หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 791 เปลี่ยนแผน
บทที่ 791 เปลี่ยนแผน
โจวหงเย่ชำเลืองมองโจวอี้ ทันใดนั้นก็รู้สึกอับอายขึ้นมา
เดิมทีเธอคิดว่ามีโจวอี้มาช่วยแล้ว วันนี้คงจะสามารถฆ่าจูอู๋ฮุ่ยได้แน่นอน แต่ใครจะคิดว่าจะโดนเฉิงเหย่าจินซุ่มโจมตีกลางทาง[1] อยู่ ๆ อินทรีคู่แห่งทะเลทรายเหนือดันโผล่มาเสียอย่างนั้น
จะทำอย่างไรดี?
ยาพิษของโจวอี้ไม่ได้ผล วันนี้จะลงสนามสู้จริง ๆ หรือ?
มีจ้านหลิงอวิ๋นอยู่ด้วยคงไม่ต้องเสี่ยงชีวิต ทว่า…ก็คงจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดไม่ได้เช่นกัน
โจวอี้มองทั้งสามคนตรงหน้าและรู้สึกตกตะลึง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายไม่ปิดบังพลังของตนเองทำให้เขารู้ว่าระดับยุทธ์ของอีกฝ่ายถึงระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นปลาย
สู้ไม่ไหว!
ต่อให้ใช้ยาพิษก็ไม่ได้ผล
ระดับของฝ่ายสูงเกินไป หากยาออกฤทธิ์ไม่เต็มที่อาจจะเกิดเรื่องยุ่งยากเอาได้ ต่อให้มีจ้านหลิงอวิ๋นอยู่ด้วย แต่ถ้าทั้งสามคนแยกย้ายกันก็ไม่มีทางฆ่าได้หมดอย่างแน่นอน
ผลของมันคือความสัมพันธ์อาหลานระหว่างเขากับเธอจะถูกเปิดเผย และอาจทำให้มีคนรู้เรื่องนี้มากขึ้น ถึงอย่างไรคนทั้งสามก็มีส่วนเกี่ยวพันกับนิกายเร้นลับ
“ผมชื่อโจวอี้ คารวะผู้อาวุโสทั้งสามครับ ผมมาทำธุรกิจที่นี่คราวนี้ไม่คิดว่าจะได้มาที่นี่ แต่ก็เป็นเกียรติมากที่ได้พบกับผู้แข็งแกร่งทั้งสามครับ” โจวอี้ยิ้มพลางประสานมือคำนับ
“เหอะ ๆ…”
จินตูและเถี่ยหลางหัวเราะออกมาโดยไม่ได้ยกยิ้ม
จูอู๋ฮุ่ยหรี่ตามองและจับใจความได้ในคำว่า ‘ทำธุรกิจ’ จึงถามขึ้นว่า “น้องโจวมาทำธุรกิจที่เซินเจิ้นเหมือนกันเหรอ ไม่ทราบว่าทำธุรกิจอะไรอยู่ล่ะ?”
“ขายโอสถครับ” โจวอี้ยิ้ม
ขายโอสถหรือ?
จูอู๋ฮุ่ยชะงักไปก่อนจะยิ้มกว้าง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินตูและเถี่ยหลางก็ขำเย้ยหยันออกมา
“ฮ่า ๆ เจ้าเด็กคนนี้น่าสนใจดีนี่ นอกจากเราสองคน ในโลกนี้จะมีใครที่ขายโอสถได้อีก ใครจะไม่เห็นยาสำคัญไปกว่าชีวิต”
“เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างคุณไม่เหมาะกับธุรกิจสายนี้หรอกนะ การเที่ยวคุยโวแบบนี้ต้องเลิกได้แล้วนะ ฮ่า ๆ”
โจวอี้มองพวกเขาก่อนนั่งลงข้างโจวหงเย่
เธอบอกอย่างไม่ยี่หระว่า “เขาไม่ได้คุยโวค่ะ ต่อให้เขาไม่มีคุณสมบัติจะขายโอสถ ฉันก็ว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่มีคุณสมบัติจะขายโอสถแล้วเหมือนกัน”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายก็เงียบลง
จูอู๋ฮุ่ยดูประหลาดใจ เขาเลิกคิ้วและถามว่า “ผมเชื่อในตัวน้องโจวนะ ว่าแต่น้องโจว… ผมสงสัยนิดหน่อย คุณขายโอสถอะไรเหรอ?”
“ผมเองก็ไม่ได้ขายเยอะหรอกครับ คราวนี้แค่เอายาระดับปฐพีห้าขวดกับระดับทองคำอีกยี่สิบขวดมาเองครับ” โจวอี้บอกเสียงเรียบ
ยาระดับปฐพีห้าขวด?!
ยาระดับทองคำตั้งยี่สิบขวดเชียวหรือ?
แบบนี้จะไม่เรียกว่ามากได้อย่างไร
จูอู๋ฮุ่ย จินตู และเถี่ยหลงมองหน้ากัน พวกเขาขมวดคิ้วโดยพร้อมเพรียงกัน
“น้องโจวมาจากไหน?” จูอู๋ฮุ่ยถาม
“เป็นศิษย์สำนักโอสถครับ” ชายหนุ่มตอบ
สำนักโอสถหรือ?
ศิษย์สำนักโอสถมาขายโอสถอย่างนั้นหรือ?
เรื่องนี้มัน…
ทั้งสามตกอยู่ในอาการงุนงง สายตาฉายแววเหลือเชื่อขณะมองไปยังโจวอี้
เท่าที่พวกเขารู้มา นิสัยของพวกสำนักโอสถนั้น แม้ว่าคนเก่าคนแก่จะขายโอสถเหมือนกัน แต่ก็มีแต่พวกอาสาสมัครมาซื้อ จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองได้สักเท่าไหร่ อีกทั้งยังเอาเวลาที่ไหนไปขาย
เจ้าเด็กคนนี้…
โจวอี้คีบบุหรี่ขึ้นสูบ เขาหยิบบางอย่างขึ้นมายื่นให้คนทั้งสาม เมื่อเห็นอีกฝ่ายรับไปแล้วก็ยิ้มก่อนจะเอ่ยว่า “ว่ากันตามตรง อาจารย์ของผมก็เข้มงวดมากและให้แก่นวิญญาณกับเงินมาจำกัด ผมอยากซื้อของโน่นนี่แต่ก็ไม่มีปัญญาซื้อ ก็เลยแอบเอายาจากผู้อาวุโสในสำนักออกมาขาย แล้วเถ้าแก่เนี้ยโจวก็เป็นหนึ่งในลูกค้าประจำของผม”
ทั้งสามคนหันมามองโจวหงเย่
เธอแอบหวั่นใจแต่ยังพยักหน้า “ใช่ค่ะ ฉู่เทียนฮุ่ยเข้มงวดกับศิษย์ตลอดเลย เพื่อนฝูงหลายคนในโลกผู้ฝึกยุทธ์ก็รู้กันดี”
ฉู่เทียนฮุ่ยหรือ?
เขาเป็นลูกศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ยอย่างนั้นหรือ?
จูอู๋ฮุ่ยสูดหายใจลึก ในขณะที่จินตูและเถี่ยหลางอึ้งไป
ต่อให้พวกเขาเคยเห็นสินค้าคุณภาพดีและรู้ข่าวคราวมามาก ก็นึกไม่ถึงว่าศิษย์ของเจ้าสำนักโอสถจะแอบขายโอสถเพราะขัดสนเงินทอง
หากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป โลกผู้ฝึกยุทธ์จะสั่นสะเทือนขนาดไหนกัน
“น้องโจวเป็นศิษย์ของเจ้าสำนักฉู่เทียนฮุ่ยจริงเหรอ?” จูอู๋ฮุ่ยถามอย่างไม่มั่นใจนัก
“ถ้าไม่เชื่อผม ก็มีคนช่วยพิสูจน์ให้ได้ครับ” โจวอี้บอกพลางชี้ไปทางประตู
“ใคร?” จูอู๋ฮุ่ยถามพลางขมวดคิ้ว
โจวอี้ยกมือขึ้น ประตูค่อย ๆ เปิดออกด้วยพลังดวงดาว
จ้านหลิงอวิ๋นที่ยืนอยู่ด้านนอกเตรียมตัวไว้แล้ว ทว่าเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านในก็อึ้งไป ก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง แล้วคว้าเก้าอี้มาวางมุมห้องและนั่งลง
“นี่ คุณก็เป็นศิษย์สำนักโอสถเหรอ?”
“…”
“ไม่ตอบ เป็นบ้ารึไง!” จินตูเห็นท่าทีเย่อหยิ่งของจ้านหลิงอวิ๋นก็พลันจ้องเขม็ง
ทันใดนั้น ตะเกียบที่วางอยู่ตรงหน้าจินตูก็ลอยขึ้นพุ่งไปยังดวงตาของเจ้าตัว
“ถ้ากล้าพูดจาหยาบคายอีกละก็… ได้ถูกทิ่มตาหลุดแน่” จ้านหลิงอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบขณะนั่งลงมุมห้อง ในมือถือดาบยาวเอาไว้
ตอนนี้เองที่จินตูเหงื่อแตกพลั่ก ความกลัวก่อตัวขึ้นในใจ แม้แต่เถี่ยหลางและจูอู๋ฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ยังนึกหวาดหวั่นและสะดุ้งโหยง
ผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าหรือ?
อีกฝ่ายดูเหมือนจะอายุแค่สี่สิบ แต่กลับสำเร็จยุทธ์ระดับผสานเต๋าแล้วหรือ?!
เขาเป็นใครกัน!
“อะแฮ่ม…”
โจวอี้กระแอมสองครั้งและบอกพร้อมรอยยิ้ม “อาจารย์ลุง ผมมาทำธุรกิจที่นี่ อย่าฆ่าคนที่รู้สึกไม่ถูกชะตาสิครับ ถ้าฆ่าลูกค้าผมหมด ต่อไปคงไม่มีเงินใช้อีก”
“อืม…”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้านหลิงอวิ๋นก็หันหน้าไปอีกทาง
ตะเกียบที่ลอยอยู่ตรงหน้าจินตูร่วงหล่นลงบนโต๊ะ
บรรยากาศมาคุภายในห้องพลันสงบลง
โจวอี้โบกมือให้จูอู๋ฮุ่ยและเถี่ยหลางพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องแตกตื่นไปครับ อาจารย์ลุงของผมใจร้อนน่ะ แต่ขอแค่ไม่ไปหาเรื่อง เขาก็ไม่ทำอะไรหรอกครับ”
อีกฝ่ายสบตากันและค่อย ๆ เบาใจลง
พวกเขานั่งลงและมองจินตูที่หน้าซีดเผือดไปแล้ว ในใจนึกก่นด่าชายคนนี้ที่โง่เง่าจนดูพื้นเพอีกฝ่ายไม่ออกถึงได้กล้าไปปากเสียใส่
ฝ่ายนั้นสำเร็จยุทธ์ถึงระดับผสานเต๋า!
ไม่ได้อยู่ในขั้นธรรมดา แต่เป็นผู้แข็งแกร่ง!
พวกเขาใจหายกันไปหมด ถ้าอีกฝ่ายลงมือขึ้นมาจริง ๆ ก็อาจไม่มีหวังที่จะชนะ หากไม่ถูกฆ่าตายก็คงเจ็บหนักและต้องหนี
ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวพวกเขา
ในเมื่อมีผู้อาวุโสจากสำนักโอสถอยู่ที่นี่ ทำไมโจวอี้ยังกล้าขายโอสถอีก?
โจวอี้เห็นสีหน้าของพวกเขาแล้วก็เดาความคิดออก จึงบอกด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์ลุงของผมไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ เขาเอาแต่ฝึกยุทธ์กับฆ่าคน ไม่สนใจเรื่องในสำนักโอสถ เขามาคุ้มกันความปลอดภัยให้ผม ไม่ว่าผมจะทำอะไรเขาก็ไม่แฉผมหรอกครับ”
จูอู๋ฮุ่ยและพรรคพวกตกตะลึงไป
ทันใดนั้น พวกเขาก็มองโจวอี้เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้
ช่างเป็นคนที่ใจกล้าบ้าบิ่นผิดวิสัยศิษย์สำนักโอสถ!
สิ่งสำคัญที่สุดคือเจ้าหมอนี่ยังเป็นศิษย์ของเจ้าสำนักอีกด้วย
เหอะ!
ถ้ายังขายโอสถต่อไปเรื่อย ๆ ฉู่เทียนฮุ่ยคงจะโกรธแย่ไม่ใช่หรือ
“น้องโจว คุณขายโอสถที่มียังไงล่ะ?” จูอู๋ฮุ่ยโพล่งถาม
“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีผมขายไปหมดแล้ว นอกจากคุณนายโจวแล้วก็ยังมีลูกค้าคนอื่นรอต่อคิวอยู่ คราวนี้ผมมาหาคุณนายโจวและได้มาเจอกับผู้อาวุโสทั้งสาม ถือว่าได้ขยายฐานลูกค้า หวังว่าต่อไปจะได้ทำธุรกิจด้วยกันนะครับ” โจวอี้ยิ้ม
“น่าเสียดาย!”
ทั้งจูอู๋ฮุ่ย จินตู และเถี่ยหลางมีท่าทีเสียดาย พวกเขาไม่ได้สนใจโอสถระดับทองคำ แต่ต้องการโอสถระดับปฐพีต่างหาก
แม้จินตูและเถี่ยหลางจะขายโอสถ แต่โอสถระดับที่ดีที่สุดที่มีขายคือระดับทองคำ เพราะปกติมักจะมีขายแต่ระดับธรรมดาทั่วไป
“แน่นอนว่าถ้าผู้อาวุโสทั้งสามมีของอะไร ผมเองก็ยินดีซื้อและซื้อขายด้วยเหมือนกัน! ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ” โจวอี้ยิ้ม
“น้องโจวขายโอสถเยอะขนาดนี้ก็คงทำเงินได้มากใช่ไหม?” จินตูถาม
“ก็ไม่เลวนะครับ ฮ่า ๆ”
“ผมมีสมบัติอยู่ ไม่รู้ว่าคุณพอจะสนใจไหม” จินตูบอกด้วยแววตาลึกลับ
“สมบัติอะไรเหรอครับ?”
[1] เฉิงเหย่าจินซุ่มโจมตีกลางทาง หมายถึง เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาก่อน