หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 796 ปรุงโอสถหวนฟื้นสำเร็จ
บทที่ 796 ปรุงโอสถหวนฟื้นสำเร็จ
โจวอี้นั่งเอกเขนกอยู่ข้างหน้าต่างห้องทำงาน
“ชีวิตไม่เที่ยง หลายสิ่งไม่อาจยืนยงตลอดไป หลายคนไม่อาจอยู่ค้ำฟ้า จงอยู่กับปัจจุบัน ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมายแค่ไหน ท้ายที่สุดเราก็ยังต้องอยู่กับปัจจุบัน”
เขาอ่านข้อความนี้จากหนังสือแล้วค่อย ๆ คิดตาม
เวลาเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่สุดในโลกนี้
ผู้คนควรอยู่กับปัจจุบัน
โจวอี้ปิดหนังสือและหลับตาลง เขาอยู่ที่เซินเจิ้นมาสามวันแล้ว สามวันที่ผ่านมาเขาได้ข่าวคราวมากมาย แต่มีสี่เรื่องที่สำคัญ
เรื่องแรกคือ ลูกสาวของเขาซึ่งอยู่ที่ซูโจวได้ไปช่วยเด็กหญิงคนหนึ่งที่ถูกรังแก จึงเผลอลงไม้ลงมือกับเด็กชายคนหนึ่งจนร้องไห้ไปฟ้องพ่อแม่
เรื่องที่สองคือ พวกนิกายอสูรดำปรากฏตัวใกล้ ๆ กับเกาะซ่อนหมอก และเผชิญหน้ากับคนจากคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ทั้งสองฝ่ายปะทะกัน แต่หลังจากสะบักสะบอมกันทั้งคู่ก็ถอนทัพ
เรื่องที่สามคือ แถวทะเลสาบเซียนหนู่มีกองกำลังในโลกผู้ฝึกยุทธ์มากมาย นำโดยคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง ต่อสู้กับตระกูลโบราณและเป็นฝ่ายได้เปรียบ ทว่าสถานการณ์ก็ยังมาคุ
และเรื่องที่สี่คือ หูจื้อจวินกลับไปนิกายอสูรดำ ได้ความมาว่าสองวันมานี้ผู้แข็งแกร่งระดับผสานเต๋าหลายคนของนิกายอสูรดำ รวมถึงผู้แข็งแกร่งระดับบรรพจารย์ยุทธ์ออกไปบุกโจมตีพวกอเวจีโลหิต เข่นฆ่าผู้ฝึกยุทธ์ของอเวจีโลหิตไปนับร้อยคน เป็นหลักฐานว่านิกายอสูรดำและอเวจีโลหิตได้แตกคอกันแล้วจริง ๆ
โจวอี้ไม่ได้ถือสาเรื่องที่ลูกสาวไปทำร้ายคนอื่นนัก เพราะเป็นปกติของเด็กที่จะมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน ต่อให้ลูกสาวเขารังแกคู่กรณี แต่เด็กผู้ชายพวกนั้นก็แกล้งเด็กผู้หญิงอีกคนก่อน ลูกสาวเขาเป็นคนดีจึงกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ส่วนอีกสามข่าวนั้น แม้ว่าเขาจะระวังรอบคอบแล้วก็ยังประมาทไม่ได้ เพียงแต่สถานการณ์ที่หูจื้อจวินรายงานมานั้นน่าแปลกใจไม่น้อย
เขาสนใจถึงขนาดที่ว่าต้องต่อสายหาหูจื้อจวินเมื่อวานซืน ก่อนหน้านี้เขามองว่าหูจื้อจวินเป็นเพียงพวกรักตัวกลัวตาย ทว่าตอนนี้รู้แล้วว่าเจ้าตัวไม่ได้แค่รักตัวกลัวตาย แต่ยังฉลาดพออีกด้วย
ไม่ว่าเดิมทีอีกฝ่ายจะยอมเป็นผู้ทรยศเพื่อรักษาชีวิตตัวเองหรือไม่ ถึงกับยอมบอกข้อมูลเรื่องค่ายฝึกลับในต่างประเทศของนิกายอสูรดำ และกลับไปนิกายอสูรดำในตอนนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นการเดิมพันของเจ้าตัว
การเดิมพันที่มีโชคชะตาเป็นประกัน เดิมพันว่าจะทำให้เชื่อใจและได้รับการใช้งานในอนาคตหรือไม่
โจวอี้ชอบคนฉลาด เขาเองก็อยากจะเห็นว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไรต่อไป
ก๊อก ๆ…
เถิงเฉียนเหลียนเคาะประตูและเดินเข้ามา
“คุณโจวคะ คุณเซี่ยมาค่ะ”
“อืม” เขาตอบรับก่อนจะเอ่ยต่อ “คุณแม่บ้านเถิง ต่อไปถ้าเซี่ยหลู่มาหาที่นี่อีกไม่ต้องรายงานผมนะ ให้เธอขึ้นมาหาผมได้เลย”
“ค่ะ” เถิงเฉียนเหลียนดูแปลกใจ แต่ก็ยังรับคำและถอยออกมา
ไม่นานหลังจากนั้น เซี่ยหลู่ก็เดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า เธอนั่งลงบนตักเขาและโอบคอเขาทันที
รุกแรงและไม่สงวนท่าทีใด ๆ
เธอแทบจะโยนการรักนวลสงวนตัวทิ้งไปหมดแล้ว
“ไม่ว่านายจะต้องการสมุนไพรอะไร นายก็ได้มาทั้งหมดแล้ว” เธอจ้องตาเขาและเห็นท่าทีอึดอัดใจจึงยิ้มและถามว่า “นายจะให้รางวัลฉันยังไงล่ะ?”
รางวัลหรือ?
ยังเป็นเด็กอยู่หรือ?
โจวอี้โวยวายในใจ แต่เขาไม่ได้ผลักเธอออกและทำเมินท่าทีเชิญชวนของเธอ แต่กลับถามขึ้นว่า “แล้วได้อะไรมาบ้าง?”
“อันที่จริงก็ไม่เลวหรอกนะ ยานั่นมันหายากมาก ฉันใช้เส้นสายของฉันติดต่อตลาดยาสมุนไพรใหญ่ ๆ ทั้งสี่แห่งทั่วจีนถึงจะเจอ ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างขนส่งมาที่เซินเจิ้น คิดว่าน่าจะมาถึงคืนนี้” เซี่ยหลู่ยิ้ม
“ดีมาก เดี๋ยวผมจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เป็นรางวัลก็แล้วกัน”
“ให้แค่อาหารอร่อยเป็นรางวัลเองเหรอ?” เธอสะบัดหลังมือปัดผมไปด้านหลัง เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าและลำคอระหง ก่อนจะชี้แก้มตนเองพลางฉีกยิ้ม “ฉันคิดว่าหอมแก้มสักครั้งเป็นรางวัลก็น่าจะทำให้ฉันพอใจได้แล้ว”
“อายบ้างไหมเนี่ย?”
โจวอี้รู้สึกใจเต้นระรัวขึ้นมา
ทรงเสน่ห์!
ยั่วยวนกันเกินไปแล้ว
แม้เขาจะเคยเห็นคนสวยมามาก แต่ก็ยังใจเต้นกับปีศาจสาวคนนี้
เขาเอื้อมมือไปสอดใต้แขนเธอ เมื่อลุกขึ้นได้ก็อุ้มเธอขึ้นและวางลงข้างตัว ก่อนจะถามขณะปิดบังความเก้อเขินว่า “ว่าแต่สมุนไพรถูกส่งไปที่ไหนล่ะ? ผมต้องไปจัดการพวกมัน”
เซี่ยหลู่ยิ้ม
เป็นรอยยิ้มอันมีเสน่ห์และสดใสที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งลุ่มหลงได้
เธอเพิ่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นแรงของโจวอี้ รวมถึงแววตาหวั่นไหว และความเขินอายบนใบหน้าหล่อเหลา
เสน่ห์ของเธอได้ผลสักที
เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำขนาดนี้
เซี่ยหลู่เสยผมกลับมาและจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย เธอยิ้มและบอกด้วยท่าทีจริงจัง “น่าจะส่งมาถึงที่นี่ภายในสิบนาทีนี้ ฉันขับรถมาเร็วก็เลยมาถึงก่อน”
“อืม”
โจวอี้พยักหน้าและหันไปมองด้านนอก
สมุนไพรล้ำค่าทั้งสี่กล่องมีมูลค่ามากกว่าเลขเก้าหลัก
โจวอี้ใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายในการจัดการสมุนไพรเหล่านี้ ในขณะที่เซี่ยหลู่ไม่ได้กลับไป แต่อยู่ข้างเขาและคอยคุยด้วยเป็นระยะ
ในที่สุด สมุนไพรกล่องสุดท้ายก็ถูกส่งมาจากทางเหนือซึ่งห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร
ตกเย็น โจวอี้ก้าวเข้าไปในห้องที่เก็บเตาหลอมเอาไว้ เตาหลอมนี้ถูกส่งมาที่เซินเจิ้นเพื่อหลอมโอสถโดยเฉพาะ
สี่วันต่อมา
โจวอี้หลอมโอสถในห้องทุกวัน คนที่จะเข้ามาล้วนถูกจ้านหลิงอวิ๋นกันเอาไว้
สี่วันนี้เขาหลอมโอสถมาได้สี่รอบ
สมุนไพรล้ำค่าที่เหลืออยู่ใช้หลอมได้อีกสองครั้ง แม้แต่ปะการังโลหิตก็ใช้ไปแค่หนึ่งในสาม
วันที่ห้า ซึ่งเป็นวันที่เขาไม่ได้กินไม่ได้นอนมานานเพื่อหลอมโอสถ ยามนี้กลิ่นหอมของยาลอยฟุ้งไปทั่ว ในที่สุดเขาก็หลอมโอสถมาได้สองเม็ด
แกร็ก…
โจวอี้เปิดประตูออกมาจากห้อง
ใบหน้าเขาซีดเผือด ใต้ตาดำคล้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้ายังมีกลิ่นเหงื่อ ดูเหนื่อยล้าและโทรมเป็นอย่างยิ่ง
เซี่ยหลู่ที่รออยู่ด้านนอกเห็นสภาพของเขาแล้วก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา เธอไม่ได้สนใจว่าจะสกัดโอสถหวนฟื้นออกมาสำเร็จหรือไม่ แต่โผไปพยุงเขาและถามด้วยความเป็นห่วง “ล้ามากใช่ไหม? รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนและนอนพักผ่อนนะ”
“อืม”
โจวอี้ฝืนยิ้มบาง ๆ
ห้าวันที่ผ่านมาเขาใช้พลังไปเกินขีดจำกัด ทว่าเขายังกัดฟันทนอยู่ได้ ถ้าไม่ได้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าคงได้ผล็อยหลับไปแล้ว
“เซี่ยหลู่ ทำไมคุณยังไม่กลับไปอีก เดี๋ยวผมก็จะกลับแล้ว เอาไว้เจอกันอีกทีตอนที่ผมมาคราวหน้านะ”
“คุณจะกลับจินหลิงเหรอ ไม่พักอีกหน่อยเหรอ?” เธอรีบถาม
“ผมจะไปต่างประเทศ”
“ฉันจะไปด้วย”
“คุณ…”
“ทำไม ไปไม่ได้เหรอ?” เธอท้วง
โจวอี้นิ่งเงียบแต่ก็พยักหน้ารับในท้ายที่สุด
เขาไม่อยากให้เธอรู้เรื่องเกาะซ่อนหมอก แต่อีกฝ่ายยืนกรานจะไปให้ได้ เขาก็คงปฏิเสธไม่ลง
นอกจากนี้เขายังเชื่อใจเธอ เพราะถึงอย่างไรเธอก็เคยเสี่ยงชีวิตช่วยเขาไว้ และเขาเชื่อว่าเธอจะไม่แพร่งพรายเรื่องเกาะซ่อนหมอก