หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 795 แผนเล่นละครตบตาลุล่วง
บทที่ 795 แผนเล่นละครตบตาลุล่วง
จูอู๋ฮุ่ยตายแล้ว
กงเกวียนกำเกวียน ทำดีชั่วย่อมได้รับผลกรรม
เมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะมามากกว่ายี่สิบปี ในที่สุดวันนี้ก็ได้เก็บเกี่ยวผลเสียที
เพียงแค่มันเป็นผลที่ไม่ได้ดีนัก
โจวหงเย่ตาแดงก่ำ เธอพยายามข่มอารมณ์ หลังจากมั่นใจว่าจูอู๋ฮุ่ยตายแล้ว เธอก็เดินออกจากห้องไป
โจวอี้เป็นคนที่เล่นละครตบตา
หลังเถี่ยหลางดึงตาข่ายทองคำกลับคืนมา เขาพุ่งตัวไปทางจูอู๋ฮุ่ยและรีบค้นหาข้าวของแม้ว่าจะเจอของดีมากมาย แต่ก็ไม่พบกล่องดาบเซี่ยจง
‘ไม่มี!’
‘สิ่งที่ชายคนนี้บอกจินตูว่าจูอู๋ฮุ่ยมีดาบติดตัวเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้นสินะ’
จินตูและเถี่ยหลางยืนมองด้วยสายตายเรียบเฉย ทว่าในใจนึกสับสน
พวกเขารู้จักจูอู๋ฮุ่ยมาหลายสิบปี นึกไม่ถึงว่าจะกลายมาเป็นคนที่ลงมือฆ่าเพียงเพราะโอสถสวรรค์ทลายขอบเขต จนต้องมาร่วมมืดกับโจวอี้เพื่อบรรลุเป้าหมาย
“เป็นไปได้ยังไง”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ดาบนี้เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์อันดับสี่ใน ‘เทียบอันดับสมบัติ’ ใครที่ได้ไปครองก็จะเก็บติดตัวไว้ตลอด ถึงยังไงก็เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
“แต่ทำไมเขาถึงไม่ได้พกเอาไว้ล่ะ”
โจวอี้หน้าเสียขึ้นมา
แววตานอกจากจะดูโกรธแล้ว ยังดูคับแค้นใจอีกด้วย
จินตูและเถี่ยหลางสบตากัน
ไม่เจอหรือ?
เกิดอะไรขึ้น?
โจวอี้พยายามฆ่าจูอู๋ฮุ่ยก็เพราะดาบไม่ใช่หรือ?
หากไม่พบก็แปลว่าแผนพังไม่เป็นท่า
ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเสียโอสถสวรรค์ทลายขอบเขตสี่เม็ดด้วย
ทันใดนั้นจินตูก็รู้สึกใจเต้นแรงและอุทานในใจว่าแย่แล้ว
เขาเชื่อว่าโจวอี้เป็นคนโหดเหี้ยมที่ยึดผลประโยชน์เป็นหลัก หากโจวอี้ไม่ได้ดาบ จะยังยอมยกโอสถสวรรค์ทลายขอบเขตให้พวกเขาหรือ?
หากไม่ยอมยกให้ พวกเขาสองคน…
จินตูมองไปทางประตูและตระหนักได้ถึงบางอย่าง จ้านหลิงอวิ๋นเข้ามาอยู่ด้านในห้องพร้อมดาบในมือแล้ว สายตาเย็นเยียบจ้องมองมาที่เขาและเถี่ยหลาง
ทันใดนั้น โจวอี้ก็ระบายความโกรธกับร่างของจูอู๋ฮุ่ย ก่อนจะหันขวับไปทางจินตูและเถี่ยหลาง
“น้องโจว คือว่า…”
“คุณยังอยากได้โอสถสวรรค์ทลายขอบเขตอยู่เหรอครับ?” โจวอี้กัดฟันกรอดถามขึ้น
“ใช่” จินตูตอบ
“งั้นก็เอาเงินซื้อสิครับ”
“…”
จินตูรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาโดยไม่มีน้ำตา
เขากับเถี่ยหลางร่วมมือกับโจวอี้เพื่อฆ่าจูอู๋ฮุ่ย ทว่าในท้ายที่สุดแผนการกลับล่ม
เขาไม่ยอม!
โจวอี้สูดหายใจลึก มองสีหน้าบูดบึ้งของพวกเขาราวกับโมโหเต็มที เขากัดฟันกรอดและเอ่ยว่า “โอสถสวรรค์ทลายขอบเขตราคาอย่างน้อยแปดพันแก่นวิญญาณ ถ้าคุณซื้อครบหมื่นหกพันแก่นวิญญาณ ถือว่าซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ผมจะเอาให้สี่เม็ดเลย”
จินตูและเถี่ยหลางมองหน้ากันแล้วจึงพยักหน้า
โอสถสวรรค์ทลายขอบเขตแปดพันแก่นวิญญาณยังถือว่าราคาดี
อีกทั้งยังซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง สุดท้ายพวกเขายังได้กำไรเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ เพื่อซื้อโอสถสวรรค์ทลายขอบเขตและผูกมิตรกับโจวอี้ ต่อไปจะได้หาซื้อยาเม็ดสวรรค์เร้นลับได้ เสียหมื่นหกพันแก่นวิญญาณก็ถือว่าคุ้มค่า
“น้องโจว เราไม่มีแก่นวิญญาณมากขนาดนั้น ขอเวลาเรารวบรวมหน่อยได้ไหม?” จินตูละล้าละลังถาม
“ได้สิครับ ผมจะอยู่เซินเจิ้นเจ็ดวัน จะอยู่รอเจ็ดวันแล้วกันครับ” โจวอี้บอก
“ตกลงตามนั้น” จินตูบอกเสียงหนักแน่น
“น้องโจว ถ้าหาก…” เถี่ยหลางเอ่ยขึ้นด้วยความลังเล
“คืนนี้ผมจะให้โอสถสวรรค์ทลายขอบเขตสองเม็ดก่อนครับ” ชายหนุ่มกล่าว
“เยี่ยมเลย!” เถี่ยหลางเอ่ยพลางยิ้มพึงพอใจ
ไม่นานหลังจากนั้น เฉินซานและอิงหงก็มาถึงพร้อมโอสถ
หลังจากมอบยาให้จินตูและเถี่ยหลางแล้ว โจวอี้ก็แลกช่องทางการติดต่อและมองพวกเขาเดินพ้นประตูคลับหายลับไป
“เอาผงสลายศพไปทำลายศพของจูอู๋ฮุ่ยด้วย” จ้านหลิงอวิ๋นมายืนอยู่ข้างโจวอี้แล้วพูดขึ้น “แล้วไม่กลัวว่าสองคนนั้นจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไปแพร่งพรายเหรอ?”
“พวกเขาไม่กล้าหรอกครับ” โจวอี้ยิ้ม
“นายก็ช่างวางแผนจริง ๆ” จ้านหลิงอวิ๋นหัวเราะ
“คนเราจะแก้แค้นก็ต้องใช้มันทุกหนทางสิครับ” โจวอี้บอกอย่างใจเย็น
อีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร ทว่าในใจก็รู้สึกว่าแผนของโจวอี้แยบยลมาก
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาได้ยินมาว่าศิษย์ของฉู่เทียนฮุ่ยเจ้าเล่ห์และแข็งกร้าวแต่ก็เป็นคนจิตใจดี
ตอนนั้นเขารู้สึกว่าโจวอี้ไม่เหมาะจะเป็นเจ้าสำนักโอสถคนต่อไป อย่างไรเสีย การควบคุมคนทั้งสำนักแม้จะต้องจิตใจดี แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือต้องมีวิธีการเหนือชั้นและด้านที่โหดเหี้ยม
ตอนนี้เขาได้เห็นมันแล้วจึงรู้สึกวางใจ
“เสี่ยวอี้ อาอยากได้เม็ดบัวห้าสี” แม้ว่าโจวหงเย่จะยังตาแดง แต่เธอก็มีรอยยิ้มบนใบหน้า
“ได้ครับ”
โจวอี้ยิ้มและพยักหน้าให้
มีเม็ดบัวห้าสีทั้งหมดสามเม็ด เขาเคยใช้เม็ดบัวห้าสีกับซีชิงอิ่งไปแล้ว ตอนนี้เหลืออยู่สองเม็ดซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์กับเขามากนัก
สิ่งที่เขาสนใจคือปะการังโลหิตต่างหาก
เช้าวันต่อมา ระหว่างที่โจวอี้กำลังฝึกวิชาอยู่ เซี่ยหลู่ก็มาถึงเทียนชิน เบย์ วิลล่า
ทว่าครั้งนี้เธอไม่ได้อยากมาเอง แต่โจวอี้โทรเรียกเธอมา
“โทรเรียกแต่เช้าแบบนี้มีเรื่องอะไรไม่ทราบ?” เซี่ยหลู่ยังทรงเสน่ห์เหมือนเคย พอเห็นเขาก็โผเข้ามากอดแขนทันที
“อยากให้ช่วยไปซื้อยาสมุนไพรบางอย่างให้น่ะ”
“แค่นั้นเหรอ?”
“ใช่!”
“แค่จะให้ฉันไปซื้อสมุนไพร โทรบอกก็ได้ไม่ใช่เหรอ หรือจงใจอยากให้ฉันมาที่นี่” เซี่ยหลู่ถามพลางฉีกยิ้ม
“สมุนไพรที่ผมจะให้ไปซื้อมันมีค่ามาก แล้วก็หายากมากด้วย” โจวอี้ยื่นรายการสมุนไพรให้เธอและบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมจะอยู่เซินเจิ้นอีกเจ็ดวัน คุณต้องช่วยผมหาซื้อพวกมันมาให้ได้ ผมจำเป็นต้องใช้มัน”
“อื้ม!”
เธอเห็นท่าทีจริงจังของเขาก็พยักหน้าตอบตกลง
บริเวณชั้นสองของวิลล่า
เฉินอันฉียืนอยู่ข้างหน้าต่างห้องนอน เธอมองเห็นโจวอี้และเซี่ยหลู่อิงแอบแนบชิดกันอยู่ด้านนอกก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา แม้จะรู้ว่าโจวอี้ไม่ได้เป็นของตนเองแต่ก็ยังหึงหวง
ไม่นานก็เห็นเซี่ยหลู่จากไป
ทันใดนั้น เธอก็เห็นโจวอี้หันมามองทางเธอและกวักมือเรียก เธอจึงรีบวิ่งออกไปข้างนอกทันที
“อันฉี ผมรู้แล้วว่าจะให้คุณไปอยู่ที่ไหน” โจวอี้ยิ้ม
“ฉันจะยอมเชื่อฟังคุณค่ะ” เธอบอกอย่างว่าง่าย
“เขาคนนี้ชื่อเฉินซาน ส่วนเธอคนนี้ชื่ออิงหง ทั้งสองคนจะเป็นคนไปส่งคุณ แต่คุณต้องจำไว้ว่ามันไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับการฝึกยุทธ์ มันทั้งเหนื่อยยากและลำบากมาก แถมยังอันตรายอีกด้วย” โจวอี้บอก
“ฉันจะไปค่ะ!”
เธอรับคำโดยไม่ลังเล
โจวอี้พยักหน้าและมองเฉินซานและอิงหงก่อนจะสั่งว่า “พวกคุณไปส่งเธอที่ไซบีเรีย! ให้หนานกงเหยาเป็นคนดูแลเธอ”
“รับทราบ!”
ทั้งสองขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน
“แล้วก็เอาทรัพยากรในการฝึกและของจำเป็นไปส่งที่นั่นด้วย ตอนนี้มีคนอยู่เยอะแล้ว การบริโภคก็สูงตามไปด้วย ผมไม่อยากให้ขาดของไปอีกปีครึ่ง” โจวอี้บอก
“รับทราบ”
หลังจากนั้นไม่นาน
เฉินอันฉีก็จำใจตามเฉินซานและอิงหงจากไป
โจวอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกสนใจเรื่องเฉินอันฉี
เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ และเรื่องนี้ก็สำคัญมาก ต้องทำให้สำเร็จให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้