งคุณกลับเอง ตกลงไหมครับ”
“ค่ะ แต่ฉันก็ยังจะไปกับคุณอยู่ดี”
“คุณ…ไม่มีเหตุผลแล้วนะครับ”